ตามปืนหลวงคืนได้เพิ่มอีก 6 กระบอก เป็นปืนเอ็มโฟร์ 3 กระบอก ผู้ครอบครองนำไปทิ้งป่าริมถนนใน จ.สตูล แล้วโทรศัพท์แจ้งตำรวจยึดคืนส่งให้อีก 3 กระบอก เป็นปืน 9 มม. นำไปทิ้งไว้ข้าง สภ.เมืองอุตรดิตถ์ รวมยึดปืนได้แล้ว 60 กระบอก “บิ๊กโจ๊ก” แฉปืนจำนวนหนึ่งถูกส่งเข้าพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ บางส่วนถูกส่งออกนอกประเทศไปแล้ว แบ่งชุดทำงานเร่งติดตาม มั่นใจอีก 2-3 สัปดาห์ตามคืนได้ครบหรือเกือบครบยังต้องตามล้างตามเช็ดอีกนาน กรณีฉาว ด.ต.เชาวลิต พุ่มขจร ผบ.หมู่ ป.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ขโมยปืนหลวงจากคลังอาวุธ สภ.ปากเกร็ด ไปขายและจำนำใช้หนี้พนัน โดย ด.ต.เชาวลิตถูกจับกุมก่อนหนีข้ามไปฝั่งลาว ถูกส่งฝากขังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ส่งเข้าเรือนจำจังหวัดสระบุรี ส่วนปืนหลวงที่หายไปมีทั้งสิ้น 159 กระบอก แยกเป็นปืนลูกโม่ ปืนกล็อก และปืนซิกซาวเออร์ รวม 134 กระบอก ปืนยาวเอ็ม 16 และเอ็มโฟร์อีก 25 กระบอก ตำรวจได้ระดมกำลังตามค้นเป้าหมายรับซื้อรับจำนำปืน รวมทั้งมีผู้ที่ครอบครองปืนนำไปทิ้งแล้วแจ้งตำรวจไปยึดกลับคืนรวมทั้งสิ้น 54 กระบอกแล้วความคืบหน้าการติดตามปืนหลวงกลับคืน เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 ต.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงศ์สมาน รอง ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า พล.ต.ต.สมพร สัจพจน์ ผบก.อก.ภ.1 พ.ต.ต.ชิตพล สะอาดดี สารวัตรฝ่ายสรรพาวุธ สกบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ช่างอาวุธเชี่ยว ชาญกองสรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันตรวจสอบบัญชีคุมอาวุธปืนของ สภ.ปากเกร็ด กับบัญชีคุมของ ภ.จ.นนทบุรี และของ บช.ภ.1 ตามคำสั่ง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 ตรวจสอบอาวุธปืนที่อยู่ในคลังโรงพักอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการนำอาวุธปืนมาตอกเลขสวมกับปืนหลวงที่หายไป ใช้เวลาตรวจสอบ 3 วัน จึงแล้วเสร็จ พบว่าไม่มีการนำปืนมาสวมหมายเลขประจำปืนแต่อย่างใดรอง ผบช.ภ.1 กล่าวต่อว่า สำหรับอาวุธปืนที่หายไป 159 กระบอก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. สั่งให้ตำรวจสืบสวนภาค 1 ติดตามกลับคืนมาได้แล้วทั้งปืนยาวเอ็ม 16 และเอ็มโฟร์ และปืนพกสั้น 60 กระบอก เป็นปืนเอ็มโฟร์ที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. รับคืนจาก สภ.ควนโดน จ.สตูล 3 กระบอก เมื่อคืนที่ผ่านมา มีผู้นำไปทิ้งไว้ข้าง สภ.เมืองอุตรดิตถ์ เป็นปืนซิกซาวเออร์ 2 กระบอก และปืนกล็อก 1 กระบอก ซึ่ง พล.ต.ต.อภิชาติ วรรณภักดิ์ ผบก.สส.ภ.1 ไปรับกลับมาแล้วเมื่อช่วงเช้า ในส่วนผู้ที่รับจำนำอาวุธปืนจากการสืบสวนพบว่ามี 11 ราย รู้ตัวแล้ว 7 ราย อีก 4 ราย อยู่ระหว่างตรวจสอบก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 25 ต.ค. พ.ต.ท.กันตภณ เจติพัฒนกูล รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ละงู จ.สตูล มีผู้ครอบครองปืนแจ้งว่านำปืนไปวางไว้ในป่าริมถนนทางเข้าโครงการชลประทานดุสน หมู่ 6 ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล ไปตรวจสอบพบปืนเอ็ม 4 รวม 3 กระบอก ถูกถอดแยกชิ้นส่วนอยู่ในถุงดำ ตรวจสอบเลขรหัสปืนเบื้องต้นพบว่าปืนดังกล่าวมีตราโล่ 1 กระบอก อีก 2 กระบอกไม่มีตราแต่เลขรหัสประจำปืนตรงกับปืนที่ถูกขโมยออกมาจาก สภ.ปากเกร็ด นำไปส่งให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ที่สนามบินกองบิน 56 อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลาพล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า มีปืนจำนวนไม่น้อยถูกส่งลงมาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้บางส่วนข้ามประเทศไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว แต่ไม่หนักใจ เพราะในด้านข้อมูลเชิงลึกพบว่ามีกลุ่มที่รับซื้อปืนอยู่ประมาณเจ็ดกลุ่ม ต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยสองถึงสามสัปดาห์จะได้ปืนกลับมาครบจำนวนหรือใกล้ครบจำนวน ขณะนี้ได้แบ่งชุดทำงานในการติดตามออกเป็นสามถึงสี่ส่วน เพื่อตามล่าปืนของหลวงทั้งหมดกลับคืนมาให้ได้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากมีความเสี่ยงว่าปืนบางส่วนอาจจะถูกนำไปก่อเหตุความรุนแรงได้ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเรื่องที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ลักลอบนำปืนในราชการไปขายว่า ได้สั่งการเรื่องนี้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่าไม่ต้องไปสั่ง เขามีหน้าที่อยู่แล้ว ติดตามว่าถึงไหนอย่างไร มีความคืบหน้าติดตามเอาอาวุธปืนคืน มีการสอบสวนกระบวนการทั้งหมด เหมือนเดิมทุกอย่าง ทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้วว่าประเทศไทยวันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ทุกมาตรการขึ้นอยู่กับความเข้มงวด ความซื่อสัตย์ สุจริตของเจ้าหน้าที่ และสิ่งเหล่านี้ประชาชนต้องร่วมมือด้วย ไม่โทษใคร ทั้งหมดเป็นการแก้ไขปัญหาความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินแบบองค์รวม ทุกคนต้องร่วมมือกันทั้งหมด