เวลาประธานาธิบดีสหรัฐฯลงนามในคำสั่งประธานาธิบดี (Executive Order) หรือรับรองร่างกฎหมาย จะมีการส่งมอบ “ปากกา” ให้แก่บุคคลหรือกลุ่มคนที่ยืนอยู่รอบล้อมโต๊ะทำงานทำเนียบขาวโดยกรณีนี้ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ยาวนานมาหลายทศวรรษ เพื่อบ่งบอกถึงการมีส่วนร่วมและการแบ่งปันเครดิต แชร์ความดีความชอบให้แก่ผู้ที่ได้รับปากกาจากประธานาธิบดีทั้งนี้ การมอบปากกาเริ่มได้รับการจดจำนับตั้งแต่ช่วงนาทีประวัติศาสตร์ปี 2507 ที่ประธานาธิบดีลินดอน บี. จอห์นสัน รับรองร่างกฎหมาย Civil Right Act ยกเลิกการแบ่งแยกเชื้อชาติ สีผิว ศาสนาและเพศสภาพ โดยห้วงเวลานั้นได้มีการเตรียมปากกามาไว้เป็นจำนวน 76 ด้ามแต่แน่นอนว่า นาทีประวัติศาสตร์เช่นนั้น ก็ถือเป็นโอกาสในการเดิน “เกมการเมือง” เช่นกัน โดยประธานาธิบดีจอห์นสันส่งมอบปากกาด้ามแรกแก่ เอเวอร์เรตต์ เดิร์กเซน วุฒิสมาชิกรีพับลิกัน จากรัฐอิลลินอยส์ ที่ช่วยร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา ซึ่งตอนนั้นเดิร์กเซนถูกกันซีนไปยืนอยู่ไกล แต่จอห์นสันต้องการที่จะ “ซื้อใจ” และแสดงให้สมาชิกพรรคคนอื่นๆเห็นว่า นี่คือคนโปรดที่ควรได้รับการยอมรับจากนั้นปากกาลำดับต่อมาได้ถูกส่งมอบแก่ฮิวเบิร์ต ฮัมฟรีย์ รองประธานาธิบดี และทยอยแจกจ่ายให้แก่บุคคลสำคัญ รวมถึง “มาร์ติน ลูเธอร์ คิง” ผู้ขับเคลื่อนการยกเลิกแบ่งแยกสีผิวในสหรัฐฯ นักประวัติศาสตร์ยังบันทึกไว้อีกว่า เอกสารไม่ได้มีช่องให้ลงนามช่องเดียว และผู้นำจอห์นสันได้พยายามเขียนลายเซ็นไปทีละขยัก เพื่อจะได้ใช้ปากกาให้ครบทั้งหมดการมอบปากกาประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใช่ว่าจะต้องทำกันภายในพิธีเท่านั้น เพราะช่วงที่ลงนามกฎหมายลดภาษีเงินได้ของประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ผู้ล่วงลับ ทางผู้นำจอห์นสันที่มาสานต่อให้จบ ได้นำปากกา 4 ด้าม ไปส่งมอบให้แก่ “แจกเกอลีน เคนเนดี” อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของผู้นำที่จากไปก่อนวัยอันควร ด้ามแรกให้แจกเกอลีนเก็บไว้ส่วนตัว ด้ามที่สองและสามมอบให้แก่ลูกสองคนคือแคโรไลน์และจอห์น–จอห์น ส่วนด้ามสุดท้ายมอบให้พิพิธภัณฑ์และหอสมุดเชิดชูเกียรติ จอห์น เอฟ.เคนเนดี.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม