13.00-16.30 น. พฤหัสบดี 23 มกราคม 2025 สันนิบาตเทศบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือเชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย พูด ‘วิสัยทัศน์การบริหาร อปท.ในทศวรรษหน้า’ ที่ห้องประชุมขุมทองวิไล ม.ราชภัฏเลย17 มกราคม 2025 มีรายงานข่าวว่า โจ ไบเดน ผู้ที่กำลังจะพ้นตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯอาจจะนิรโทษกรรมในคดีให้กับทรัมป์ ผู้ที่จะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯในวันนี้ 20 มกราคม 2025 ขณะที่เขียนบทความนี้ยังไม่มีการนิรโทษกรรม ก็ไม่ทราบว่าไบเดนจะนิรโทษกรรมตอนไหนหรือไม่ อย่างไร เพื่อให้ทรัมป์พ้นจากคดีอินุงตุงนังก่อนที่จะเป็นประมุขของประเทศที่มีอำนาจมากที่สุดในโลกโจ ไบเดนนิรโทษกรรมให้ฮันเตอร์ ไบเดน ลูกชายที่ถูกพิพากษาว่ามีความผิดตามกฎหมายรัฐบาลกลาง โดยให้นิรโทษกรรมความผิดทั้งหมดที่เกิดขึ้นแล้วหรืออาจจะเกิดขึ้นระหว่าง 1 มกราคม 2014-1 ธันวาคม 2024 ซึ่งในห้วงดังกล่าว ฮันเตอร์เป็นบอร์ดบริหารของบูริสมา บริษัทพลังงานของสัญชาติอูเครนPresidential Pardons เป็นอำนาจที่มอบให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯโดยตรงตามรัฐธรรมนูญซึ่งเขียนไว้ว่า “ประธานาธิบดีมีอำนาจเลื่อนการลงโทษและอภัยโทษสำหรับความผิดที่กระทำต่อสหรัฐฯ ยกเว้นการถอดถอนจากตำแหน่ง”หลายคนสอบถามผมมาในเรื่องนี้ ขอเรียนนะครับว่า การนิรโทษกรรมโดยประธานาธิบดีมีผลเฉพาะในกรณีที่เป็นความผิดตาม Federal Law หรือกฎหมายของรัฐบาลกลางเท่านั้น ไม่ครอบคลุม State Law หรือกฎหมายของแต่ละรัฐการนิรโทษกรรมมีมากมายหลายประเภท เช่น Pardon เป็นการอภัยโทษเต็มรูปแบบ ทำให้บุคคลที่ได้รับ Pardon พ้นโทษจากความผิดและฟื้นคืนสิทธิพลเมือง นอกจากนั้นยังมี Commutation เป็นการลดโทษที่ศาลได้กำหนด เช่น ลดระยะเวลาจำคุก Reprieve นี่คือการเลื่อนการบังคับใช้โทษ Clemency เป็นการใช้ดุลพินิจในการผ่อนปรนโทษโดยรวม Amnesty การให้อภัยโทษแบบกว้างสำหรับกลุ่มบุคคล เช่น การนิรโทษกรรมผู้หลบหนีทหารในสงครามเวียดนามการนิรโทษกรรมของประธานาธิบดีสหรัฐฯเป็น Absolute Authority ผมหมายถึง ไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาหรือศาล อยู่ภายใต้ดุลพินิจของประธานาธิบดีโดยตรงแต่เพียงผู้เดียวผู้ได้รับนิรโทษกรรมมีสถานะเป็นผู้บริสุทธิ์ใช่หรือไม่ ขอตอบว่า ไม่ใช่ครับ ไม่ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมาย แต่ยกเว้นจากการต้องรับโทษเท่านั้นผู้อ่านท่านยังจำอดีตประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ที่มีความผิดคดีวอเตอร์เกตได้ไหมครับ ทันทีที่เจอร์รัลด์ ฟอร์ด ขึ้นเป็นประธานาธิบดี แกก็นิรโทษกรรมให้อดีตประธานาธิบดีนิกสัน หรือในยุคของคาร์เตอร์เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คาร์เตอร์ก็นิรโทษกรรมให้ผู้หลบหนีทหารในสงครามเวียดนาม ในยุคของโดนัลด์ ทรัมป์ก็เช่นเดียวกัน ตอนที่เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก แกให้อภัยโทษบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างโรเจอร์ สโตน และไมเคิล ฟลินน์ทุกครั้งที่มีการอภัยโทษก็มีผู้ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ คนเสียประโยชน์ก็จะออกมาโจมตี พวกได้ประโยชน์ก็จะอ้างหลักการและเหตุผลในการต้องนิรโทษกรรม ที่อ้างกันก็เป็นหลักการแห่งความเมตตา แสดงความเห็นใจต่อผู้กระทำความผิดที่สำนึกผิด หรือพวกที่โดนศาลพิพากษาลงโทษอย่างไม่เหมาะสมบางครั้งก็อ้างหลักการแก้ไขความผิดพลาดของกระบวนการยุติธรรม ศาลตัดสินไปแล้ว แต่สังคมคลุมเครือ สงสัยว่าผู้ต้องโทษอาจถูกลงโทษอย่างไม่ยุติธรรม ประธานาธิบดีก็จะนิรโทษกรรมให้หลายครั้งมีความตึงเครียดทางการเมือง หรือทะเลาะเบาะแว้งกัน ประธานาธิบดีก็นิรโทษกรรมเพื่อผลประโยชน์ของสาธารณชน เพื่อส่งเสริมความปรองดองในสังคม บางทีการนิรโทษกรรมก็อยู่กับมุมมองทางการเมือง เช่น สงครามเวียดนามที่ประธานาธิบดีสมัยก่อนเห็นว่าจำเป็น แต่จิมมี คาร์เตอร์มองว่าไม่จำเป็น จึงอภัยโทษผู้หลบหนีทหารในช่วงสงครามทรัมป์ถูกตั้งข้อหา 34 กระทง เกี่ยวกับการปลอมแปลงบันทึกทางธุรกิจ ถูกกล่าวหาว่าพยายามล้มล้างผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี ค.ศ.2020 ถูกกล่าวหาว่าเก็บเอกสารที่มีเนื้อหาอ่อนไหวในรีสอร์ตมาร์-อา-ลาโก และขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมที่พยายามเก็บเอกสารกลับ ยังมีอีกหลายคดีครับ ฯลฯ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม