ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เปิดระบบ “รับแจ้งความออนไลน์” บนระบบเว็บไซต์ มีประชาชนผู้เสียหายเข้าแจ้งความในระบบเกี่ยวกับคดีการถูกหลอกลวงในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก“บิ๊กเด่น” พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.และ ผอ.ศปอส.ตร ให้ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี “ศปอส.ตร.” หรือ PCT ชุดปฏิบัติการที่ 5 วิเคราะห์ข้อมูลรับแจ้งออนไลน์พบว่ามีการหลอกลวงในรูปแบบที่น่ากลัว โจรกลุ่มนี้ใช้รูปแบบการเจาะเข้าไปควบคุมแอปพลิเคชันไลน์และเฟซบุ๊กของผู้อื่นหรือแฮ็กข้อมูล โจรกลุ่มนี้ไม่เพียงเข้าถึงข้อมูลการสนทนาในไลน์และเฟซบุ๊ก ยังวิเคราะห์บทสนทนาผู้ถูกแฮ็กกับคนที่เคยสนทนาตีเนียนสนทนาเลียนแบบให้เสมือนเป็นผู้ใช้จริง “หลอกยืมเงิน” เพื่อนในไลน์และเฟซบุ๊กของเหยื่อที่ถูกแฮ็กสถิติเดือน เม.ย.จนถึงเดือน พ.ค. 2 เดือน มีผู้เสียหายถูกหลอกและเกิดความเสียหายจากคดีเช่นนี้กว่า 545 คดี การรับแจ้งทั้งหมดในระบบ “แจ้งความออนไลน์” ซึ่งเหยื่อที่ถูกหลอกแต่ละรายจะเสียเงินเป็นจำนวนมากความเสียหายรวมทั้งหมดที่รับแจ้งเป็นเงินกว่า 44,551,131.84 บาท พล.ต.อ.สุวัฒน์ ให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 และ หน.ศปอส.ภ.5 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 และ หน.ชป.5 ศปอส.ตร. พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปอท. พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน ผบก.ตอท.บช.สอท. พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ ผกก.1 บก.ปอท. พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.(สอบสวน) บก.สส.ภ.2 พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ หาญแท้ รอง ผกก.1 บก.ปส.3 พ.ต.ท.ภัททสักก์ ธนสุกาญจน์ รอง ผกก.1 บก.ปอท. พ.ต.ท.วัชระ เทือกตา รอง ผกก.สส.สภ.ช้างเผือก พ.ต.ต.ชัยวัฒน์ จงเจริญ สว.(สอบสวน) สน.บางกอกใหญ่ ร่วมทีมทลายเครือข่าย “แก๊งโจรแฮ็กไลน์”จากการสืบสวนทราบว่า ขบวนการโจรกลุ่มนี้อยู่ในไทย จะส่งลิงก์แฝงโปรแกรมไปยังกลุ่มต่างๆ เช่น เว็บไซต์จองที่พัก กลุ่มขายกระเป๋าแบรนด์เนม เมื่อมีผู้เสียหายหลงกลกดลิงก์เข้าสู่หน้าให้กรอกข้อมูล หากกรอกข้อมูลลงไปคนร้ายจะเข้าไปล็อกอินระบบไลน์ผู้เสียหายได้เลย จากนั้นทักไปยืมเงินเพื่อนในกลุ่มไลน์ของผู้เสียหายนายสมพร หรือแหลม สิงห์ห่วง อายุ 28 ปี หัวหน้าขบวนการและมือแฮกเกอร์ มีประวัติเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาหลายครั้ง ถูกชุดสืบสวน กก.1 บก.ปอท.จับกุมมาแล้ว 2 ครั้ง ขณะนี้ถูกจับกุมครั้งที่ 3 อยู่ระหว่างการประกันตัวในชั้นศาล รับสารภาพว่า ได้เงินมานำไปใช้เที่ยวเตร่ใช้จ่ายส่วนตัว ล่าสุดนายสมพรก่อคดีแฮ็กไลน์ส่วนตัวของลูกชาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข หลอกให้ญาติโอนเงินให้ชุดสืบสวน PCT บช.ก. บช.สอท.และบช.ภ.5 ประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 6 ราย ชุดหนุมาน บก.ป.นำหมายศาลอาญากรุงเทพใต้ บุกเข้าจับ นายสมพรหรือแหลม หัวหน้าขบวนการ ชุด ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5 จับ นายณัฐพงษ์ หรือเอส เพิ่มเติม อายุ 36 ปี หมายจับศาลมีนบุรี จับกุมรับว่า ขบวนการเริ่มรวมตัวเดือน ม.ค.และสนิทกับนายสมพร เพราะอยู่หมู่บ้านเดียวกัน มีหน้าที่จัดการหาบัญชีรับโอนเงินที่นายสมพรหลอกลวงได้และได้ส่วนแบ่งกรณีเงินผ่านบัญชีในสายครึ่งต่อครึ่ง นายณัฐพงษ์ยอมรับว่ารู้ที่มาของเงินว่าได้มาจากการแฮ็กไลน์ แฮ็กเฟซบุ๊ก แต่ไม่คิดว่าจะถูกจับได้และมีโทษร้ายแรงจับกุม นายเกียรติศักดิ์ หรือโอ ยอดศิริ อายุ 24 ปี ตามหมายจับศาลมีนบุรี ให้การภาคเสธว่าไม่ได้ร่วมแฮ็กไลน์หลอกผู้อื่น แต่มีหน้าที่จัดหาบัญชีและถอนเงินของผู้เสียหายไปให้นายสมพรและนายณัฐพงษ์ จับ นายเดี่ยว พิมพขันธ์ อายุ 30 ปี ตามหมายจับศาลมีนบุรี รับว่าไม่ได้แฮ็กไลน์ หลอกผู้อื่น แต่รับว่าเป็นผู้จัดหาบัญชีม้าและตระเวนถอนเงินให้นายเกียรติศักดิ์ นายมณฑล หรือจ้อย ขำโต อายุ 39 ปี ตามหมายจับศาลมีนบุรี ถูก ศปอส.ตร. ให้การภาคเสธว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นเพียงม้ารับเปิดบัญชีจากนายเกียรติศักดิ์รับค่าจ้างเงินสด 500 บาท ชุด ศปอส.ตร.ชุดที่ 5 และ ชุดสืบสวนภาค 5 จับ นายนฤนาท พิมพ์ศักดิ์ อายุ 31 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ให้การปฏิเสธและไม่ให้การชุดจับกุม ขยายผล นายนฤนาทมีหน้าที่เป็นผู้จัดหาบัญชีและคอยถอนเงินไปให้กับนายสมพร และจับ นายอำนาท พันเหนือ อายุ 23 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ชุดสืบสวนขยายผลทราบว่า กลุ่มขบวนการนี้มี นายสมพร หรือแหลม สิงห์ห่วง เป็นหัวหน้าขบวนการและมือแฮกเกอร์ เคยถูกจับกุมมาและอยู่ระหว่างการประกันตัวสู้คดี มีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวยาเสพติดเข้าไปพัวพันกับ นายบัณฑิต หรืออ้น อวยชัย ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ จ.สิงห์บุรีมีการรวมตัวกันสร้างขบวนการ “แฮ็กไลน์” ขึ้นมาใหม่ โดยพัฒนากรรมวิธีการเดินบัญชีโดยใช้กลุ่ม “บัญชีม้า” ของผู้ค้ายาเสพติดกลุ่มของนายบัณฑิตช่วยเดินบัญชีและขยายเครือข่ายการจัดหาบัญชีม้ามีการสอนรูปแบบการเดินบัญชีเพื่อหลีกเลี่ยงถูกตรวจสอบให้กับกลุ่มเครือข่ายทุกคดีที่เกิดขึ้นของขบวนการแก๊งแฮกเกอร์จะมีแผนประทุษกรรมด้วยวิธีการโยกย้ายเงินเหมือนกัน เป็นแผนประทุษกรรมเหมือนกับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ทำให้ขบวนการเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็วการบูรณาการสืบสวนร่วมกันในปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปด้วยความสมบูรณ์แบบ ชุดสืบสวนบุกเข้าจับเครือข่ายตั้งแต่ระดับล่างจนถึงหัวหน้าขบวนการ ยึดและอายัดเงินในบัญชีของขบวนการนี้ไว้แล้ว 32 บัญชีพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ นำเงินของกลางเข้าสู่กระบวนการนำส่งคืนให้กับกลุ่มผู้เสียหายที่ถูกหลอกพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “จากสถิติคดีที่เกิดขึ้น มีการรับแจ้งคดีนี้ถึง 1.7 เปอร์เซ็นต์ จากอัตราการรับแจ้งความออนไลน์ทั้งหมดใน 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งน่าตกใจเพราะขบวนการดังกล่าวเพิ่งเกิดขึ้นมาต้นปี 2565 และใช้แฮกเกอร์เพียงคนเดียวในการหลอกลวงยังสามารถก่อเหตุได้มากถึงเพียงนี้ เราจะมีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยป้องกัน ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงวิธีการของแก๊งนี้ ส่วนผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงไปแล้วให้รีบแจ้งความเข้าระบบไว้ ผมจะเร่งติดตามยึดทรัพย์สินเพื่อนำคืนให้กับผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด”งานนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มอบ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ลงมาประสานข้อมูลของทุกหน่วยที่เข้าร่วมสืบสวนนำไปสู่การทลาย แก๊งแฮ็กไลน์หลอกยืมเงิน รายใหญ่ที่มีเครือข่ายค้ายาเสพติดมาเกี่ยวข้องตัดรากถอนโคน “โจรออนไลน์” หลอกลวงเหยื่อ.ทีมข่าวอาชญากรรม