บันทึกหมอดื้อสู้โควิด โปรดอย่าได้หวาดกลัว

ข่าว

    บันทึกหมอดื้อสู้โควิด โปรดอย่าได้หวาดกลัว

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      2 ส.ค. 2564 05:07 น.

      “เพื่อนส่งมาคิดว่าได้ประโยชน์และมีจุดที่กำลังหาเตียง วัด จุดพักคอย จุดคัดกรองข้อมูลเหล่านี้ เป็นประโยชน์ที่... จิตอาสาทำเพื่อจะได้หาความช่วยเหลือ ลองดูรอบๆบริเวณที่เราพัก...ที่เห็นจุดแดงๆคือคนที่ยังไม่ได้เตียง ที่อยู่ใกล้ๆพื้นที่เรา...กดที่จุดแดงแต่ละจุดจะมีรายละเอียดครับ”

      สู้กันต่อไป ปลอดภัยกันทุกคน กดดูที่ลิงก์ด้านล่างครับ https://jitasa.care/

      ข้อมูลข้างต้นนี้โพสต์โดย “ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha” เฟซบุ๊กเพจ 28 กรกฎาคม เวลา 17.14 น.

      ย้อนไปเมื่อวันที่ 26 ก.ค.64 บันทึกสถานการณ์การแพร่ระบาด มองอดีตสะท้อนปัจจุบัน เพื่อคลี่คลายปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

      14 วันแรก...“ล็อกและแพร่” แต่สถานการณ์ กทม. และจังหวัดต่างๆในปริมณฑลดูคับขัน โรงพยาบาลต่างๆปิดตัว สำหรับที่จะรับ ที่ไม่มี คนไม่พอ เพราะติดเชื้อไปด้วย และไม่ใช่แต่ที่โรงพยาบาลใดโรงพยาบาลหนึ่ง...

      ประสบปัญหาเหมือนกันหมด การตั้งรับ เต็มกลืน การป้องกันตนเองเป็นหัวใจ

      แต่สิ่งที่ “รัฐ” จะช่วยได้คือการสนับสนุนสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ขิง กระชายขาวและยาฆ่าพยาธิไอเวอร์เม็กติน 12 มิลลิกรัมวันละครั้งกินติดกันห้าวันเมื่อมีอาการหรือรู้ว่าเป็นแน่ๆ เพราะไม่มีที่ ที่จะเข้าโรงพยาบาลและรัฐช่วยหาวัคซีนฉีดให้ได้ทุกคนในเวลาอันรวดเร็วที่สุด

      “ภาวนา” และ “หวัง” ในความกรุณา

      วันที่ 25 ก.ค.64 “คิดเลขในใจ”...จาก 100 ที่ติดเชื้อคิดว่ามี 10 เท่านั้น ที่เป็นสัดส่วนที่ต้องอยู่โรงพยาบาลและตัวเลขที่อยู่ในโรงพยาบาลขณะนี้ (มีที่มีอาการอีกมากที่เข้าไม่ได้) =...

      คำถาม ตัวเลขคนติดเชื้อที่ควรจะเป็น =...

      ตัวเลขที่ต้องเข้าโรงพยาบาลจะแปรตาม “วัคซีน” ที่ได้ ถ้ายิ่งได้ครบ “สองเข็ม”...ก็จะเข้าโรงพยาบาลน้อยลง ดังนั้น “อย่าเลือกวัคซีน” มีต้องฉีดไปก่อน และรัฐมีความรับผิดชอบที่ต้องหาวัคซีนจำนวนครอบคลุมประชากรให้ได้มากที่สุด เร็วที่สุดและมีประสิทธิภาพดีที่สุด

      วันที่ 24 ก.ค.64 “ฉีดซิิโนแวค”...เข็มที่หนึ่ง 24 มีนาคม เข็มที่สอง 21 เมษายน

      หนึ่งเดือนหลังเข็มที่สองตรวจได้ 93% ภูมิในการยับยั้งไวรัสที่โชคดีมากกว่าคนอื่นๆที่เจาะประเมินอีกหลาย 100 คน โดยมีจำนวนมากที่ระดับไม่ถึง 68% ที่เป็นตัวเลขคร่าวๆที่บอกถึงระดับการยับยั้งการติดเชื้อ

      วันที่ 19 กรกฎาคม สามเดือนหลังเข็มที่สองได้ 65.94%

      ...เป็นไปตามลักษณะของภูมิที่ตกลงเร็วและเริ่มมีความเสี่ยงของการติดเชื้อตั้งแต่เดือนที่สองเป็นต้นไป แต่อย่างไรก็ตามความสามารถในการป้องกันตาย ยังคงมีอยู่แต่จะลดลงตามลำดับ

      อนึ่ง การดูค่าภูมิคุ้มกันจากการเจาะเลือด ต้องระบุให้ได้ชัดเจนว่าเป็นภูมิที่ยับยั้งไวรัสได้ (neutralizing antibody) หรือเป็นภูมิที่ตรวจหาแบบรวบรวมทั้งหมด ทั้งที่ยับยั้งได้และไม่ได้ ซึ่งมักจะได้ค่าสูงกว่ามาก และไม่สัมพันธ์กับประสิทธิภาพในการยับยั้งการติดเชื้อของไวรัส

      วันที่ 20 ก.ค.64 “สรุปการบริหารจัดการเชิงรุก”...แยกตัวก่อน ในชุมชนแออัด และค่อยคัดกรอง ไม่ใช่คัดกรองแล้วแยกตัว...ชุดตรวจเร็ว สำหรับทุกคน 8.5 ล้านชุดอาจจะไม่พอ...

      ทั้งนี้ ทุกคนเสี่ยงและต้องการตรวจ และทุกคนไม่อยากเป็นและไม่อยากแพร่ วัคซีนเข้าไปฉีดถึงที่เลย

      “โรงพยาบาลสนาม” สำหรับ “แดง” และ “แดงแจ๋”

      อินโดนีเซีย ซิโนแวค 2 เข็ม เจ้าหน้าที่สาธารณสุข “เอาไม่อยู่” เพราะเสี่ยงเชื้อตลอดเวลาเสียชีวิต พิจารณาโมเดอร์นา

      วกกลับมาวันที่ 22 ก.ค.64 ถึงเวลาแล้วหรือไม่? ต้องคิดถึง “โรงพยาบาลสนามเฉพาะโควิด” แยกออกไปต่างหาก และมีบุคลากรหมุนเวียนตามสัดส่วนที่ควรจะเป็น

      และ...โรงพยาบาลสำหรับรักษาโรคตามปกติที่มีการคัดกรองเข้มงวดที่สุด

      “ประเทศไทย” ไม่ได้สูญเสียชีวิตจากโควิดอย่างเดียว แต่คนป่วยโรคอื่นๆสูญเสียไปด้วยมากมหาศาลแนวคิดคุณหมอแก้วซึ่งพวกเราเห็นด้วย 100%

      “ถึงแม้คนสูงอายุมีโรคประจำตัวจะไม่ออกจากบ้านเลย แต่คนในบ้านที่ต้องออกไปทำงานหรือซื้อของที่จำเป็นติดจากข้างนอกมาให้คนในบ้านเต็มไปหมดความเสี่ยงอยู่ทั่วทุกหัวระแหง เราทุกคนต้องพยายามแข็งแรงเข้าไว้ บวกมีวินัย เดินได้เดิน วันละ 7 กิโลเมตร...รักตัวเองไม่เป็นโรคเท่ากับช่วยประเทศ”

      ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หรือ “หมอดื้อ” ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ำอีกว่า

      “6 อย่า” ช่วงโควิด รักษาตัวให้แข็งแรงเท่ากับช่วยประเทศ อย่า... ทะนงตนว่าเป็นหนุ่มสาวหรือไม่มีโรคประจำตัวแล้วไม่เป็นไร...“นอกจากจะเป็นตัวแพร่เชื้อที่มีประสิทธิภาพแล้ว เราเห็นกันแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นในโรงพยาบาลขณะนี้ ที่คนแข็งแรงอาการหนักได้” อย่า...คิดว่าเมื่อติดเชื้อแล้วและเริ่มมีอาการจะรักษาง่ายๆ

      “กลไกของการติดเชื้อเมื่อเข้าร่างกายแล้วจะเพิ่มจำนวน และถ้าหยุดยั้งไม่ได้หรือไม่ทันเชื้อจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกระบบที่ทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรงกว่าเชื้อไวรัสอื่นๆ จากผลของการอักเสบจะกระทบทุกอวัยวะในร่างกาย และทำให้เลือดข้น เกิดลิ่มเลือดเล็กๆทั่วไปด้วย”

      อย่า...คิดว่ามียาต้านไวรัสแค่นั้นก็พอ เมื่อมีการอักเสบเกิดขึ้นจำเป็นต้องให้ยากดการอักเสบ ซึ่งทำให้ติดเชื้ออื่นได้ง่ายขึ้นจากการกดภูมิคุ้มกันและปอดอักเสบที่เห็นนั้นจะกลายเป็นทั้งจากไวรัสและแบคทีเรียซ้ำซ้อน อย่า...คิดว่าถ้าตัวเลขลดลงหมายความว่าต่อไปนี้ไม่ต้องระวังตัวแล้ว

      “ต้องเข้าใจข้อจำกัดของการที่จะตรวจให้ได้ทุกคนในทุกพื้นที่ของประเทศ แม้ว่าตัวเลขจะลดลงก็ตามยังคงมีผู้ติดเชื้อที่ไม่รู้ตัวและไม่แสดงอาการอยู่ทั่วไปได้”

      อย่า...เข้าไปในสถานที่แออัด ที่อับ อากาศถ่ายเทไม่สะดวก “สถานที่ดังกล่าวและยิ่งมีคนที่แพร่เชื้อได้หลายคน โอกาสที่จะได้รับเชื้อยิ่งสูงขึ้นและจำนวนเชื้อมากขึ้นตั้งแต่ต้น เชื้อที่อยู่กับละอองฝอยจะอบอวลอยู่ในอากาศได้นาน แม้เมื่อตกพื้นไปแล้วการเดินจะกระพือให้ละอองฝอยเหล่านี้ลอยขึ้นอีก (ข้อมูลประเทศจีนปี 63)”

      อย่า...นิ่งนอนใจในภาวะโรคประจำตัวทุกอย่าง ต้องคุมให้ได้ “โรคประจำตัวจะเปิดโอกาสทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น เกี่ยวข้องกับกลไกในการรับเชื้อ...การเพิ่มจำนวนเชื้อได้เก่งขึ้น”

      โรคประจำตัวหลายชนิดจะมีลักษณะของการเอื้อให้เกิดมีการอักเสบในร่างกายอยู่แล้ว เช่น โรคหัวใจ อัมพฤกษ์ การอักเสบของข้อ การรักษาจะยิ่งซับซ้อนขึ้นทั้งจากโควิด-19 และโรคประจำตัวที่ปะทุซ้ำซ้อนขึ้น

      สรุปสุดท้ายแล้ว...ต้องรักษาตัวให้แข็งแรง คุมโรคประจำตัวให้หมดจดที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลีกเลี่ยงการเอาตัวเข้าไปในที่เสี่ยง ท่องจำไว้ให้ขึ้นใจ...“ช่วยตัวเองได้ = ช่วยคนไทยทั้งประเทศ”.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ล็อกดาวน์มาตรการล็อกดาวน์โควิด-19สถานการณ์โควิดยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19วัคซีนโควิดฉีดวัคซีนธีระวัฒน์ เหมะจุฑาหมอดื้อสกู๊ปหน้า 1

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2564 เวลา 06:10 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์