แม้ปัจจุบันกระแสความนิยมไม้ดอกไม้ประดับจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไปบ้าง แต่ในภาพรวมถือว่าตลาดคนรักพันธุ์ไม้ประเภทนี้ก็ยังไปได้เรื่อยๆ บางคนใช้เวลาว่างสรรหาพันธุ์ไม้ต่างๆมาปลูก สุดท้ายกลายเป็นอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัวเหมือนอย่าง นางรัชนี วงษ์สุวรรณ อดีตข้าราชการครูใน อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี สนใจเลี้ยง “สับปะรดสี” พันธุ์ไม้ใบประดับจากความชอบส่วนตัว ก่อนต่อยอดทำเป็นล่ำเป็นสัน สร้างรายได้หลังเกษียณได้เป็นอย่างดีนางรัชนีเผยว่า เมื่อหลายสิบปีก่อนไปเจอคนเลี้ยงสับปะรดสีแล้วเกิดหลงใหลซื้อมาปลูกที่บ้าน พร้อมกับศึกษาวิธีการขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อลงในวัสดุปลูกพวกกาบมะพร้าวในกระถาง ทำเป็นชั้นยกสูงข้างบ้านตอนแรกๆแค่เลี้ยงไว้ดูเป็นไม้ประดับบ้าน บางโอกาสก็นำไปเป็นของขวัญเพื่อนฝูงคนรู้จักที่ชื่นชอบไม้ดอกไม้ประดับเหมือนๆกัน รวมถึงเอาไปให้วัดและโรงเรียน แต่พอเกษียณมีเวลามากขึ้น จึงขยายพื้นที่ปลูกและมีคนมาขอซื้อเรื่อยๆ ทำให้จุดประกายทำเป็นอาชีพหลังออกจากงานราชการข้อดีของสับปะรดสีคือเป็นไม้ต่างประเทศที่ราคาไม่แรง ปลูกง่าย เป็นพืชทนแล้ง ไม่ต้องให้ปุ๋ย แค่รดน้ำอย่างเดียว แต่ไม่จำเป็นต้องให้มากเหมือนไม้ใบประดับอื่นๆ เพราะสับปะรดสีมีพื้นที่สะสมน้ำไว้ข้างกลีบใบข้อควรระวังคือการใช้น้ำประปา เพราะมีคลอรีนตกค้างตามขอบใบ ทำให้ใบไหม้ หากเป็นไปได้ควรพักน้ำไว้ประมาณ 2 วัน เพื่อให้คลอรีนระเหยออกไปก่อนคุณสมบัติเด่นของสับปะรดสี นอกจากมีสีสันสวยงามแล้ว เป็นพืชที่คายออกซิเจนในตอนกลางคืน ช่วยดูดคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงดูดสารพิษ เหมาะสำหรับเลี้ยงไว้ในห้องนอน แต่ต้องให้โดนแดดบ้างในแง่ของโหราศาสตร์มีความเชื่อว่าปลูกต้นสับปะรดสีจะช่วยให้ชีวิตราบรื่น ไร้อุปสรรค ทำให้คนสนใจซื้อหาไปปลูกกันมากราคาจำหน่ายอยู่ที่หน่อเล็ก 60 บาท หน่อกลาง 80 บาท หน่อใหญ่ 100 บาท ส่วนต้นแม่พันธุ์ 350 บาท ถ้าเอาเป็นคู่ราคา 500 บาทนอกจากมีความสุขทางใจแล้วยังมีรายได้เลี้ยงตัวเองหลังเกษียณได้สบายๆ.ศุภชัย จุลละนันทน์