ที่จริงหลายๆ เรื่องอั้งยี่ ที่ ส.พลายน้อย เขียนในสารานุกรมประวัติศาสตร์ไทย (สำนักพิมพ์พิมพ์คำ พ.ศ.2553) หากนับจำนวนสามพันศพที่อั้งยี่ตาย งานปราบอั้งยี่ฉะเชิงเทราใหญ่ที่สุดแต่หากวัดกันด้วยความยอกซ้อนซ้อนเงื่อน งานพระยามหาเทพ (ปาน) ปราบจีนเผียว อั้งยี่ลัดตรุด สมุทรสาคร เร้าระทึกใจกว่าครั้งอื่นๆส.พลายน้อยบอกว่าพวกอั้งยี่ตั้งซ่องขายฝิ่นละแวกสาครบุรีกำเริบเสิบสาน ทางการปราบก็ระงับไปหลายครั้ง จนเมื่อครั้ง พ.ศ.2390 ก็มีรายงานจีนเผียว อั้งยี่ย้ายซ่องไปอยู่ที่ลัดตรุด คลองเล็กๆในตำบลบางปลา อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาครพระราชพงศาวดารบันทึกเรื่องปราบอั้งยี่ครั้งนี้ ไว้ละเอียดพิสดารมากกว่าครั้งใดๆดังต่อไปนี้ปีมะแม (พ.ศ.2490) เดือน 4 พระยามหาเทพ ใช้ให้จมื่นทิพเสนา (เอี่ยม) ออกไปจับฝิ่นอ้ายจีนเผียวที่ลัดตรุด แขวงเมืองสาครบุรี อ้ายจีนเผียวคนนี้ เดิมเข้าฝากตัวเป็นบ่าวพระยามหาเทพ พระยามหาเทพเคยจับมันข้อหาขายฝิ่นแล้วก็ปล่อย พอเห็นว่ามั่งมีแล้วก็จับตัวมาชำระเอาเงินแล้วก็ปล่อย จับๆปล่อยๆดังนีี้หลายครั้งครั้งหลังนี้อ้ายจีนเผียวผูกใจเจ็บแค้น ไม่ยอมให้จมื่นทิพเสนาจับแต่โดยดี คุมพรรคพวกสู้จมื่นทิพเสนาเห็นว่าผิดประหลาด ก็หนีกลับมารายงานเจ้านาย พระยามหาเทพจึงกราบถวายบังคมโปรดเกล้าฯให้เจ้าพระยาพระคลัง (ภายหลัง เป็นสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์) จัดข้าหลวงออกไปเจ้าพระยาพระคลังจัดให้จมื่นราชามาตย์ (ขำ บุนนาค) (ต่อมาเป็นเจ้าพระยาทิพากรวงศ์) รับงานจมื่นราชามาตย์กราบเรียนว่าจับผู้ร้ายและจีนขายฝิ่น ก็เป็นคนมากนักหนาแล้ว เห็นแต่พระยามหาเทพปล่อยเอาเงินกินเสีย ไม่ได้ประโยชน์แก่บ้านเมือง “ครั้งนี้ให้พระยามหาเทพไปเองเถิด”ข้อพิพาทสองขุนนางใหญ่ซึ่งหน้า เจ้าพระยาพระคลังตัดสินว่า “เขาว่าดังนั้นท่านต้องไปเอง”พระยามหาเทพรับอาสาแล้ว ขอพระยาสวัสดิวารี ให้ยกออกไปช่วยวันอังคารเดือน 4 ขึ้น 10 ค่ำ มีบันทึกว่ามีคนที่ไปด้วยราว 300 คน เกณฑ์กรมการเมืองสาครบุรีชาวบ้านไปช่วยอีก รวมกัน 600 คน เรือเก๋งพั้งที่พระยามหาเทพ จะนั่งไปปราบอั้งยี่ จอดอยู่ในโรงเวลากลางคืน ร้องเหมือนเสียงช้างโบราณว่าถือเป็นลางร้ายคนที่ไปเหล่านั้น ไปเรือสำปั้นเปล่าบ้าง เรือสำปั้นมีประทุนบ้าง เรือเป็ดบ้าง ขบวนเรือมหาเทพไปถึงลัดตรุด เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 4 ขึ้น 12 ค่ำ (16 มีนาคม พ.ศ.2390)ชัยภูมิที่อั้งยี่จีนเผียวปักหลักสู้เป็นตลิ่งสูงจะขึ้นไปมิได้ พวกอั้งยี่ก็เอาปืนมานั่งยิงสู้พระยามหาเทพขัดใจ นุ่งจีบออกมายืนอยู่หน้าเก๋งพั้ง ตระโกนเร่งให้เรือลูกน้องบุกเข้าไปๆ ระยะเรือมหาเทพห่างตลิ่งราว 6 เส้น พระยามหาเทพก็ถูกปืนยิงเข้าที่ใต้สะดือ 3 นิ้ว แล้วก็กลับเข้าไปนอนในเก๋งเรือ สั่งบ่าวเบนหัวเรือกลับพวกเรือที่ยกไปด้วยไม่ทันรู้อะไรเป็นอะไร ก็หันหัวเรือกลับตาม ครั้นถึงเมืองสาครบุรีก็ไม่มีคำสั่งให้ผู้ใดอยู่รักษาเมือง ทิ้งเมืองสาครบุรีไว้นำขบวนเรือเข้ากรุงเทพมหานครพระราชพงศาวดารบันทึกด้วยว่าฝ่ายที่ปรึกษาอั้งยี่จีนเผียว เสนอทางสามทางเลือก1.บุกตามขบวนเรือพระยามหาเทพ หากมีโอกาสให้ตีหักเอาพระราชวัง 2.ตีเอาบ้านขุนนางและเจ๊สัวยึดเอาเงินทอง และ 3.ตีเอาบ้านท่าจีน บ้านสนามไชย บ้านโกรกกราก เมืองมหาชัย แล้วยึดเรือไหหลำ 2 ลำ แล่นหนีลงทะเลเคราะห์ดีอ้ายจีนเผียวไม่เอาด้วยปักหลักอยู่ที่ลัดตรุดต่อ จนรัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯให้เจ้าพระยาพระคลังคุมกำลัง 400 ไปปราบ ครั้งนี้พวกอั้งยี่ตาย 400 คน ทั้งจับตัวอ้ายจีนเผียวหัวหน้าได้ งานปราบอั้งยี่ฉบับพระยามหาเทพก็จบมาถึงงานปราบอั้งยี่ฉบับล่า...สถานการณ์ซับซ้อนกว่ามากๆ ทั้งฝ่ายปราบและฝ่ายถูกปราบ ก็เห็นๆหน้ากันทำเนียบในสภาฯแต่งานนี้ แปลกกว่างานมหาเทพฯ มีเค้าจะจบลงแบบมวยล้มต้มคนดู.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม