ไลฟ์สไตล์
100 year

แม่สอดตะลึง เจอ "โควิด" อีก 1 เพิ่งจะกลับมาจากกรุงเทพมหานคร

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ธ.ค. 2563 05:28 น.
SHARE

ไทยยังเจอผู้ป่วยโควิด-19 รายวัน ล่าสุด เชียงราย-เชียงใหม่เจอถ้วนหน้า จากกลุ่มลักลอบมาจากฝั่งเมียนมา แต่ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก พบผู้ติดเชื้อรายใหม่แบบงงๆ เป็นชายชาวปากีสถาน พ่อค้ารถมือสองส่งฝั่งเมียนมา มาขอใบรับรองแพทย์เตรียมบินไปสิงคโปร์ แต่เจอติดเชื้อโควิด-19 พบประวัติเดินทางมา กทม.พักนอนย่านรังสิต ด้าน “อนุทิน” ยันไทยยังไม่ระบาดรอบสอง โวโควิดกระจอกงอกง่อย มั่นใจระบบสาธารณสุขไทยเอาอยู่

ไทยยังพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จากผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและภายในประเทศ จากการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยเดิมที่ลักลอบเดินทางจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ด้วยช่องทางธรรมชาติเข้ามาในไทยโดยไม่กักตัว

ข่าวแนะนำ

เชียงรายเจอป่วยใหม่อีก 2

เมื่อช่วงสายวันที่ 5 ธ.ค. ที่ห้องพญาพิภักดิ์ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นพ.ทศเทพ บุญทอง สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย นพ.สมศักดิ์ อุทัยพิบูลย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลเชียงราย ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดเชียงราย ว่า ณ วันที่ 5 ธ.ค. พบผู้ป่วยรายใหม่ 2 คน เป็นเพศหญิง อายุ 25 ปีเท่ากัน ทำงานที่สถานบันเทิง 1G1 จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาเข้าประเทศไทยมาทางช่องทางธรรมชาติ ทำให้มีผู้ป่วยสะสม 11 ราย

ตรวจที่ รพ.เอกชนไม่พบเชื้อ

นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รอง ผวจ.เชียงราย กล่าวว่า ผลการตรวจสาวไทยทำงานที่ท่าขี้เหล็ก ป่วยโควิด-19 เพิ่มอีก 2 คน คนแรกมีอาการรู้สึกไม่สบาย ไอ มีเสมหะ มีน้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น อีกคนมีไข้ ปวดเมื่อยตามร่างกาย จึงได้แจ้งไปยัง รพ.แม่สายในวันที่ 2 ธ.ค.สำหรับไทม์ไลน์นั้น ทั้งสองคนลักลอบเข้าเมืองทางช่องทางธรรมชาติในวันที่ 26 พ.ย.และได้มาพักกับเพื่อน 4 คน ที่เป็นคนป่วยรายที่ 1-3 ส่วนอีกคนในกลุ่ม 4 คนนี้ไม่พบเชื้อ แต่กักตัวเอง และ 2 คนล่าสุดนี้ไปตรวจเองที่ รพ.เอกชน ซึ่งเป็นการตรวจ Rapid Test ไม่พบเชื้อ แต่วันที่ 2 ธ.ค.มีอาการไม่สบาย มีไข้ จึงไปตรวจที่ รพ.แม่สาย และพบเชื้อ ส่วนอีกหนึ่งคนที่อยู่กับผู้ป่วยกลุ่มแรกยังไม่พบเชื้อ และกักตัวรอการตรวจซ้ำ

คาดคุมโรคได้ใน 20 ธ.ค.

รอง ผวจ.เชียงราย กล่าวอีกว่า สถานที่กักตัวในพื้นที่ (Local Quarantine-LQ) ของเอกชนมี 10 แห่ง ขณะนี้มีการกักตัวแล้ว 137 คน มีการแจ้งขอเข้าประเทศผ่านหน่วยประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา (Thai-Myanmar Township Border Committee/TBC) เข้ามา 40 คน ส่วนสถานทูตไทยประจำเมียนมายังไม่มีแจ้งเพิ่มเติม ส่วนการตรวจเชิงรุก (Active Case Finding) โดยรถชีวนิรภัย บริการตามจุดต่างๆ ในเชียงรายที่มีผู้เสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำไปแล้ว 2,121 คน ตอนนี้ผลที่ออกมาเป็นลบ 1,474 คน และรอผลอีก 647 คน ดังนั้น ทำให้เห็นว่ายังไม่มีการแพร่กระจายของเชื้อ และถ้าไม่มีสถานการณ์อื่น ทางคณะกรรมการเชื่อว่าภายใน 14 วันจะควบคุมได้ และเชื่อว่าภายในวันที่ 20 ธ.ค.จะปิดเคสให้อยู่ในสถานการณ์ควบคุมโรคแบบปกติได้ ส่วนผู้ป่วยเป็นพนักงาน 8080 คาเฟ่ ให้หยุด 14 วัน ส่วนร้านที่อยู่ในไทม์ไลน์อีก 3 ร้าน ได้แก่ ไลบรารี่ ตะวันแดง และอันซีน ให้หยุด 7 วัน ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ควบคุมดูแลการฉีดฆ่าเชื้อไปแล้ว

กำชับให้ตรวจแบบ RT-PCR

ด้าน นพ.ทศเทพ บุญทอง สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยรายที่ 10 และ 11 ได้ไปตรวจที่ รพ.เอกชน ด้วยวิธีการ Rapid Test ตรวจหาภูมิคุ้มกัน เพราะฉะนั้นมีโอกาสที่จะไม่แปรผลได้ กระทรวงฯ ประกาศไม่ให้ใช้การตรวจแบบนั้น สำนักงานสาธารณสุขจึงจะประสานไปยังทุกโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดเชียงรายว่า ให้ตรวจด้วยวิธีตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสแบบ RT-PCR ที่ต้องตรวจโพรงจมูกเท่านั้น ซึ่งเชียงรายหน่วยงานราชการมีที่ตรวจสองแห่งคือโรงพยาบาลศูนย์เชียงราย-ประชานุเคราะห์ และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ วันหนึ่งตรวจได้ 500-600 ราย และขอสื่อสารไปยังประชาชนว่าต้องตรวจโพรงจมูกเท่านั้น

มึนสาวสิงห์บุรีติดเชื้อจากไหน

นอกจากนี้ กรณีผู้หญิง อายุ 51 ปี จังหวัดสิงห์บุรี ที่มาเที่ยวเชียงราย เช็กไทม์ไลน์แล้วพบว่าแทบไม่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยที่เชียงราย และบนเครื่องบิน ห่างกับเคสอินเด็กซ์ประมาณ 8 แถว ซึ่งห่างมาก โอกาสเป็นไปได้ยากที่จะติด เพราะระยะที่อันตรายคือ 2 แถวหน้า สองแถวหลังเท่านั้น ซึ่งเป็นเคสที่จังหวัดสิงห์บุรีกำลังสอบสวนโรคนี้อยู่

เชียงใหม่เจอติดเชื้อเพิ่มด้วย

ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ห้องประชุมศรีเวียงพิงค์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 72/2563 พร้อมด้วย นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เลขานุการคณะกรรมการฯ จากนั้น นพ.กิตติพันธุ์ ฉลอม ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ แถลงผลการประชุม ว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายล่าสุด เป็นรายที่ 46 ของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นหญิงไทย อายุ 26 ปี ทำงานที่สถานบันเทิงในท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เดินทางเข้าประเทศทางพรมแดนธรรมชาติ มาพร้อมกับผู้ป่วยโควิด-19 รายที่ 43, 44 ของจังหวัดเชียงใหม่ เดินทางเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ผลตรวจไม่พบเชื้อ และกักตัวสังเกตอาการอยู่ในสถานที่ที่รัฐกำหนด ต่อมาวันที่ 3 ธ.ค. มีอาการไข้ต่ำๆ ไอเล็กน้อย ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ซ้ำ ผลยืนยันพบเชื้อ จึงรับตัวเข้ารักษาใน รพ.นครพิงค์ และจากการสอบสวนโรคผู้ป่วยรายใหม่ ไม่พบผู้สัมผัสเพิ่มเติม เนื่องจากผู้ป่วยรายนี้เป็นกลุ่มเดียวกันกับผู้ป่วยโควิด-19 จังหวัดเชียงใหม่ รายก่อนหน้านี้ ซึ่งมีประวัติการเดินทางและสัมผัสผู้อื่นในกลุ่มเดียวกัน และหลังจากที่ได้รับการตรวจหาเชื้อครั้งแรก แม้ผลจะเป็นลบ แต่ก็ได้รับการกักกันตัวทันที

รอตรวจกลุ่มเสี่ยงต่ำ 6 ธ.ค.นี้

นพ.กิตติพันธุ์กล่าวอีกว่า ความคืบหน้าการสอบสวนโรคของผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายที่ 43, 44 และ 45 ของจังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้ผู้ป่วยทั้ง 3 ราย ไม่มีอาการ ยังคงพักรักษาอยู่ที่ห้องแยกโรคความดันลบ รพ.นครพิงค์ การติดตามผู้สัมผัสในจังหวัดเชียงใหม่แยกเป็น 2 กรณี ผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง ผู้ป่วยโควิด-19 รายที่ 43, 44 และ 46 จำนวน 7 คน ตรวจแล้ว 3 คน ผลตรวจเป็นลบทั้ง 3 คน และผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงต่ำ จำนวน 17 คน โดยทั้งหมดจะถูกเก็บสารคัดหลั่งส่งตรวจเมื่อครบ 5 วันหลังสัมผัสผู้ติดเชื้อ ในวันที่ 6 ธ.ค.นี้

แม่สอดผงะเจอหนุ่มปากีฯติดเชื้อ

อีกด้านหนึ่ง ที่ จ.ตาก ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.แม่สอด จ.ตาก ว่างานระบาดโรคติดเชื้อโรงพยาบาลแม่สอด รายงานพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 คน เป็นชาวปากีสถาน อายุ 43 ปี อาชีพขนส่งสินค้าและ ค้ารถมือสอง ผู้ติดเชื้อมาตรวจร่างกายเพื่อขอใบรับรองแพทย์เพื่อเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ ผู้ติดเชื้อไม่มีอาการป่วย จึงได้นำตัวเข้าห้องความดันลบโรงพยาบาล แม่สอดทันที

พบมา กทม.–พักย่านรังสิต

ส่วนประวัติการเดินทางของชายผู้นี้ เดือน พ.ย. เดินทางไป กทม.โดยรถยนต์ส่วนตัว พักในโกดังเก็บรถ ของเพื่อนแถวรังสิต วันที่ 1-3 ธ.ค. ไปตรวจรักษาโรค ที่คลินิกเอกชน ไปซื้อของที่ 7-11 หลายครั้ง ไปรับประทานอาหาร ไปสนามบินเพื่อซื้อบัตรโดยสาร รวมทั้งไปต่อวีซ่าที่ตรวจคนเข้าเมือง จ.ตาก กระทั่งมาตรวจร่างกายเพื่อขอใบรับรองแพทย์ที่โรงพยาบาลแม่สอดและพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ขณะนี้ทีมสอบสวนโรคลงพื้นที่ติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยความเสี่ยงสูง 17 ราย และความเสี่ยงต่ำ 14 ราย

ผลตรวจกลุ่มเสี่ยงสิงห์บุรีปกติ

วันเดียวกัน นพ.จักราวุธ จุฑาสงฆ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี เปิดเผยว่า กรณีพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพศหญิง อายุ 51 ปี ซึ่งเป็น ผู้ติดเชื้อรายแรกของจังหวัดสิงห์บุรี มีผู้สัมผัสที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงจำนวน 4 คน ขณะนี้กักตัวอยู่ในโรงพยาบาลสิงห์บุรี 3 คน และกักตัวที่โรงพยาบาลอื่น 1 คน ทางโรงพยาบาลทั้ง 2 แห่ง เก็บตัวอย่างส่งตรวจ ทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งในเวลา 12.00 น. ของวันที่ 5 ธ.ค. ได้รับรายงานผลการตรวจว่าผลตรวจปกติ ไม่พบสารตั้งต้นทางพันธุกรรมเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั้ง 4 ราย แต่ทั้งหมดยังคงต้องกักตัว เฝ้าระวังอาการ และจะมีการเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการซ้ำอีกครั้งในวันที่ 8 ธ.ค. หากพบว่า ผลปกติ จะให้กลับบ้านและกักตัวต่อจนครบ 14 วัน และขอ ให้ประชาชนดูแลตนเองให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น และปฏิบัติตัวตามมาตรการสาธารณสุขคือ สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือ ลงทะเบียนไทยชนะทุกครั้ง

ติดเชื้อจาก ตปท.เพิ่มต่อเนื่อง

สำหรับภาพรวมสถานการณ์โควิด-19 ของไทย ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 รายงานเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ว่าไทยพบผู้ป่วยเพิ่ม 19 คน แยกเป็นผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันของรัฐ 13 คน ได้แก่ มาเลเซีย อินเดีย สวีเดน สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ เม็กซิโก ประเทศละ 1 คน สวิตเซอร์แลนด์ เมียนมา ประเทศละ 2 คน และสหรัฐอเมริกา 3 คน และผู้ที่เดินทางมาจากเมียนมาและไม่เข้าสถานที่กักกันของรัฐ 4 คน และเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 2 คน ที่เคยมีข่าวไปก่อนหน้านี้ ได้แก่ หญิงไทย อายุ 51 ปี จ.สิงห์บุรี และชายไทย อายุ 30 ปี จ.เชียงราย ทำ ให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 4,072 คน หายป่วย 9 คน รักษาตัวอยู่ 164 คน เสียชีวิตเท่าเดิมที่ 60 คน

แนวโน้มการระบาดเพิ่มขึ้น

ขณะที่ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยหลัง สธ.ประชุมทางไกลศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และกรณีหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กที่กระทรวงสาธารณสุข ว่าโรคโควิด-19 ยังมีแนวโน้มการระบาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นไทยต้องเตรียมความพร้อมรับมือ ขณะนี้พบผู้ป่วยโควิด-19 ลักลอบข้ามพรมแดนธรรมชาติจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา แต่สามารถนำเข้ารับการกักตัว ดูแลรักษาติดตามผู้สัมผัสได้ครบ จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคพื้นที่ชายแดน และมอบหมายให้กรมควบคุมโรควิเคราะห์รูปแบบความเสี่ยงอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อป้องกันโอกาสการนำเชื้อเข้าประเทศ

“อนุทิน” ยันไม่ใช่แพร่ระลอกสอง

วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงมาตรการป้องกันโควิด-19 หลังพบผู้ลักลอบเข้าประเทศติดเชื้อโควิด-19 ว่ายังไม่มีการแพร่กระจายระยะสอง เพราะยังไม่แพร่ทุกทิศทุกทางเหมือนช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตอนนี้เราพยายามให้คนไทยที่อยู่ฝั่งเมียนมาและกลับเข้าประเทศให้แสดงตนไปที่โรงพยาบาล เพื่อตรวจ หากพบเชื้อก็รักษา ดังนั้นถ้าใช้วิธีนี้ คิดว่าไม่น่าจะมีเชื้อจากต่างประเทศเข้ามาเพิ่ม โอกาสจะแพร่เชื้อก็มาจากคนชุดแรกที่เข้ามา เวลานี้เราใช้ระบบเข้าไปหาขยายผล ไปถึงผู้สัมผัสเสี่ยงสูง กลาง ต่ำ พบทุกราย และที่ผ่านมาเราประสบความสำเร็จเพราะความร่วมมือจากคนไทยทุกคน ฉะนั้น คนที่เดินทางเข้ามาจากท่าขี้เหล็กที่เป็นจุดปะทุของเชื้อ และคนที่ไปสัมผัสให้รีบมาโรงพยาบาลบอกข้อเท็จจริง ไม่ต้องอาย ทุกคนสามารถติดเชื้อได้ แต่ต้องมีความรับผิดชอบ ยืนยันว่ายาเราดีและมีพร้อมที่จะรักษา กินไม่ถึงสัปดาห์ก็หายหมดทุกคน

ยังไม่ถึงเวลาล็อกดาวน์

เมื่อถามว่า แสดงว่ามาตรการในประเทศยังไม่ต้องเข้มข้นกว่านี้ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าถ้าเราเข้าใจและปฏิบัติตามมาตรการสวมหน้ากากอนามัย คงไม่มีการล็อกดาวน์ในขณะนี้ เนื่องจากที่มาของเชื้อยังเป็นจุดเดิม แต่ถ้ากลับมาแล้วยังตระเวนเที่ยวไปตามที่ต่างๆ เดินทางข้ามจังหวัด ก็อาจจะใช้มาตรการที่รุนแรงขึ้น เวลานี้ยังต้องเฝ้าระวังไปเรื่อยๆจนกว่าสถานการณ์จะนิ่ง ส่วนการรวมตัวของจำนวนคนในกิจกรรมต่างๆนั้น โดยหลักแล้วไม่ต้องกังวลแค่ใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง วันนี้คิดว่าคงไม่มีใครไปงานขนาดใหญ่ เช่น คอนเสิร์ต แต่ไปก็ต้องระวัง ส่วนคนจะไปเที่ยวช่วงนี้ สามารถเดินทางไปได้ แต่ขอให้เข้าใจว่าการแพร่กระจายเชื้อในระยะเมตรครึ่ง ถ้าเราไม่ไปในสถานที่ เช่น ผับ บาร์ โดยไม่ใส่หน้ากากอนามัย ไม่ใช้ภาชนะร่วมกัน ก็ไม่ติด กิจกรรมคอนเสิร์ต หรือการไปชุมนุม ทำได้ ขอให้เข้าใจเรื่องการป้องกันโรค

โวมั่นใจโควิดกระจอก

เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้ข้อบังคับกำหนดห้ามการชุมนุมทางการเมืองใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า อย่าเอามาปนกัน เพราะคนละเรื่อง กรณีที่ตนกล่าวเป็นเรื่องการควบคุมโรคไม่ใช่การเมือง เวลานี้ความเดือดร้อนส่วนใหญ่อยู่ที่ภาคเหนือ ดังนั้น สัปดาห์หน้าตนและ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา จะลงไปเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพื้นที่และให้กำลังใจคนทำงานหน้าด่าน เพราะเวลานี้ความพร้อมของเรามีเต็มที่ อย่างไรก็สามารถควบคุมได้ อีก 6 เดือน ก็มีวัคซีนออกมา จึงขอให้มั่นใจไม่จำเป็นต้องปิดจังหวัด เพราะโควิดกระจอก งอกง่อย ถ้าเราเข้าใจและมีอาวุธพร้อม

ติดเชื้อทั่วโลกกว่า 66 ล้านคน

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก พบผู้ติดเชื้อในรอบ 24 ชั่วโมงกว่า 6.6 แสนคน ทำให้ผู้ติดเชื้อสะสมพุ่งไปกว่า 66.1 ล้านคน และเสียชีวิตเพิ่มอีกกว่า 1.2 หมื่นคน ทำให้เสียชีวิตสะสมกว่า 1.5 ล้านคน โดยสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก และพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 24 ชั่วโมง กว่า 2 แสนคน เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐที่มีประชากรหนาแน่น ทั้งรัฐแคลิฟอร์เนีย รัฐฟลอริดา รัฐนิวยอร์ก และรัฐเท็กซัส และผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2,623 คน ทำให้ยอดสะสมติดเชื้ออยู่ที่กว่า 14.7 ล้านคน และเสียชีวิตกว่า 2.85 แสนคน ตามลำดับ ส่วนที่ แคนาดา โควิด-19 กลับมาระบาดระลอก 2 ขณะที่ ประเทศเมียนมา ซึ่งมีผู้ติดเชื้ออันดับ 68 ของโลก ยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 1,502 คน รวมสะสมเป็น 96,520 คน เสียชีวิตเพิ่ม 31 คน รวมเป็น 2,059 คน

เร่งหาตู้แช่–ห้องเย็นเก็บวัคซีน

ส่วนความคืบหน้าการวิจัยและผลิตวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนา 2019 มีรายงานว่า บริษัท ฟอร์ด ค่ายรถยนต์สัญชาติอเมริกัน สั่งตู้แช่แข็งความเย็นจัดหลายสิบเครื่อง เพื่อมารองรับการจัดเก็บวัคซีน รวมถึงบริษัทสมิธฟิลด์ ผู้แปรรูปเนื้อสัตว์รายใหญ่ของสหรัฐฯ ก็เตรียมความพร้อมห้องความเย็นสูงในการจัดเก็บวัคซีน หลังวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์ที่พัฒนาร่วมกับบริษัทไบโอเอ็นเทค ของเยอรมนี จำเป็นต้องเก็บในอุณหภูมิ -70 องศาเซลเซียส

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1โควิด-19COVID-19ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19กระทรวงสาธารณสุขเชียงรายข่าววันนี้สุขภาพ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 20 มกราคม 2564 เวลา 13:59 น.