ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ยังบานไม่หุบ แตกสาขาไปก่อให้เกิดอาชญากรรมอื่นอีกบานเบอะ? ที่กำลังเป็นเรื่องใหญ่คือ ปัญหาการหลอกลวงคนไปทำงานในขบวนการเข้าข่ายการค้ามนุษย์!เรื่องนี้ยังทำให้บ้านเราโดนหางเลขเกิดความเสียหาย กลายเป็นพื้นที่อันตรายสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทย เพราะอาจถูกหลอกข้ามแดนไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้เดี๋ยวนี้นอกจากล่อลวงหาพวกโนเนมมาเปิดคอร์สสอนการโกหกตอแหลกับเหยื่อแล้ว มันเหิมเกริมไปล่อลวงคนมีชื่อเสียงมาทำงานให้ด้วย!เช่นที่เพิ่งช่วยส่งกลับมาได้อย่างดาราจีน นายหวังซิง หรือซิงซิง หรือ นายหยางเจ๋อฉี นายแบบชาวจีนแต่กว่าเรื่องจะจบ ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวบ้านเรากับชาวจีนมันก็พังไม่เป็นท่าไปแล้ว ไม่รู้จะกู้กลับคืนมาได้เมื่อไหร่?อย่าเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะปีที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยกว่า 24 ล้านคน ทำรายได้เข้าประเทศกว่าล้านล้านบาท!จะเอาเม็ดเงินที่ไหนมาทดแทน ถ้าคนจีนเกิดหวาดผวาการเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยที่ดูเหมือนกลายเป็นดินแดนอันตราย สามารถถูกล่อลวงไปทำงานกับกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพในประเทศเพื่อนบ้านได้ง่ายๆ?ขณะเรื่องยังร้อนแรง พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช.และ ผอ.ศพดส.ตร. ไปเป็นประธานการประชุมป้องกันปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เจ้าหน้าที่ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมด้วยวางมาตรการตรวจสอบนักท่องเที่ยวที่จะผ่านแดนละเอียดยิบแต่เชื่อเถอะว่า โค-ตร ยาก เราจะไปห้ามคนที่เต็มใจข้ามชายแดนออกไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้ยังไง?นั่นเป็นคำถามใหญ่ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ ตม.และทหารต้องไปทำการบ้าน...สหบาทคลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม