ไลฟ์สไตล์
100 year

น้ำหมักพิทักษ์โลก กอ.รมน.เพิ่มค่าข้าวนาคู

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
5 ก.พ. 2564 07:01 น.
SHARE

“ตอนแรกไม่อยากเชื่อ น้ำหมักนี้จะช่วยให้ได้ข้าวมากขึ้น เพราะทำนามาหลายสิบปี ใช้ปุ๋ยเคมีมาแล้วทุกยี่ห้อ ถูกแพงซื้อมาใช้หมดแล้ว ข้าวหอมมะลิที่เราปลูกอย่างเก่งก็ได้แค่ไร่ละ 300-400 กก.เท่านั้น แต่พอทาง กอ.รมน. ส่งเจ้าหน้าที่มาอบรม สอนให้ชาวบ้านทำน้ำหมักเอามาฉีดพ่นในนาข้าว 3 ครั้งตามที่เขาแนะนำ

ต้นข้าวแตกกอดี กอใหญ่ ต้นข้าวงาม ตั้งตรง ต้นสูงแต่ไม่ล้ม ให้ผลผลิตมากกว่าเดิมประมาณ 20% ข้าวหอมรสชาติดี เอาไปขายโรงสียังได้ราคาดีกว่า กก.ละ 9.50 บาท ในขณะที่ข้าวของคนอื่นทำแบบเดิมๆได้แค่ 8 บาท เพราะข้าวของเราเต็มเมล็ด สีแล้วไม่ค่อยมีข้าวหัก แถมยังมีพี่น้องชาวนามาขอซื้อไปทำเป็นเมล็ดพันธุ์ เลยคิดว่าปีหน้าจะทำนาเกษตรอินทรีย์ด้วยวิธีนี้อย่างเต็มรูปแบบ เพราะไม่มีการใช้สารเคมีเลย ปุ๋ยเคมีก็ไม่ใช้”

ข่าวแนะนำ

นางอาพิน ไชยมัชณิมา ผอ.รพ.สต.บ้านนางาม ต.บ่อแก้ว อ.นาคู จ.กาฬสินธุ์ เผยถึงผลที่ได้จากการนำ “น้ำหมักพิทักษ์โลก” มาทดลองใช้ในนา 10 ไร่ของตัวเอง ตามโครงการประสานงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติของ ศูนย์ประสานการปฏิบัติการที่ 4 (ศปป.4 กอ.รมน.) ที่ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเยาวชนและประชาชน ร่วมปกป้องด้านสิ่งแวดล้อม พลังงานและอาหาร ให้เรียนรู้เรื่องน้ำหมักพิทักษ์โลก เพื่อใช้กับนาข้าว 200 ไร่ ในพื้นที่ ต.บ่อแก้ว อ.นาคู เพื่อชาวบ้านจะได้นำกลับไปทำใช้กันเอง

นอกจากจะได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 20% และขายข้าวได้ราคามากกว่าเดิมแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนการทำนา จากเดิมทีอาพินต้องจ่ายค่าปุ๋ยเคมีไร่ละ 400 บาท... กลายมาเป็นจ่ายค่าวัตถุดิบทำน้ำหมักฉีดพ่นนาข้าวทั้งฤดูการผลิตแค่ไร่ละ 30 บาทเท่านั้นเอง

สำหรับที่มาของน้ำหมักพิทักษ์โลก พ.ต.โสมนัส ลพล้ำเลิศ วิทยากร ศปป.4 กอ.รมน. บอกว่า ไม่ใช่น้ำหมักสูตรพิเศษพิสดารแต่ประการใด เป็นสูตรน้ำหมักจุลินทรีย์ย่อยอินทรียวัตถุในท้องไร่ท้องนาให้สลายกลายเป็นปุ๋ยที่ปราชญ์ชาวบ้านทั่วไปทำกันมานานแล้ว เพียงแต่เกษตรกรไม่ค่อยนิยมทำใช้กันเท่านั้นเอง

ส่วนผสมไม่มีอะไรมาก สูตรสำหรับใช้กับพื้นที่นาข้าว 1 ไร่ ประกอบด้วย หัวเชื้อน้ำหมัก 1 ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด 1 ลิตร กากน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ และเกลือแกง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากันใส่ถังหมักปิดฝาให้มิดชิด หมักทิ้งไว้ 7 วัน…เมื่อจะนำไปใช้กับนา 1 ไร่ ให้เอาน้ำหมักที่ทำไว้ 1 ลิตรผสมกับน้ำ 100 ลิตร ไปฉีดพ่นเท่านั้น

“ใน 1 ฤดูเพาะปลูก ให้ฉีดพ่น 3 หน ครั้งแรกฉีดพ่นตอซัง เพื่อย่อยสลายให้กลายเป็นปุ๋ย ฉีดพ่นไปแล้ว 7 วันถึงจะไถกลบ จากนั้นทิ้งไว้อีกประมาณ 10 วัน เริ่มหว่านข้าวได้ เพราะพื้นที่นี้ชาวบ้านจะทำนาแบบหว่านข้าวแห้ง ฉีดพ่นน้ำหมักครั้งที่ 2 หลังจากข้าวงอกไปแล้วประมาณ 15 วัน แต่หลังจากนี้ ถ้าเกิดภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วงนานเกินไป ให้ฉีดพ่นน้ำหมักเสริมอีกครั้ง เพื่อพยุงต้นข้าวให้ข้ามแล้งไปได้ ส่วนการฉีดพ่นครั้งที่ 3 ก่อนข้าวตั้งท้อง” พ.ต.โสมนัส อธิบายถึงขั้นตอนการใช้น้ำหมักพิทักษ์โลกเพราะนอกจากช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน ยังลดการเผาตอซังที่ก่อให้เกิดฝุ่นมลพิษ และลดโลกร้อนไปได้ด้วย.

ชาติชาย ศิริพัฒน์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำหมักข้าวนาคูปุ๋ยเคมีปลูกข้าวอาพิน ไชยมัชณิมาโสมนัส ลพล้ำเลิศสูตรน้ำหมักเกษตร

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564 เวลา 14:34 น.