ความร่วมมือของตำรวจไทยและกัมพูชาปราบปรามแก็งคอลเซ็นเตอร์ ที่มีคนไทยร่วมกับชาวต่างชาติ “กลุ่มทุนจีนเทา” ในเขตพื้นที่ชายแดนฝั่งประเทศกัมพูชา กลับมาหลอกลวงเหยื่อคนไทย ส่งตัวกลับมาดำเนินคดี ส่งตัวกลับ 119 คนไทยพล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช. และ ผอ.ศปอส.ตร.และ ผอ.ศตคม.ตร. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.หญิง สุเจตนา โสตถิพันธุ์ ผบก.ศพฐ.1 ร่วมทีมคัดกรองคนไทย 119 คน ถูกจับกุมในเมืองปอยเปตส่งกลับมา ทางการกัมพูชายืนยันว่าทุกคนสมัครใจที่จะเข้าร่วมกระทำความผิด ไม่มีถูกบังคับถูกนำเข้ากระบวนการคัดกรองคัดแยกเหยื่อโดยสหวิชาชีพที่จังหวัดสระแก้วซึ่งที่ผ่านมาทางการกัมพูชาส่งตัวคนไทยที่กระทำผิดแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาประเทศไทยหลายครั้ง แต่ทางกระบวนการคัดแยกคัดกรองเหยื่อไม่สามารถจะพิสูจน์ได้ว่าบุคคลเหล่านี้กระทำผิดเหล่านั้นจริง เนื่องจากพยานหลักฐานต่างๆอยู่ในประเทศกัมพูชา ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้กลับไปร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาหลอกคนไทยซ้ำแล้วซ้ำอีกทำให้มีคนไทยขายชาติอีกจำนวนมากเดินทางข้ามไปยังประเทศ กัมพูชา ร่วมกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เป็นชาวต่างชาติ กลุ่มจีนเทา โทร.มาหลอกลวงเหยื่อคนไทยสร้างความเสียหายขยายเป็นวงกว้างเมื่อไปทำความผิดแล้ว ใช้ช่องทางตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์กลับมาประเทศไทยได้โดยอิสระไม่ต้องถูกดำเนินคดีพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. อนุมัติให้กำลังพลมากกว่าร้อยนายที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสืบสวนจาก บช.สอท. บช.ก. บช.ภ.2 และ สพฐ.ตร. สืบสวนขยายผลพิสูจน์ข้อเท็จจริงคดีคนไทย 119 คน มีคนที่เกี่ยวข้องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 100 คน ซึ่งเป็นเด็กเยาวชน 4 คน และขยายผลไปยังหัวหน้าแก๊งชาวจีน 2 คนลากคนไทยขายชาติเหล่านี้มาลงโทษ.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “เลขที่1 วิภาวดีฯ” เพิ่มเติม