“30 บาทรักษาทุกโรค” หรือ “บัตรทอง” ...เป็นโครงการที่สืบเนื่องมาตั้งแต่ปี 2545 โดยปัจจุบันผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) มากถึง 47.74 ล้านคนตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ทศวรรษ บัตรทองมีพัฒนาการมาโดยตลอด ตั้งแต่การอำนวยความสะดวกประชาชนด้วยการใช้ “บัตรประชาชน” ใบเดียว แทนบัตรทอง ไปจนถึงการปรับเพิ่มงบประมาณ...สิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ใช้สิทธิ...การบริหารจัดการภายใต้การดูแลของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ครอบคลุมเกือบจะทุกโรค 100% โดย สปสช. มีหน้าที่สนับสนุนงบประมาณให้หน่วยบริการพร้อมทั้งจัดทำเกณฑ์ไปจนถึงแนวทางการรักษาให้เข้าใจว่า... หน่วยบริการใดที่ต้องการรับงบประมาณก้อนนี้ ก็ต้องจัดบริการให้ตรงตามเกณฑ์...โรคที่ สปสช.กำหนด นั่นหมายความว่า ทุกหน่วยบริการที่เข้ามาในระบบบัตรทองจะมีตัวชี้วัดเดียวกัน ส่วนคุณภาพการให้บริการ...ความสะดวกสบาย ฯลฯ เป็นเรื่องที่ “หน่วยบริการ” จะต้องนำงบประมาณนั้นไปบริหารจัดการเอง เราจึงเห็นว่า ผู้ใช้สิทธิบัตรทองสิทธิเดียวกัน แต่ได้รับบริการที่แตกต่างกันออกไป สุดแล้วแต่ผู้บริหารหน่วยบริการนั้นๆจะมีศักยภาพเพียงใด...อย่างไรก็ดี ในแง่ของสิทธิประโยชน์ ทุกวันนี้อาจมีความสับสนว่า “บัตรทอง” ครอบคลุม...ไม่ครอบคลุมบริการใดบ้างทันตแพทย์อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช.อธิบายว่า สิทธิประโยชน์ตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 กฎหมายจะกำหนดให้เป็น “ค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข” ตามมาตรา 3 อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศเริ่มตั้งแต่...ค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ค่าตรวจวินิจฉัยโรค ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ ค่าบำบัดและการบริการทางการแพทย์ ค่ายา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ค่าทำคลอด ค่าอยู่กินในหน่วยบริการ ค่าบริบาลเด็กแรกเกิด ค่ารถพยาบาล หรือค่าพาหนะรับส่งผู้ป่วยค่าพาหนะรับส่งผู้ทุพพลภาพ ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ และค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นเพื่อการรับบริการสาธารณสุขตามที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) กำหนด“กล่าวโดยสรุป สิทธิประโยชน์บัตรทองครอบคลุมตั้งแต่จากครรภ์มารดาจนถึงเชิงตะกอน”ทันตแพทย์อรรถพร ย้ำว่า อยากให้นึกถึง 3 ข้อ ได้แก่ 1.ประเภทและขอบเขตบริการสาธารณสุข หมายถึงบริการหรือโรคที่สามารถใช้บริการได้ 2.วิธีการไปรับบริการ หมายถึงเมื่อเป็นโรคจะสามารถรับบริการได้ที่ใด และ 3.การเบิกจ่ายที่ สปสช.จ่ายให้แก่หน่วยบริการเพราะทั้ง 3 ข้อนั้นเป็นส่วนประกอบที่จะทำให้ประชาชนผู้มีสิทธิสามารถใช้บริการได้อย่างสะดวกและเป็นไปตามที่กองทุนกำหนดไว้สำหรับประกาศฉบับล่าสุด...ประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่องประเภทและขอบเขตของบริการสาธารณสุข พ.ศ.2565 ที่เผยแพร่ราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมานั้น จะใช้เหมือนกันอย่างที่กฎหมายได้ระบุไว้ ทว่า...สิ่งที่เพิ่มเติมมานั้นคือ “บริการสาธารณสุขด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ” แม้ว่า สปสช.เองก็มีประกาศเก่าอยู่แล้ว แต่บอร์ด สปสช.ก็ได้มีการนำประกาศมาทบทวน และควบรวมทุกฉบับให้เป็นฉบับเดียวกันอย่างไรก็ดี ในทุกๆปี สปสช.ก็จะมีการประกาศสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมออกมาใหม่พอสมควร แต่ในปี 2565 นี้จำนวนสิทธิประโยชน์ที่ถูกเพิ่ม...ขยายขึ้นนั้นมีจำนวนค่อนข้างมาก เช่น การคัดกรองผู้ป่วยโรคพันธุกรรมเมตาบอลิกในทารก การตรวจมะเร็งช่องปาก การผ่าตัดใส่รากฟันเทียมสำหรับผู้ที่ไม่มีฟันทั้งปากการตรวจคัดกรองธาลัสซีเมียและซิฟิลิสในคู่ของหญิงตั้งครรภ์เมื่อตรวจพบความผิดปกติ การให้ยาราคาแพง การตรวจคัดกรองการได้ยินในทารกแรกเกิด บริการผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ฯลฯ ซึ่งถ้าเป็นสิทธิประโยชน์ที่เรียกว่า “บริการการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค” นั้นจะครอบคลุม... “คนไทย” ทุกคนนอกจากนี้ สำหรับบริการที่เคยเป็นข้อยกเว้นและได้รับการเสนอให้เป็นบริการที่บุคคลมีสิทธิจะได้รับตามการจัดหมวดหมู่ในประกาศฉบับใหม่นั้น ได้แก่ การบำบัดรักษาและฟื้นฟู...“ผู้ที่ติดยาเสพติด” หากผู้ที่ติดยาเสพติดสมัครใจเข้ารับบริการก็สามารถใช้สิทธิบัตรทองได้ยกเว้นเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดที่มีกำหนดเกี่ยวกับการให้บริการบำบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด หากถูกบังคับให้บำบัดส่วนนี้จะไม่ใช่ สปสช.เป็นฝ่ายดูแล แต่จะกลายเป็นกระทรวงยุติธรรมอีกทั้งการบริการสาธารณสุขที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุประสบภัยจากรถ ยกเว้นการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ รวมไปถึงการรักษาภาวะผู้ที่มีบุตรยากหรือการผสมเทียมตามที่ สปสช.กำหนดโดยความเห็นของคณะกรรมการ ยกเว้น...“การอุ้มบุญ”และ...การรักษาโรคเดียวกันที่ต้องใช้ระยะเวลารักษาตัวในโรงพยาบาลเกิน 180 วันประเด็นสำคัญที่ต้องเน้นย้ำ...สิทธิประโยชน์ที่ “บัตรทองไม่ครอบคลุม” อย่างแรกจะเป็นเรื่องของการศัลยกรรมความงามหรือเป็นการกระทำใดๆเพื่อความสวยงาม โดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ตามด้วยการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาที่อยู่ระหว่างการค้นคว้าทดลอง หรือเกินความจำเป็นจากข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ รวมถึง...การปลูกถ่ายอวัยวะที่ไม่อยู่ในรายการที่กำหนด แต่ก็มีบางบริการที่สิทธิประโยชน์ได้ให้ไปแล้ว เช่น การปลูกถ่ายหัวใจ การปลูกถ่ายตับในเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี ในกรณีเป็นโรคท่อน้ำดีอุดตัน การปลูกถ่ายตับในผู้ใหญ่ที่เป็นโรคตับแข็งระยะกลาง หรือระยะท้าย นอกเหนือไปจากนั้นยังไม่ครอบคลุม และ...สุดท้ายคือการบริการทางการแพทย์อื่นๆตามที่บอร์ด สปสช.กำหนด ทันตแพทย์อรรถพร บอกอีกว่า ในทุกปีจะมีการรับฟังความคิดเห็น และจะมีการนำบางหัวข้อที่ได้มาศึกษา...ดูต้นทุนความคุ้มค่าซึ่งสิ่งที่คิดว่าต้องทำในปีหน้าหรือปีถัดๆไป นั่นก็คือการทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้มากขึ้น แม้จะมี “สิทธิประโยชน์” ที่ครอบคลุมแต่ก็อาจจะมีประชาชนบางส่วนที่ยัง “เข้าไม่ถึง”“...เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ สปสช.จะมองตรงนี้ เราพูดว่าเราครอบคลุมทุกอย่างแต่ประชาชนเข้าไม่ได้ หรือว่ายังไม่สามารถใช้บริการได้ ติดขัดที่ตรงไหน”จะเห็นว่าในขณะนี้มีเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นมาสำหรับบริการการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคนั้น สปสช.ก็จะพยายามดูว่าจะสามารถนำเทคโนโลยีที่มีความคุ้มค่ากับการที่จะใช้เงินจากรัฐบาลมากน้อยแค่ไหนเพื่อดูแลประชาชน สุดท้าย...สิ่งที่คิดว่าจะขยายนั่นก็คือบริการหรือเทคโนโลยีใหม่ๆที่มีราคาแพง เพราะหากว่าไม่ครอบคลุมในส่วนนี้ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการเงินของครัวเรือนได้ ฉะนั้น ก็จะพยายามพัฒนาดูว่ามีช่องทาง หรือวิธีการใดที่จะนำเข้ามาสู่ระบบบัตรทองได้ ขณะเดียวกันก็ไม่ได้หมายความว่าเมื่อเห็นว่ามีราคาแพงและจะสามารถนำเข้าได้ อาจจะต้องมีการทำให้ราคาถูกลงเพื่อนำเข้ามาในระบบได้ เพื่อที่จะใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดให้มีประโยชน์สูงสุดสิทธิประโยชน์ “บัตรทอง”...ปรับใหม่ ขยายเพิ่มอยู่ตลอดเวลา ในแต่ละปี “ผู้ใช้สิทธิ” ต้องติดตามว่ามีอะไรเพิ่มเติม.