ผมอ่านนิทานเรื่อง ราชสีห์กับหนู ตั้งแต่อยู่ชั้น ป.เตรียม ครับ ยังจำภาพที่เขียนประกอบได้ฝังใจตอนนั้น หัดอ่านหนังสือเล่มแรกในชีวิต จึงไม่สงสัย ทำไม? ราชสีห์ ที่รู้ต่อๆมาว่า เป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ จึงเหมือนกับสิงโตที่เจอในถิ่นทะเลทรายแอฟริกาในนิทานอีสป 82 เรื่อง ฉบับแพร่พิทยา (พ.ศ.2505) ยศ วัชรเสถียร แปลจากอีสปฉบับฝรั่ง เรื่องที่ 21 ชื่อเรื่อง สุนัขจิ้งจอกกับราชสีห์ แต่เรื่องที่ 22 ชื่อ สิงโตกับอนุสาวรีย์ ทั้งที่ภาพที่เขียนประกอบก็เป็นสิงโตเหมือนกันผมอยู่มาจนแก่ถึงปูนนี้ก็เริ่มมีคำถาม ใคร ผู้ใดหนอ? เป็นต้นแบบแปลว่า ราชสีห์ซึ่งหากจะวัดกันด้วยมโนเรื่องราชสีห์กับหนูขลัง ถ้าเปลี่ยนเป็น สิงโตกับหนู ก็จืดชืดไร้รสอารมณ์เรื่องต่อไปนี้ ยศ วัชรเสถียร ตั้งชื่อ “สุนัขจิ้งจอก ไก่ และสุนัขบ้าน”...ในเรื่องมีราชสีห์ถูกอ้างมาเอี่ยวอีสปฉบับแพร่พิทยาแตกต่างจากฉบับทั่วไป ไม่ขึ้นต้นว่า กาลครั้งหนึ่ง คุณยศ ขึ้นต้นด้วยลีลาสำนวนนุ่มๆเหมือนนิยายคืนซึ่งดวงจันทร์ส่องแสงสกาว คืนหนึ่งสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งเดินกรายเข้าไปใกล้เล้าไก่ เห็นไก่อูตัวหนึ่งยืนอยู่ที่สูง (ภาพประกอบเป็นหลังคาบ้าน) สูงเกินที่มันจะกระโจนงับถึง“ข่าวดี...ข่าวดี” สุ้มเสียงเปี่ยมไมตรี สุนัขจิ้งจอกตะโกนทักไก่“ข่าวดี ยังไง?”ไก่อูร้องถามสวนลงมา“เจ้าไม่รู้เลยล่ะหรือ? ฯพณฯราชสีห์ ผู้เป็นราชาแห่งสัตว์ทั้งหลาย ประกาศธรรมนูญแห่งสันติภาพแล้ว”ธรรมนูญสันติภาพ เป็นคำแปลกใหม่ เจ้าไก่อูก็เพิ่งเคยได้ยินมันยังไม่ทันจะถามข้อสงสัย สุนัขจิ้งจอกก็ร่ายยาวออกมาเอง“ต่อไปนี้ ในป่ากว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ จะไม่มีการไล่ล่า ทำร้าย ในเหล่าสัตว์ทั้งปวงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสัตว์สี่เท้าหรือสัตว์มีปีก จะอยู่ร่วมกันด้วยมิตรภาพของพี่ๆน้องๆ”“ยังงั้น! ก็เป็นข่าวดีจริงๆ น่ะซี!”ไก่อูสมเป็นสัตว์อยู่บนที่สูงกว่า มันมีสายตายาวไกล ทำทีมองเห็นความเคลื่อนไหวอยู่ไม่ไกล “อะไรหรือ! ที่เจ้าเห็น” สุนัขจิ้งจอกถามไก่อูตอบสหายแปลกหน้า “อ๋อ! พวกสุนัขบ้าน ของนายฉัน เท่านั้นเอง เขากำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ อ้าว! แล้วเจ้าจะรีบร้อนไปไหนเล่า!”เมื่อเห็นสหายผู้มีปากเปี่ยมไมตรี กระโจนหนี“เจ้าจะไม่คอยอยู่ บอกข่าวดี ข่าวสันติภาพในป่านี้ ให้แก่พวกหมาบ้าน ฟังบ้างดอกหรือ?”“ข้ากลัวว่า พวกเขาคงไม่ได้ยินประกาศธรรมนูญสันติภาพของท่านราชสีห์”ไก่อู ได้ยินเสียงสุนัขจิ้งจอก ซึ่งวิ่งหนีไปไกลลิบๆแล้ว พอจับความได้แว่วๆแค่นั้นนิทานอีสปเรื่องนี้ มีคำสอนทิ้งท้าย... ขึ้นชื่อว่า ลิ้นของความตลบตะแลงมุ่งร้าย มันก็มักจะย้อนกลับมาเล่นงานเจ้าของลิ้นเองสักวันหนึ่งอ่านกันมาถึงตอนนี้ โดยเฉพาะตอน ธรรมนูญของฯพณฯราชสีห์ โปรดอย่าคิดว่า เรื่องนี้ตั้งใจแต่งเติมขึ้นใหม่ ให้รับอารมณ์ข่าว ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคก้าวไกลผมขอยืนยัน นิทานอีสปฉบับนี้ เขียนขึ้นเมื่อปี 2505 รัฐบาลจอมพลสฤษฎิ์ ธนะรัชต์ แล้วก็เป็นหนังสือดังพิมพ์ขายได้ถึงสามครั้งทีเดียว.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม