กีฬา
100 year

อุทธรณ์แก้ ให้เพิ่มโทษ ป๋านัส ป๋าต้น คดีค้ามนุษย์ 122 ปี 6 เดือน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์20 พ.ย. 2562 05:10 น.
SHARE

ศาลอุทธรณ์ตัดสินเพิ่มโทษสั่งจำคุก“ป๋านัส”กับ “ป๋าต้น” พนักงานเชียร์แขก “วิคตอเรีย” อาบอบนวดชื่อดังย่านห้วยขวาง โดนอ่วมคนละ 70 ปี ความผิดฐานค้ามนุษย์จากการค้าประเวณี เป็นธุระจัดหาพาหญิงสาวอายุ 15 แต่ไม่เกิน 18 ปี เพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น เนื่องจากกระทำอย่างอุกอาจขัดต่อศีลธรรมและมีผู้เสียหายหลายราย หลังรวมโทษจำคุกคดีอื่นทุกกระทงแล้วทั้งคู่ถูกศาลสั่งจำคุก 122 ปี 6 เดือน จำเลยทั้งคู่รับสารภาพลดโทษเหลือจำคุกคนละ 62 ปี 6 เดือน

ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กทม. เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 พ.ย. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีพนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายมนัส หรือป๋านัส อ่วมทับ อายุ 49 ปี และนายสมชาย หรือป๋าต้น แสงอุดม อายุ 53 ปี พนักงานเชียร์แขก ความผิดฐานร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดฐานค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีโดยบังคับขู่เข็ญ เป็นธุระจัดหาชักพาไปหญิงสาวอายุ 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปี เพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี

คำฟ้องบรรยายว่า เมื่อเดือน ธ.ค.60 ถึง 12 ม.ค.61 จำเลยกับพวกสมคบกันโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ ผู้เสียหาย เป็นหญิงสาวรวม 9 ราย ทั้งคนไทยและชาวพม่า อายุ 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี โดยร่วมกันให้ผู้เสียหายทำการค้าประเวณีที่สถานอาบอบนวดวิคตอเรีย ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. เพื่อให้ผู้เสียหายกระทำการค้าประเวณียอมรับการกระทำชำเราหรือยอมรับการกระทำอื่นใดเพื่อสนองความใคร่หรือสำเร็จความใคร่ทางกามารมณ์ของผู้อื่น ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกคนละ 46 ปี รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุกไว้ 22 ปี 12 เดือน ทั้งอัยการโจทก์และจำเลยยื่นอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษ

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์เห็นว่าข้อหาที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำเลยทั้ง 2 ฐานเป็นผู้ดูแลหรือผู้จัดการกิจการ สถานค้าบริการประเวณีฯ ซึ่งมีบุคคลอายุ 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปี จำคุก 2 ปี 6 เดือน ความผิดในส่วนนี้คู่ความไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ คดีส่วนนี้จึงถึงที่สุดแล้ว ส่วนที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า คดีเกี่ยวพัน กับคดีที่อัยการเคยฟ้องนายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก แจ้งฉาย ผู้จัดการสถานบริการวิคตอเรียซีเครท กับพวกรวม 7 คน ศาลชั้นต้นยกฟ้องจำเลยทั้ง 7 เฉพาะข้อหาสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปกระทำความผิดค้ามนุษย์ด้วยการค้าประเวณี ให้ลงโทษเฉพาะข้อหาเป็นธุระจัดหาบุคคลฯเพื่อสนองความใคร่และค้าประเวณี ดังนั้น คดีของจำเลยทั้ง 2 จึงต้องได้รับประโยชน์ยกฟ้องข้อหาดังกล่าวด้วย

ศาลอุทธรณ์ฯเห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลยทั้ง 2 กระทำผิดต่อบุคคลจำนวนมาก แสวงหาประโยชน์จากบุคคลอายุ 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี จากการค้าประเวณี เป็นการกระทำที่อุกอาจ ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนจึงฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้โดยสมควรให้เพิ่มโทษรายกระทงเป็น 2-10 ปี (จากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา กระทงละ 2-5 ปี) ข้อหาที่โทษหนัก ที่สุดคือ สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีและเป็นธุระจัดหา บุคคลอายุ 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปีฯ ให้จำคุก 7 กระทง กระทงละ 10 ปี เป็นจำคุก 70 ปี โดยรวมกับโทษฐานเป็นธุระจัดหาบุคคลให้ค้าประเวณีโดยขู่เข็ญฯ และข้อหาอื่นอีกหลายกระทง รวมจำคุกนายมนัส และนายสมชาย ทั้งสิ้นคนละ 120 ปี จำเลยรับสารภาพเหลือโทษจำคุก 60 ปี และรวมกับที่ศาลชั้นต้นลงโทษฐานเป็นผู้ดูแลสถานค้าประเวณีฯ จำคุก 2 ปี 6 เดือน รวมเป็นจำคุก 62 ปี 6 เดือน (แต่เมื่อรวมโทษจำคุกทุกกระทงแล้วให้จำคุกสูงสุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 เป็นจำคุกคนละ 50 ปี) และพิพากษาให้จำเลยทั้ง 2 ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เสียหาย 2 รายชาวพม่าคนละ 80,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับจากวันฟ้องเมื่อวันที่ 21 เม.ย.61 (เดิมศาลชั้นต้นยกคำขอชดใช้ค่าสินไหมทดแทน) นอกเหนือจากที่แก้ให้เป็นตามศาลชั้นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังศาลพิพากษาเพิ่มโทษ นายมนัสถึงกับยกมือขึ้นกุมขมับ มีสีหน้าเคร่งเครียด สำหรับนายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการ ถูกยื่นฟ้อง 2 คดี ศาลมีคำพิพากษาไปแล้วเมื่อปี 61 จำคุก 2 สำนวน เป็นเวลาทั้งสิ้น 18 ปี 16 เดือน ยกฟ้องข้อหาสมคบค้ามนุษย์ฯ คดีอยู่ระหว่างอัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์พร้อมกับจำเลยร่วมคนอื่นๆ ส่วนนายกําพล วิระเทพสุภรณ์ หรือเสี่ยกำพล เจ้าของสถานบริการวิคตอเรีย อัยการมีคำสั่งฟ้องร่วมกระทำผิดด้วย ปัจจุบันยังหลบหนีและติดตามตัวมายื่นฟ้องไม่ได้

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อาบอบนวดวิคตอเรียค้ามนุษย์ค้าประเวณีป๋านัสป๋าต้นข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้