ข่าว
100 year

“อภัยภูเบศร” ลุยต่อยอดพัฒนา “นวดไทย”

ไทยรัฐฉบับพิมพ์16 ธ.ค. 2562 09:30 น.
SHARE

ตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเสริมองค์ความรู้ ชงฝึกปรือฝีมือหาเงินพิเศษ

ภญ.ดร.ผกากรอง ขวัญข้าว หัวหน้าศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การยูเนสโกสมัยที่ 14 มีมติให้ขึ้นทะเบียนนวดไทย ในบัญชีรายชื่อตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้แห่งมวลมนุษยชาติ ทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรพร้อมต่อยอดด้วยการตั้งศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการแพทย์แผนไทยร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยมีประเด็นการพัฒนาการนวดด้วย เนื่องจากการนวดอยู่ในวัฒนธรรม และยังมีแนวคิดทฤษฎีที่ชัดเจน โดยจะพัฒนาการนวดในทุกระดับ ทั้งเพื่อดูแลสุขภาพตนเอง นวดเพื่อการรักษา หรือนวดที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่ เพื่อพัฒนาเป็นโปรดักส์แชมเปียน เช่น การนวดนักกีฬา การนวดกระตุ้นพัฒนาการเด็ก

ภญ.ดร.ผกากรองกล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังหาตัวโปรดักส์แชมเปียน ซึ่งจะดึงให้มีการนำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการนวดเข้าไปอยู่ในตลาดด้วย เช่น ลูกประคบ น้ำมันนวด นอกจากนี้ อยากจะรณรงค์ให้เปลี่ยนการเรียกจาก “Thai massage” เป็น “Nuad Thai” หรือนวดไทย เหมือนประเทศจีนที่เรียก ทุยนา เนื่องจากในต่างประเทศก็มีการเปิดสอน Thai massage แต่เจ้าของไม่ใช่คนไทย จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิด รวมถึงการนำไปใช้ผิดประเภท จึงควรใช้คำว่านวดไทย ฝรั่งก็จำกันจนติดหูไปเอง

ภญ.ดร.ผกากรองกล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ เพื่อให้นวดไทยยังคงอยู่ จึงจะร่วมกับกรมแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อขับเคลื่อนและรื้อฟื้นองค์ความรู้เรื่องนวดไทย โดยที่ผ่านมา ได้ทำงานร่วมกับ ผศ.สำลี ใจดี ประธานมูลนิธิสาธารณสุขเพื่อการพัฒนา และครูหมอนวดผู้เชี่ยวชาญ จนสามารถพัฒนาจนได้แบบแผนการนวดเป็นของตัวเองคือ “นวดไทยอภัยภูเบศร” จนปัจจุบันสามารถถ่ายทอดไปสู่เอกชนแล้ว วันนี้แม้อาจารย์สำลีจะล่วงลับไปแล้ว แต่พวกเราก็จะทำงานเหล่านี้ต่อเพราะเห็นคุณค่าทั้งทางวัฒนธรรม สุขภาพและเศรษฐกิจ เราได้จัดโครงการ “เด็กกตัญญูรู้คุณแผ่นดิน” โดยการสนับสนุนของจังหวัดปราจีนบุรี คือให้เด็กมาเรียนรู้การนวด เพื่อให้เด็กได้ใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น เพราะนอกจากจะมีความรู้นำกลับไปดูแลพ่อแม่ปู่ย่าตายายได้แล้ว เด็กบางคนนวดดีก็สามารถหารายได้พิเศษได้อีกด้วย นอกจากนี้ เรายังร่วมกันอนุรักษ์ภูมิปัญญาพื้นบ้านให้อยู่คู่กับชุมชนต่อไป โดยการรวบรวมองค์ความรู้นวดพื้นบ้านฝึกอบรมคนในชุมชนให้ดูแลสุขภาพกันเองในเบื้องต้น โดยไม่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาล ขณะเดียวกัน ก็จะพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นๆ โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วย ร่วมกับการนวด เช่น มัสคุลสเปรย์ ซึ่งได้รับรางวัล ข้างเคียง มัส PMSA Prime Minister Herbal Award 2017.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรนวดไทยมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ยูเนสโกต่อยอด

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้