ข่าว
100 year

เที่ยว "แบมแบร์ก" เวนิสแห่งเยอรมนี

ไทยรัฐฉบับพิมพ์13 ก.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

มีโอกาสเดินทางไปดูงานที่เมืองเอลลิงเก้น ทางตอนใต้ของเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน พี่เบิ้ม...วิทยา สมบูรณ์วงศ์ อดีตวิศวกรบริษัทซีเมนส์ ชวนไปเที่ยวเมืองแบมแบร์ก เมืองเล็กๆที่อยู่ไม่ไกลจากเนินแบร์กและเอลลิงเก้นมากนัก

ขึ้นรถไฟจากสถานีเนินแบร์กไปประมาณ 40 นาที เราก็มาถึง แบมแบร์ก เมืองเล็กๆที่เป็นศูนย์รวมทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งในรัฐบาวาเรีย เป็นเมืองเพียงไม่กี่เมืองในประเทศเยอรมนีที่ไม่ถูกระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

ชื่อเมืองแบมแบร์กเชื่อว่าน่าจะมาจากชื่อตระกูลบาเบนแบร์ก มองเผินๆ แบมแบร์กเหมือนจะไม่มีอะไรมาก และมักไม่ถูกจัดอยู่ในโปรแกรมการท่องเที่ยวเยอรมนีหรือเส้นทางท่องเที่ยวในยุโรปเหมือนเมืองใหญ่ๆอย่าง แฟรงก์เฟิร์ต มิวนิก หรือแม้แต่เบอร์ลิน และแม้แต่เมืองประวัติศาสตร์จริงๆ คนก็มักนิยมไปเที่ยวเส้นทางสายอัศวินอย่างโรเทนเบิร์ก ไฮเดนเบิร์ก มากกว่า

แต่พอได้มาถึงแบมแบร์กจริงๆ กลับพบว่าเมืองนี้มีความโดดเด่นทั้งทางด้านสถาปัตยกรรมและมรดกทางวัฒนธรรม ที่ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลก จากยูเนสโก ตั้งแต่ปี ค.ศ.1963

และเพราะความเป็นเมืองเล็กๆ ทำให้สามารถเดินเที่ยวได้ง่ายๆ เริ่มต้นกันที่ มหาวิหารบัมแบร์กเซนต์ปีเตอร์และเซนต์จอร์จ (Bamberger Dom St. Peter and St.Georg) มหาวิหารชื่อยาวที่ถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างซึ่งมีชื่อเสียงมากที่สุดของเมือง ทั้งยังเป็นที่ตั้งของสังฆมณฑลอัครบาทหลวงแห่งแบมแบร์ก

ตัวอาคารสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมานเนสก์ตอนปลายผสมกับศิลปะแบบโกธิคตั้งแต่ปี ค.ศ.1004 โดยจักรพรรดิเฮนรีที่ 2 (Henry II) ใช้เวลาสร้างนานถึง 8 ปี แล้วเสร็จเมื่อปี ค.ศ.1012 ถูกเพลิงไหม้ถึง 2 ครั้ง ในช่วงเวลา 200 ปี คือ ในปี ค.ศ.1081 และ ค.ศ.1111 หลังเกิดเพลิงไหม้ อาสนวิหารแห่งนี้ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่โดยออตโตแห่งแบมแบร์ก

ภายในมหาวิหารประกอบไปด้วยหอทั้งสองด้านของตัวตึกจำนวน 4 หอ มีบริเวณต่างๆแยกเป็นส่วนๆ เช่น บริเวณคริสต์ศาสนพิธี (chancel) ทางด้านตะวันออก สร้างอุทิศให้แก่นักบุญจอร์จซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ส่วนคริสต์ศาสนพิธี ด้านตะวันตก สร้างอุทิศให้นักบุญเปโตร ผู้เป็นสัญลักษณ์ขององค์พระสันตะปาปา นอกจากนี้ยังมีบริเวณสำหรับขับเพลงสวด (choir) ทั้งสองด้านซึ่งเป็นลักษณะของการก่อสร้างอาสนวิหารบางอาสนวิหารในเยอรมนี เช่น ที่ อาสนวิหารอุล์ม และอีกหลายๆที่

นอกจากนี้ด้านในยังมีห้องที่เป็นเหมือนสถานที่เก็บศพของนักบุญและบิชอฟ ที่ดูวังเวงพอสมควร มีส่วนที่จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงของมีค่าทางศาสนา เป็นมหาวิหารที่ไม่ใหญ่นัก ใช้เวลาเดินชมไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็เสร็จ

ใกล้กับมหาวิหารเป็นที่ตั้งของสวนกุหลาบขนาดใหญ่ และ ปราสาทอัลเทนเบิร์ก (Alten-burg) บนจุดสูงสุดของเนินเขาเซเว่น ฮิลล์ เป็นจุดชมวิวเมืองแบมแบร์กมุมสูงที่สวยงาม โชคดีมากที่ช่วงที่เราไปเที่ยวนั้น ดอกกุหลาบออกดอกบานสะพรั่งไปทั้งสวนดูสวยงามทีเดียว

ออกจากปราสาทเดินลงมาด้านล่าง จะผ่านร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และเพราะเบียร์เป็นเครื่องดื่มประจำชาติของเยอรมนีที่ขาดไม่ได้ พวกเราจึงเลือกร้านที่เป็นทั้งร้านอาหารและร้านเบียร์ สั่งเบียร์เยอรมันที่มีทั้ง Dunkel Bier หรือ ดุงเกน ซึ่งแปลว่าเบียร์ดำ โดยคาแรกเตอร์จะออกหวาน มีกลิ่นมอลต์คั่วขมหน่อยๆ เบียร์ชนิดนี้ เด็กๆวัยรุ่นนิยมกิน เพราะเบาๆละมุนๆ

ส่วนอีก 2 ชนิดที่เห็นคนเยอรมันรวมทั้งยุโรปชาติอื่นๆนิยมสั่ง คือ ลาเกอร์เบียร์ เป็นเบียร์ที่เก็บบ่มไว้ตั้งแต่ 6 อาทิตย์ ถึง 6 เดือน ลองจิบๆดู รสชาติเหมือนกินเบียร์ฮอลแลนด์ ไฮเนเก้น อีกชนิดหนึ่ง คือ ไวท์เซ่น เบียร์ หรือ WeissBier เป็นเบียร์ที่ทำจากข้าวสาลี มีกลิ่นมอลต์เล็กๆเตะจมูก มีทั้งแบบใสๆและขุ่น ถ้าเป็นแบบขุ่นก็คือจะมียีสต์ผสมอยู่ด้วย

จิบเบียร์กันคนละนิดๆพอชื่นใจแล้ว ก็ไปเดินต่อ จุดหมายของเรา คือ ศาลาว่าการเมืองเก่า (Altes Rathaus) ไฮไลต์ของศาลาว่าการเมืองเก่าแบมแบร์ก นอกจากจะเก่าแก่มากเพราะสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1386 แล้ว ยังเป็นศาลากลางที่สร้างอยู่บนสะพานโอเบอร์ บรุ๊ก คร่อมแม่น้ำเร็กนิทซ์นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปที่นี่ เพราะเป็นอาคารหลังเล็กๆสไตล์บาวาเรียน โดยไม้ที่ตีประกบอาคารทาสีเหลือง ดูมีความเข้มขลังพอควร

ปัจจุบันไม่ได้ใช้ที่นี่เป็นศาลากลางแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์เครื่องกระเบื้อง หรือ Sammlung Ludwig Collection Bamberg ด้านในมี 2 ชั้น จัดแสดงเครื่องกระเบื้องและคำอธิบายของการทำเครื่องกระเบื้องในแต่ละยุค

อีกที่ที่ไม่ควรพลาดถ้ามาแบมแบร์ก ก็คือ ETA โฮฟฟ์มันน์เฮาส์ (Alte Hofhaltung) เป็นอาคารที่เคยใช้เป็นที่พำนักของบาทหลวงในศตวรรษที่ 16-17 สร้างโดยจักรพรรดิเฮนรีที่ 2 คนเดียวกับที่สร้างเมืองและมหาวิหาร...นั่นละ

ระหว่างทางเดินเลียบแม่น้ำเร็กนิทซ์ จะมีหมู่บ้านคนหาปลา และเพราะเป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยน้ำ แบมแบร์กจึงมีฉายาอีกอย่างว่า เวนิสแห่งเยอรมนี

เราอำลาแบมแบร์ก ด้วยขาหมูทอดสไตล์บาวาเรียน แกล้มกับเบียร์มีควันหรือเบียร์ดำที่มีกลิ่นหอมไหม้ๆจากการรมควัน ว่ากันว่าเป็นซิกเนเจอร์ของเมืองนี้เลยทีเดียว

ออกจากแบมแบร์กบ่ายแก่ๆ เป็นอีกครั้งของการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในเมืองเล็กๆระหว่างทาง ที่ได้อารมณ์ละมุนไม่น้อยทีเดียว...!!!

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แบมแบร์กเยอรมนีรัฐบาวาเรียปราสาทอัลเทนเบิร์กเวนิสแห่งเยอรมนีลาเกอร์เบียร์เที่ยวตามตะวัน

คุณอาจสนใจข่าวนี้