นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ในการประชุมสัมมนาโครงการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนการบริหารการศึกษาของประเทศไทยในระดับภูมิภาคของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) มีศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และผู้บริหาร สป.ศธ. เข้าร่วมประชุมในช่วงกลางเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งในงาน ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้เกียรติบรรยายพิเศษหัวข้อ“การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านการศึกษาในภูมิภาค” โดยระบุตอนหนึ่งว่า อยากให้คัดสรรบุคคลที่จะเข้ามานั่งตำแหน่ง ศธภ. และ ศธจ.ที่มีคุณภาพจะได้เป็นปากเป็นเสียงให้หน่วยงานการศึกษาในพื้นที่ และผลักดันการศึกษาให้มีคุณภาพที่สูงขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ตนเห็นด้วยอย่างมาก เพราะที่ผ่านมายอมรับว่าการบริหารงานบุคคลในระดับภูมิภาค การคัดสรรบุคคลเข้าสู่ตำแหน่ง ทั้ง ศธภ. และ ศธจ. ค่อนข้างมีข้อจำกัด เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่เกิดขึ้นในช่วงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้มีการปรับโครงสร้างบริหารงานบุคคลของ สป.ศธ.แล้ว ประกอบกับตำแหน่ง ศธจ.ที่เคยขึ้นบัญชีเอาไว้ก็ไม่มีตกค้างอีก ดังนั้นการคัดสรรบุคคลเข้าสู่ตำแหน่ง ศธภ. และ ศธจ.จะมีหลักเกณฑ์สรรหาที่เข้มข้นขึ้น“บทบาทหน้าที่ของ ศธภ. และ ศธจ.ที่เดิมไม่เคยทำมาก่อน เช่น การส่งเสริมการจัดการศึกษาตามบริบทของแต่ละพื้นที่ การติดตามและส่งเสริมคุณภาพการศึกษาของพื้นที่ในแต่ละรูปแบบ เช่น การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาอาชีวศึกษา การศึกษาแบบโฮมสกูล เป็นต้น จากนี้ไปบทบาทหน้าที่ของ ศธภ. และ ศธจ.ได้เปลี่ยนแปลงไป ต้องเป็นมือประสานที่ช่วยดึงทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาในทุกๆกลุ่ม ไม่ใช่แค่นั่งหัวโต๊ะเพื่อประชุมเหมือนที่ผ่านมาเท่านั้น ทุกคนต้องลงไปเกาะติดพื้นที่เพื่อให้ได้ข้อมูล และช่วยประสานส่งเสริมสนับสนุนการศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ให้ได้ สิ่งนี้คือตัวชี้วัดการทำงานของ ศธภ. และ ศธจ.” ปลัด ศธ.กล่าว.