ข่าว
100 year

ได้วงจรปิด 4 คนร้ายดักตีจ่านิวแล้ว (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์30 มิ.ย. 2562 05:15 น.
SHARE

‘โรม’ โพสต์กดดัน บี้รัฐบาล-ลากคอ เจ้าตัวยังอยู่ไอซียู

แม่จ่านิวเผย อาการบุตรชายยังทรงอยู่ไอซียู หมอสั่งห้ามเยี่ยม ทั้งยังบ่นปวดตาขวา ยืนยันบุตรชายได้ทุนไปเรียนโทอินเดียเท่ากับต้องหยุดบทบาทการเมืองอย่างน้อย 2 ปี สงสัยทำไมคนทำร้ายยังไม่ยอมหยุด วอนโลกโซเชียลยุติการให้ข้อมูลเท็จป้ายสี ส.ส.เพื่อไทย บุกเยี่ยมจ่านิวพร้อมมอบเงินช่วยค่ารักษา 2.5 แสนบาท เผยเตรียมตั้งกระทู้สดในสภาวันที่ 3 ก.ค.จี้ “บิ๊กตู่” ตอบคำถาม เรื่องสวัสดิภาพความปลอดภัยประชาชนที่เห็นต่าง “อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด” อัดตำรวจ อย่ามัวเฝ้าบ้าน พล.อ.ประวิตร เอาเวลามาเร่งล่าตัวคนร้ายและดูแลประชาชน “หมอเหวง” แกนนำ นปช. เตือนเหตุการณ์คล้ายสมัย 14 ตุลา ระวังเป็นการราดน้ำมันบนกองไฟ “รังสิมันต์ โรม” โพสต์ภาพวงจรปิดขณะ 4 คนร้ายรุมทำร้ายจ่านิวไปถึงกลางถนน โฆษกกลาโหมเผย “บิ๊กป้อม” สั่งตำรวจเร่งสืบสวนหาตัวคนร้ายแล้ว

กรณีนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักเคลื่อนไหวทางการเมือง วัย 27 ปี ถูกชายฉกรรจ์ 4 คน ดักทำร้ายกลางวันแสกๆด้วยไม้คมแฝก บริเวณ ปากซอยบ้านรามอินทรา 109 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา อาการสาหัส ดั้งจมูกหัก เบ้าตาขวาแตก และศีรษะแตกเย็บรวม 8 เข็ม ต้องเฝ้าระวังผลกระทบประสาทตา ส่งรักษาตัวที่ รพ.มิชชั่น น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ มารดา เผย ก่อนถูกทำร้ายเจ้าตัว บ่นว่ามีคนสะกดรอยตาม ยันสาเหตุเดียวคือ ลูกชายเป็นนักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง ขณะที่การติดตามจับกุมผู้ต้องหาเป็นหน้าที่ของตำรวจ สน.มีนบุรี จากการสอบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหารูปพรรณเหมือนคนร้ายที่รุมทำร้ายนายสิรวิชญ์บริเวณป้ายรถประจำทางปากซอยรัชดาภิเษก 7 แขวงและเขต ดินแดง เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ตำรวจ สน.ห้วยขวาง เร่ง ประสานข้อมูลกับชุดสืบสวน สน.มีนบุรีแล้ว ขณะที่พรรคการเมืองฝ่ายค้านและกลุ่มเอ็นจีโอออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตำรวจและรัฐบาลอย่าง หนักตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ส.ส.เพื่อไทยดูจุดเกิดเหตุ

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 มิ.ย. ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ นายการุณ โหสกุล และนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ลงพื้นที่เกิดเหตุ สอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ นายจิรายุกล่าวว่า มาดูจุดเกิดเหตุฐานะที่จ่านิวเป็นลูกบ้านเขตคลองสามวาพื้นที่ของตน วันนี้ขอเรียกร้อง 3 ประเด็น 1.ขอเรียกร้องให้ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาให้ได้ หลังจาก ผบ.ตร.กำชับ ไปยัง บก.น.3 ให้จัดการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน 2.ตน และ ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะตั้งกระทู้ถามสดวันที่ 3 ก.ค. ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ ตอบคำถามเรื่องนี้ ประเด็นสุดท้ายขอเรียกร้องให้เพื่อน ส.ส.พลังประชารัฐและผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองลบโพสต์เยาะเย้ยสะใจที่จ่านิวบาดเจ็บสาหัส ถือเป็นการซ้ำเติม แม้ผู้บาดเจ็บจะอยู่ฝ่ายตรงข้าม แต่เราต้องเห็นใจในฐานะที่เป็นประชาชน

บริจาค 2 แสนให้ครอบครัวจ่านิว

นายจิรายุกล่าวต่อว่า สำหรับวงจรปิดจากบ้านจ่านิวจนถึงจุดเกิดเหตุ มีกล้องทั้งหมด 12 จุด รวม 24 ตัว แต่ละจุดจะมีกล้อง 2 ตัวหันไปทางทิศใต้และทิศเหนือขนานไปกับถนน ตนมั่นใจว่าต้องมีกล้องที่จับภาพคนร้ายได้ กล้องคงไม่เสียทั้งหมด ขอ เรียกร้องให้กรุงเทพมหานครเร่งส่งภาพจากวงจรปิดโดยเร็ว ทั้งนี้ ช่วงเวลา 11.00 น. จะนำเงินที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยและคนในชุมชนคลองสามวาร่วมบริจาคช่วยเหลือจ่านิวจำนวน 200,000 บาท ไปมอบให้แม่จ่านิวที่ รพ.มิชชั่น

อัดตำรวจมัวแต่เฝ้าบ้าน “บิ๊กป้อม”

ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า การทำร้ายนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ถือเป็นการดำเนินการที่อุกอาจ พรรคเพื่อไทยขอประณามโดยเฉพาะคนที่อยู่ เบื้องหลัง เพราะการดำเนินการลักษณะนี้เป็นการดำเนินการที่ต่ำช้ามาก ส่วนนายพลภูมิกล่าวว่าเรียกร้องหน่วยงานความมั่นคง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดูแลรักษาความปลอดภัยชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ไม่ใช่ดูแลแต่บ้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ สน.มีนบุรี เช่นเดียวกันทุกเช้าเย็น เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกลางวันแสกๆทำให้ประชาชนผวา ไม่อยากให้พื้นที่ใกล้บ้านรองนายกฯที่ดูแลความมั่นคง แต่ประชาชนกลับต้องหวาดระแวงกับเรื่องเหล่านี้

ตำรวจประชุมเครียดล่าคนร้าย

ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมฝ่ายสืบสวน บก.น.3 พล.ต.ต.ธิติ แสงสว่าง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รอง ผบก.น.3 พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สส.บก.น.3 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บช.น. ชุดสืบสวน บก.น.3 และ สน.มีนบุรี ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีใช้เวลา 30 นาที พล.ต.ต.ธิติกล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพทั้งก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุได้ พบคนร้ายเป็นชาย 4 คน รูปร่างสันทัด สวมหมวก กันน็อกแบบเต็มใบ แต่งกายใส่เสื้อคลุมแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงขายาว รองเท้าผ้าใบ ขับขี่รถ จยย. มา 2 คัน ก่อนใช้ของแข็งเข้าทำร้ายร่างกายจ่านิวและขี่รถ จยย.กลับรถหลบหนีไปทางถนนรามอินทรา ขณะนี้ไล่ภาพกล้องวงจรปิดไปถึงหน้าห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ คนร้ายใช้เวลาก่อเหตุทั้งหมดประมาณ 1 นาที

ยังไม่ฟันธงประเด็นถูกทำร้าย

พล.ต.ต.ธิติกล่าวต่อว่า เชื่อว่าการกระทำครั้งนี้ เตรียมการมาเป็นอย่างดี ขณะนี้ยังไม่ตัดประเด็นใด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองหรือเรื่องส่วนตัว ส่วนประเด็นที่ก่อนหน้านี้จ่านิวเคยถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ทำร้ายร่างกายเมื่อคืนวันที่ 2 มิ.ย. พื้นที่ สน.ห้วยขวาง เป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ ตอนนี้อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ ขณะนี้ภาพกล้องวงจรปิดยังไม่สามารถมอบให้สื่อมวลชนเผยแพร่ได้ เนื่องจากต้องตรวจสอบให้แน่ชัดก่อน ส่วนภาพกล้องวงจรปิดที่นายรังสิมันต์ โรม เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ตนยังไม่ทราบ แต่ยินดีที่จะนำภาพดังกล่าวมาตรวจสอบ ฝากถึงพี่น้องประชาชนหากใครมีข้อมูลหรือภาพกล้องหน้ารถวันเกิดเหตุ ขอให้นำมามอบให้ตำรวจ

พยานเห็นคนร้ายมาดูลาดเลา

รายงานข่าวแจ้งว่า พยานที่เห็นเหตุการณ์ เผยว่า ปกติมารดาจ่านิวจะขี่จักรยานยนต์มาส่งปากซอยรามอินทรา 109 เวลา 10.00-11.00 น.เป็นประจำ แต่วันเกิดเหตุจ่านิวนั่งวินจักรยานยนต์มาลงปากซอย ก่อนเดินไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มหน้าร้านสะดวกซื้อ แล้วเดินข้ามถนนในซอยพระยาสุเรนทร์เพื่อไปยังถนนรามอินทรา กระทั่งมีคนร้ายขี่จักรยานยนต์ตามมารุมทำร้ายดังกล่าว ก่อนเกิดเหตุ 2-3 วัน พบชายต้องสงสัยลักษณะคล้ายคนร้ายแต่งกายเหมือนแก๊งทวงหนี้ ขี่จักรยานยนต์มาสังเกตพฤติกรรมของจ่านิวด้วย

เผยหนีตายไปกลางถนน

รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดจุดเกิดเหตุ ปรากฏภาพคนร้าย 4 คน แต่งกายชุดดำ สวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ ใช้รถ จยย. 2 คันเป็นพาหนะ คันแรกจอดหน้าปากซอยใกล้สะพานลอยตรงจุดเกิดเหตุ ส่วนรถ จยย.อีกคันจอดเลยไปประมาณ 5 เมตร มีคนร้าย 2 คนอยู่ที่รถ เมื่อจ่านิวเดินมาถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายจากจุดใต้สะพานลอยวิ่งเข้ามาตีเป็นคนแรก จากนั้นคนร้ายอีก 2 คนที่จอดรถ จยย.รออยู่วิ่งเข้ามาช่วยตีโดยมีไม้เป็นอาวุธทั้ง 3 คน จนจ่านิววิ่งหนีลงไปกลางถนนแต่คนร้ายไม่หยุด ทำให้รถที่สัญจรไปมาต้องหยุดรถชะงักดู แต่ไม่มีใครกล้าช่วย จากนั้นคนร้ายแยกย้ายกันขึ้นรถ จยย.หลบหนีไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.น.3 และ สน.มีนบุรี อยู่ระหว่างการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมเพื่อหาเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย และป้ายทะเบียนรถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุ

“จ่านิว” ยังรักษาตัวในไอซียู

ที่โรงพยาบาลมิชชั่น วันเดียวกันนายสิรวิชญ์เข้าพักรักษาตัวในห้องไอซียู ชั้น 3 มีกลุ่มมวลชนแนวร่วมเสื้อแดง เดินทางมาเฝ้าติดตามอาการ นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองทยอยเข้าเยี่ยมต่อเนื่อง อาทิ นายจตุภัทร บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีต บก.นิตยสารว้อยส์ออฟทักษิณ น.ส.กุลธิดา เรืองจรัส ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ นายวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล พิธีกรและนักเขียนชื่อดัง นายธนวัฒน์ วงศ์ไชย คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ อดีตประธานสภานิสิตจุฬาฯ ฯลฯ แต่แพทย์ อนุญาตให้เยี่ยมได้เฉพาะญาติและคนใกล้ชิดเท่านั้น เนื่องจากต้องการให้คนเจ็บได้พักฟื้น

ส.ส.เพื่อไทยมอบเงินช่วยเหลือ

ต่อมาเวลา 11.30 น. ทีม ส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ นายการุณ โหสกุล นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ฯลฯ เดินทางมามอบเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลให้กับ น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ มารดานายสิรวิชญ์ ประกอบด้วย เงินช่วยเหลือจาก ส.ส.พรรคเพื่อไทยรวม 2 แสนบาท และเงินช่วยเหลือจากชาวคลองสามวา 5 หมื่นบาท นายจิรายุ กล่าวว่า ตนไม่อยากให้เกิดเป็นบรรทัดฐานที่ว่า คนเห็นต่างกับรัฐบาลแล้วต้องถูกกระทำด้วยความรุนแรง แล้วจับคนผิดมาลงโทษไม่ได้ ขนาดคนปล้นธนาคารใส่หมวกกันน็อก ใช้รถไม่ติดป้ายทะเบียนกระทำการคนเดียวตำรวจยังจับได้ คนที่ลงมือทำร้ายนักเคลื่อนไหวทางการเมืองมากันหลายคน ตำรวจกลับจับไม่ได้ ปกติเวลามีเหตุสำคัญอะไรเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงจะปรากฏภาพวงจรปิดในที่เกิดเหตุเผยแพร่ทางสื่อ แต่แปลกใจนี่เหตุการณ์ทำร้ายนายสิรวิชญ์ผ่านมาวันที่ 2 แล้วยังไม่เห็นภาพเหล่านี้เลย

“หมอเหวง” เตือน อย่าให้เหมือน 14 ตุลา

ต่อมานางธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธานนปช.พร้อมด้วย นพ.เหวง โตจิราการ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินทางมาเยี่ยมนายสิรวิชญ์ในห้องไอซียู นพ.เหวงเผยว่า ฐานะเป็นอดีตนักศึกษายุค 14 ตุลา 2516 อยากบอกว่า เหตุการณ์ทำร้ายนักเคลื่อนไหวทางการเมืองขณะนี้คล้ายสมัยยุค 14 ตุลา ขอสันนิษฐานว่าเป็นเหตุการณ์ที่ตั้งใจให้หยุดการเคลื่อนไหวทางการเมืองของฝ่ายประชาธิปไตยที่ต่อต้านการสืบทอดอำนาจ คสช. อีกทั้งรอบนี้เหมือนจงใจประสงค์ต่อชีวิต อยากให้คนที่ทำกลับไปเรียนประวัติศาสตร์ยุค 14 ตุลา 2516 และ 6 ตุลา 2519 ว่า การใช้ความรุนแรงแบบนี้ไม่สามารถยุติการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนได้ ไม่ต่างอะไรกับการราดน้ำมันบนกองเพลิง วิธีดีที่สุดคือ เอาน้ำดับไฟถ้าอยากให้บ้านเมืองสงบ นอกจากนี้ยังเป็นห่วงเรื่องการติดตามผู้กระทำความผิดมาลงโทษ เพราะที่ผ่านมาหลายคดีที่เกิดขึ้น ป่านนี้ตำรวจยังจับใครไม่ได้ มั่นใจว่าจงใจที่จะทำให้คดีไม่คืบ

แม่บอก “จ่านิว” หมดกำลังใจ

ด้าน น.ส.พัฒน์นรี มารดาจ่านิว กล่าวว่า ขอขอบคุณแทนลูกชาย เชื่อว่าเจ้าตัวคงมีกำลังใจดีขึ้น หลังจากเมื่อคืนดูอ่อนแอหมดกำลังใจ ถึงกับบอกว่า ทำไมคนทำไม่ตีให้ตายเลยเพราะอยู่แบบนี้ปวดมาก ล่าสุด แพทย์กำชับว่า ไม่อยากให้ชวนคุยมากจะทำให้ใช้สายตา ขณะที่อาการบาดเจ็บที่ตาขวายังไม่ดีขึ้น ความดันในตายังต่ำ ม่านตาขยายมาก ตนบอกลูกชายให้สบายใจเรื่องค่ารักษา ตอนนี้มีผู้ใหญ่รับปากว่าจะช่วยดูแล ส่วนจ่านิวถามถึงคนที่มาเยี่ยมและฝากขอบคุณทุกคนด้วย พร้อมแสดงความเป็นห่วงงานดนตรีช่วงค่ำวันนี้ แต่ฝากให้เพื่อนสนิทรับไปดำเนินการต่อแล้ว

เริ่มหวั่นสวัสดิภาพคนในบ้าน

น.ส.พัฒน์นรีกล่าวด้วยว่า ตอนนี้เริ่มห่วงสวัสดิภาพคนในบ้าน เพราะถ้าคนร้ายบุกมาทำถึงปากซอยบ้านแล้ว แสดงว่าต้องรู้แล้วว่าบ้านอยู่ที่ไหน ขอร้องให้ทีม ส.ส.พรรคเพื่อไทยในพื้นที่ ซึ่งเดินทางมามอบค่ารักษาพยาบาลวันนี้ ช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยให้ครอบครัวด้วย อีกเรื่องคือ ห่วงว่าอาการจ่านิวจะฟื้นตัวไม่ทันเดินทางไปรับทุนเรียนต่อปริญญาโทคณะรัฐศาสตร์ที่ประเทศอินเดีย ตอนนี้เริ่มสบายใจแล้วเพราะทราบว่า มีการช่วยเหลือประสานไปยังมหาวิทยาลัยเพื่อทำเรื่องขอรายงานตัวด้วยเอกสารพร้อมใบรับรองแพทย์แทน

ยันไม่ได้จัดฉากถูกทำร้าย

“ส่วนกรณีกลุ่มคนที่มีอคติและเกลียดชังลูกชาย พยายามใช้โซเชียลโจมตีว่า การถูกลอบทำร้ายครั้งนี้เป็นการจัดฉากนั้น ยืนยันว่าแม้จุดด้อยของจ่านิวจะเกิดในสถานะทางบ้านที่ยากจน มักโดนโจมตีเรื่องเงินมาตลอดเวลาที่เคลื่อนไหวทางการเมือง ในฐานะแม่อยากบอกว่า แม้ครอบครัวจะจนแต่ไม่ได้หิวเงิน ใครจะให้ลูกเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงแบบนั้น แม่รับจ้างทำความสะอาดบ้านวันละ 500 บาทยังภูมิใจกว่า ตอนนี้จ่านิวกำลังได้รับทุนไปเรียนต่อที่อินเดียถึง 2 ปี เท่ากับเป็นการเว้นวรรคการเคลื่อนไหวทางการเมือง น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับผู้ที่เห็นต่าง ไม่เข้าใจทำไมต้องมาทำร้ายจนสาหัสเหมือนตัดอนาคตลูกชายแบบนี้” น.ส.พัฒน์–นรีกล่าว

“ประวิตร” สั่งตำรวจเร่งล่าคนร้าย

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แสดงความกังวลต่อการใช้ความรุนแรงกับผู้เห็นต่างทางการเมือง สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ติดตามความคืบหน้ากรณีนายสิรวิชญ์ถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บเมื่อ 28 มิ.ย. ขอให้เร่งสืบสวนขยายผลนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม พล.อ.ประวิตรย้ำขอให้ตำรวจและฝ่ายความมั่นคง ร่วมกันคุ้มครองดูแลความปลอดภัยประชาชนทุกกลุ่ม ที่ใช้สิทธิและเสรีภาพแสดงความเห็นหรือจัดกิจกรรมใดๆภายใต้กรอบกฎหมายให้ใกล้ชิดมากขึ้น พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ด้วยการเปิดใจกว้างแสดงความคิดเห็นและรับฟังกันอย่างสร้างสรรค์ ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ รวมทั้งปฏิเสธความรุนแรงและการใช้คำพูดที่ยั่วยุ สร้างความโกรธเกลียดกันทางสังคม

“รังสิมันต์” โพสต์คลิปนาทีทำร้าย

นายรังสิมันต์ โรม โพสต์คลิปลงเฟซบุ๊กความยาว 1.05 นาที ขณะนายสิรวิชญ์ถูก 4 คนร้ายใช้ไม้ทำร้ายร่างกายบนทางเท้าปากซอยรามอินทรา 109 ภาพวงจรปิดจับภาพคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขี่รถ จยย.ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีขาว ไม่ทราบทะเบียน คนขี่สวมเสื้อแขนยาวสีขาว กางเกงขายาว รองเท้าผ้าใบ คนซ้อนใส่เสื้อคลุมสีดำ กางเกงขายาว รองเท้าผ้าใบ ทั้ง 2 คนใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีดำ ขี่รถ จยย.ออกจากถนนพระยาสุเรนทร์เลี้ยวซ้ายเข้าถนนรามอินทรา ส่วนคนร้ายอีก 2 คนขี่รถ จยย.ยามาฮ่า เอ็นแม็กซ์ สีขาว ไม่ทราบทะเบียน คนขี่สวมเสื้อคลุมสีน้ำเงิน กางเกงขายาว รองเท้าผ้าใบ คนซ้อนสวมเสื้อคลุมสีดำ กางเกงขายาว รองเท้าผ้าใบ ทั้ง 2 คนสวมหมวกกันน็อกเต็มใบสีดำเช่นกัน ขี่รถ จยย.มาหยุดบริเวณปากซอยเกิดเหตุทำทีเหมือนจะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนรามอินทรา เมื่อจ่านิวเดินมาถึงคนร้ายเร่งเครื่องรถมาจอดริมทางเท้า ก่อนวิ่งไปใช้ไม้ทำร้ายจ่านิวนานกว่า 30 วินาที ก่อนแยกย้ายกันหนี

อดีตผู้สมัคร พปชร.เร่งจับคนร้าย

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่ สน.มีนบุรี นายธันวา ไกรฤกษ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส. เขตสวนหลวง-เขตประเวศ พรรคพลังประชารัฐ และนายกฤชนนท์ อัยยปัญญา อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขตบางแค พรรคพลัง-ประชารัฐ มายื่นหนังสือให้ ร.ต.อ.กิตติ ดวงนิมิตร รอง สว. (สอบสวน) สน.มีนบุรี ขอให้เร่งติดตามคดีทำร้ายร่างกายนายสิรวิชญ์ นายธันวากล่าวว่า วันนี้ตนและนายกฤชนนท์มาในนามส่วนตัว ยื่นหนังสือถึง พ.ต.อ.คมกฤษณ์ คำบุศย์ ผกก.สน.มีนบุรี ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว กรณีจ่านิวถูกทำร้ายเป็นที่สนใจของสังคมวงกว้าง ตนเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของจ่านิว ไม่เห็นด้วยกับการกระทำโหดร้ายดังกล่าว แต่ปรากฏว่ามีบุคคลกลุ่มหนึ่งพยายามโยงเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการกระทำของฝ่ายรัฐบาล อ้างว่าเพราะจ่านิวเป็นนักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลมาตลอด

ขอให้เลิกวาทกรรมป้ายสี

นายธันวากล่าวอีกว่า ตนไม่มีส่วนได้เสียใดๆ กับรัฐบาล เพียงไม่อยากให้เกิดการสร้างวาทกรรมใส่ร้ายป้ายสีข้างเดียวแบบนี้ ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงในสังคมระหว่างผู้สนับสนุนทั้ง 2 ฝ่าย มองว่ารัฐบาลจะได้ประโยชน์อะไรจากการที่จ่านิวถูกทำร้าย ทางกลับกันมองเห็นว่า คนกลุ่มหนึ่งได้ประโยชน์จากการปลุกระดมมวลชน หากปล่อยให้ล่าช้าจะเป็นช่องทางให้คนบางกลุ่มฉวยโอกาสสร้างวาทกรรมทำร้ายประเทศชาติ ดังที่ปรากฏตามสื่อทั้งในและต่างประเทศ ตนเป็นห่วงเพราะมีกลุ่มคนจ้องฉวยโอกาสใช้สถานการณ์นี้มาให้ร้ายรัฐบาลทั้งที่ไม่มีหลักฐานเชื่อมโยง หากไม่มีหลักฐานขอให้หยุดสร้างวาทกรรมทำร้ายประเทศชาติ ขอชักชวนให้ทุกฝ่ายมาทำการเมืองสร้างสรรค์ ขอให้ไตร่ตรองข้อมูลจากสื่อที่เสพก่อนว่า จริงหรือไม่ หากมีใครถูกทำร้ายคงโทษรัฐบาลอีก

“ภูมิธรรม” ฉะรัฐต้องรับผิดชอบ

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า เหตุการณ์การทำร้ายผู้เห็นต่างทางการเมืองเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า รุนแรงมากขึ้น กระทำอุกอาจกลางถนน แสดงความพร้อมจากกลุ่มที่รู้งานและหลบหนีอย่างลอยนวล โดยที่เราไม่ได้เห็นความกระตือรือร้นจากรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เร่งรัดติดตามคนกลุ่มนี้มาลงโทษ ตนคิดว่าการที่กลุ่มคนรักประชาธิปไตยแสดงออกอย่างสันติ อย่าง “จ่านิว” ถูกทำร้ายอีกครั้งอย่างอำมหิต ถือเป็นสัญญาณความเลวร้ายที่สังคมไทยไม่สามารถยอมรับ ไม่อาจให้ปล่อยผ่านได้ เราต้องช่วยกันดูแลและปกป้องไม่ให้การคุกคามประชาชนผู้เห็นต่างทุกรูปแบบมีที่ยืนในสังคม รัฐบาลต้องมีคำตอบการติดตามหาผู้กระทำผิดเรื่องนี้โดยเร็ว บอกได้ว่ารัฐกำลังตั้งใจเพิกเฉยไม่ใส่ใจคนที่เห็นต่าง รัฐบาลต้องไม่ปล่อยให้เรื่องอัปยศน่ารังเกียจเช่นนี้เกิดขึ้นอีก

เกิดเหตุซ้ำซากแต่จับใครไม่ได้

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอประณามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบต่อนักกิจกรรมและผู้เห็นต่างทางการเมือง เหตุใดการกระทำลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อย แต่ไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว คดียากกว่านี้ตำรวจยังคลี่คลายได้ ถ้าคดีนี้ไม่มีความคืบหน้า สังคมต้องตั้งคำถามว่า มีใคร พยายามทำให้ไม่คืบหน้าเพื่อปกป้องคนร้ายหรือไม่ สังคมรอฟังคำตอบ ต้องระมัดระวังไม่ให้กรณีนี้กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว

ชงตั้งคณะร่วมสืบสวนทำคดี

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ เผยว่า พรรคประชาชาติเรียกร้องให้เร่งรัดสืบสวนสอบ สวนเรื่องการพยายามฆ่าจ่านิว ด้วยกระบวนการที่น่าเชื่อถือโปร่งใส ควรตั้งกลไกหรือใช้มาตรการพิเศษ เช่น ให้เป็นคดีพิเศษ เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถและเป็นกลางทางการเมืองร่วมเป็นพนักงานสอบสวนและที่ปรึกษาคดี พร้อมให้การคุ้มครองจ่านิวโดยนำมาตรการคุ้มครองผู้เสียหายและพยานตามหลักการของ พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและ พ.ร.บ.คุ้มครองพยาน ที่กระทรวงยุติธรรมรับผิดชอบ รวมทั้งเก็บรักษาพยานหลักฐานโดยเฉพาะภาพจากกล้อง CCTV และพยานหลักฐานต่างๆ พรรคประชาชาติจะเสนอตั้งกรรมาธิการตรวจ สอบข้อเท็จจริงสนับสนุนและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ เพื่อหาความจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไป

วงจรอุบาทว์ทุบคนเห็นต่าง

น.ส.พิมพ์ระพี พันธุ์วิชาติกุล กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า หยุดการทำร้ายและใช้ความรุนแรงกับผู้เห็นต่าง หลายปีก่อนเวลาตีสองเคยต้องตัดสินใจให้หมอผ่าสมองน้องชายผู้ร่วมอุดมการณ์ทางการเมืองในพรรคถูกลอบทำร้ายใช้ ของแข็งตีศีรษะเลือดตกในสมอง โชคดีที่บุญรักษา หมอขับรถมาผ่าให้หลังย้ายโรงพยาบาลอย่างลับๆเพื่อรักษาความปลอดภัยจากการถูกลอบทำร้ายซ้ำ คิดถึงสภาพผู้ถูกลอบทำร้ายช่วยตัวเองไม่ได้ ตัดกับภาพจิตใจคนที่ลอบทำร้ายและกองเชียร์อาจพอใจ ตั้งแต่วันนั้นผู้ถูกลอบทำร้ายหรือเรียกว่า เหยื่อแห่งความเกลียดชังทางการเมือง เป็นนักกฎหมายยังไม่สามารถทวงคืนความยุติธรรมได้ อาจถูกลืมเลือน เมื่อคืนข่าวร้ายย้ำข่าวเดิมวงจรอุบาทว์เดิมทำงานแบบไม่รามือ กระทำรุนแรงทารุณ ทำแล้วทำอีกปราศจากความปราณี ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับบางแนวคิดและบางกิจกรรมที่ จ่านิวทำ แต่ไม่ยอมให้ใครหลงผิดว่า มีอำนาจทำร้าย ทำลายความเป็นจ่านิวได้ด้วยการใช้กำลังและความรุนแรง

กสม.จี้ รบ.ล่ากลุ่มคนร้าย

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์เรื่อง ความห่วงใยต่อกรณีนักกิจกรรมการเมืองถูกทำร้าย ขอให้หน่วยงานรัฐนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมโดยเร็วกรณีนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักกิจกรรมการเมือง ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์รุมทำร้ายที่บริเวณปากซอยใกล้บ้านพัก กสม.มีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากห้วงเวลาที่ผ่านมานักกิจกรรม การเมืองที่มีความเห็นต่างถูกทำร้ายมาเป็นระยะ หลายกรณีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ทั้งนี้การแสดงความยินดี สะใจ หรือเห็นว่าเป็นเรื่องที่ผู้ตกเป็นเหยื่อสร้างสถานการณ์เองเพื่อหวังผลทางการเมือง เป็นเรื่องน่าเศร้าเสียใจอย่างยิ่ง

คุมเข้มสุมไฟทางออนไลน์

จากเหตุการณ์ดังกล่าว กสม.ขอเรียกร้องให้ภาคส่วนต่างๆพึงปฏิบัติดังนี้ 1.ขอให้รัฐบาลให้ความสำคัญแก่กรณีที่เกิดขึ้น รวมทั้งกรณีอื่นก่อนหน้านี้ เร่งรัดหน่วยงานที่รับผิดชอบให้สืบสวนสอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงว่า ใครเป็นผู้กระทำผิด และกระทำไปด้วยจุดมุ่งหมายหรือแรงจูงใจใด แล้วรีบดำเนินการฟ้องต่อศาล รวมทั้งให้เยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม 2.ขอให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องรีบดำเนินการควบคุมอย่างจริงจัง มิให้ใช้คำพูดที่สร้างความเกลียดชังทางสื่อสังคมออนไลน์ เพราะจะทำให้สังคมแตกแยก 3.ขอให้ประชาชนและทุกภาคส่วนเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของกันและกันตามกฎหมาย ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ปฏิเสธการใช้ความรุนแรง และการใช้คำพูดสร้างความเกลียดชัง และช่วยกันรณรงค์สร้างสังคมให้กลับสู่ขันติธรรม อันเป็นเอกลักษณ์ของสังคมไทยที่ได้รับการยกย่องมาช้านาน

กรมคุ้มครองสิทธิพบแม่จ่านิว

นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม เผยว่า ช่วงเย็นวันนี้ กระทรวงยุติธรรมมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิฯเดินทางพบนางพัฒน์นรี ชาญกิจ มารดานายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ที่โรงพยาบาลมิชชั่น เพื่อแจ้งสิทธิและรับคำขอรับเงินค่าตอบแทนฐานะเป็นผู้เสียหายคดีอาญา รวมถึง แจ้งหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองพยาน ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา 2544 โดยมี พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มพวง รอง ผบก.น.3 ร่วมรับฟังการแจ้งสิทธิด้วย เบื้องต้นมารดาจ่านิวแจ้งว่า มีความประสงค์จะขอรับการคุ้มครองพยาน แต่เนื่องจากขณะนี้จ่านิวยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ เพราะยังพักรักษาตัวอยู่ในห้องพักผู้ป่วยขั้นวิกฤติ (ICU) มารดาจึงขอให้เจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิฯติดต่อกลับมาในภายหลังอีกครั้ง

คนเสื้อแดงเต็มงานดนตรี

ต่อมาเวลา 17.00 น. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว กลุ่ม START UP PEOPLE ที่มีนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว เป็นแกนนำ จัดมหกรรม “ดนตรีประชาธิปไตย 24 มิถุนา วันอะไร?” รำลึกการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 ขณะที่นายสิรวิชญ์ยังนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลมิชชั่น มอบหมายให้นายวีรชัย เฟนดี้ และ น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก ทำหน้าที่พิธีกรแทน ท่ามกลางกลุ่มมวลชนเสื้อแดง นักการเมือง นักวิชาการ ตลอดจนนักเคลื่อนไหวฝ่ายต่อต้าน คสช.ทุกกลุ่มมาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่ม นปช. นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย อดีตแกนนำ นปช. นายอดิศร เพียงเกษ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผศ.ดร.เสาวนีย์ ตรีรัตน์ อเล็ก–ซานเดอร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ผศ.ดร.อรอนงค์ ทิพย์พิมล และ ผศ.ดร.เชาวฤทธิ์ เชาว์แสงรัตน์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ฯลฯ มีกำลังตำรวจ สน.ชนะสงคราม ดูแลอย่างใกล้ชิด สำหรับกิจกรรมในงานประกอบด้วยการแสดงดนตรี อ่านบทกวี การปราศรัย โจมตีการทำร้ายนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ประกาศสโลแกนปลุกใจว่า “หยุดทำร้ายคนคิดต่าง หยุดคุกคามประชาชน”

“จตุพร” ถึง “บิ๊กตู่” เจอกันแน่

นายจตุพรกล่าวปราศรัยกับมวลชนว่า เหตุที่เกิดขึ้นกับจ่านิวและนักเคลื่อนไหวรายอื่นๆ เป็นเรื่องที่ตนไม่อาจจะรับได้ เหตุเกิดต่อเนื่องหลายครั้งแต่รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงไม่มีปัญญาจับคนร้ายได้แม้แต่คนเดียว ลองคิดว่า ถ้ามีใครทำร้ายคนในครอบครัวท่านเหมือนทำร้ายจ่านิว ท่านจะอยู่ในสภาพนี้หรือไม่ วันนี้คนไทยจะไม่ยอมให้เรื่องนี้ผ่านไป ขอพูดให้เสียงได้ยินไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ว่า หากจับคนร้ายไม่ได้ ท่านจะต้องเจอกับตน อยู่กันดีๆไม่ชอบก็อย่าอยู่กันเลย กรณีนี้หลายคนอาจคิดว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ถึง 4 เดือน แต่ตนว่าเดือนแรกก็รอดยาก วันนี้ตนแสดงตัวเพื่อบอกว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่รับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น ได้เจอกับตนแน่

รีบขอภาพจากกล้องก่อนถูกลบ

ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่ออนาคตใหม่ อดีตแกนนำนักศึกษาที่เคยเคลื่อนไหวต้าน คสช.ร่วมกับจ่านิว ให้สัมภาษณ์ว่า หลังเกิดเหตุตนและ พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เดินทางไปยังที่เกิดเหตุจากนั้นไปขอ ภาพวงจรปิดจาก กทม.มาตรวจสอบก่อน เพราะเกรงว่าจะถูกลบ น่าตกใจว่าตนไปขอมาได้ก่อนที่ตำรวจจะมารับด้วยซ้ำ จากการดูภาพที่ปรากฏในกล้อง พบการเตรียมการของคนร้ายชาย 4 คน ค่อนข้างกระทำการอย่างมืออาชีพ มีการขับรถวนดูสถานที่ สวมหมวกพรางใบหน้า และเชื่อว่าติดตามจ่านิวมาแล้ว หลายวัน แม้กล้องจะไม่เห็นหน้าคนร้ายแต่มีพยานจำนวนมากที่เห็นรถคนร้าย สีเสื้อ ทั้งหากไล่ดูกล้องไปทีละตัวคงหาคนร้ายไม่ยาก ตนจะนำเรื่องนี้เข้าหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่ออภิปรายในสภาในวันที่ตั้งกระทู้สด

จ่านิวเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์

ต่อมาเวลา 20.10 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เดินทางมายังอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยกับมวลชนใจความตอนหนึ่งว่า ตนกับนายสิรวิชญ์ถือว่าเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์กัน นายสิรวิชญ์ถือเป็นหนามของผู้ที่ต้องการสืบทอดอำนาจ การทำร้ายครั้งนี้ถือเป็นการสั่งสอนทุกคนว่าอย่าลุกขึ้นมาต่อต้าน การเคลื่อนไหวทางการเมืองของนายสิรวิชญ์ที่ผ่านมาถือเป็นการต่อต้าน เรียกร้องความเป็นธรรมของคนที่ไม่มีต้นทุนทางสังคม ทั้งยังมาจากครอบครัวที่ยากจน มีมารดาเป็นเพียงคนทำงานรับจ้างรายวัน ดังนั้นเราจะไม่ปล่อยให้คนเหล่านี้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว ถึงเวลาที่เราจะต้องมาเรียกร้องและรณรงค์เรื่องนี้ด้วยกันว่า คนผิดจะต้องถูกลงโทษ ไม่ใช่การเรียกร้อง ความเป็นธรรมให้แค่นายสิรวิชญ์เท่านั้น แต่ให้กับคนทั้งสังคม

“ธนาธร” รับปากตามเร่งรัดคดีถึงที่สุด

“ในฐานะหัวหน้าพรรคการเมืองขอสัญญากับประชาชนว่า แม้ไม่ได้อยู่ฝ่ายบริหารที่จะมีอำนาจเร่งรัดการทำงานเจ้าหน้าที่ แต่จะติดตามเร่งรัดและคอยทวงถามทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ถึงความคืบหน้าคดีนี้ และจะทำไม่ได้เลยถ้าประชาชนไม่ให้ความสนใจ ถึงเวลาแล้วที่ความสนใจของประชาชนกับการทำงานของพรรคการเมืองต้องประสานกัน เพราะต่างมีบทบาทหน้าที่ เราต้องประสานเสียงว่า จะต้อง ไม่ให้เรื่องนี้ผ่านไป และเป็นจุดเริ่มต้นของการเอาประชาธิปไตยกลับคืนมา และสังคมที่ปกติกลับคืนมา นี่คือเวลายืนเคียงข้างกันในยามลำบากเพื่อสร้างสังคมใหม่ไปด้วยกัน” นายธนาธรกล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จ่านิวจ่านิว ถูกทำร้ายส.ส.พรรคเพื่อไทยวงจรปิดธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจประวิตร วงษ์สุวรรณข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้