สลดส่งท้ายปี เครื่องบิน “เชจู แอร์” ขัดข้อง ล้อไม่กางขณะร่อนลงที่สนามบินมูอัน เกาหลีใต้ ภาพวิดีโอชัดท้องเครื่องไถลตามรันเวย์ก่อนพุ่งชนกำแพงสนามบินจนระเบิดไฟลุกควันดำ พวยพุ่งท้องฟ้าตายสยองเกือบยกลำ 179 ศพ เผย 2 ในนั้นมีสาวไทยด้วย ขณะเดียวกันมีแอร์โฮสเตสหญิง 2 ชีวิต รอดเหลือเชื่อ ส่วนสาเหตุคาดอาจเกิดจากนกบินชน เพราะหอการบิน เพิ่งแจ้งเตือนให้ระวังก่อนเกิดเหตุไม่นาน เผยเที่ยวบิน มรณะมาจากสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวเกาหลีใต้ที่มาเที่ยวไทยช่วงวันคริสต์มาส แฉอีกสนามบิน มูอันเป็นสนามบินที่เกิดอุบัติเหตุนกชนมากสุดใน 14 สนามบินโสม ส่วนนายกฯอิ๊งค์ทวีตเสียใจกำชับเร่งช่วยเหลือ 2 ครอบครัวคนไทยผู้เสียชีวิตเกิดเหตุโศกนาฏกรรมรับช่วงสิ้นปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หลังเครื่องบินโดยสารรุ่นโบอิ้ง 737-800 สายการบินเชจู แอร์ ของเกาหลีใต้ ประสบอุบัติเหตุขัดข้องทางเทคนิคระหว่างลงจอด ส่งผลให้เครื่องไถลไปกับรันเวย์และพุ่งชนกำแพงที่ปลายสนามบินอย่างจัง จากการตรวจสอบพบว่าผู้โดยสารและลูกเรือ 181 คน เสียชีวิตเกือบยกลำ ในจำนวนผู้เสียชีวิตมีผู้โดยสารชาวไทยรวมอยู่ด้วย 2 คนบินขึ้นจากกรุงเทพฯลงที่มูอันอุบัติเหตุสลดทางการบินครั้งนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 09.07 น. ตรงกับเวลาในไทย 07.07 น.วันที่ 29 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานว่า เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 737-800 เที่ยวบิน 7C2216 จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย สู่เมืองมูอัน จังหวัดช็อลลานัมโด ห่างจากกรุงโซลไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 288 กิโลเมตร ประสบอุบัติเหตุขณะร่อนลงจอดที่สนามบินนานาชาติเมืองมูอันสนามบินเตือนแจ้งระวังนกจากข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยพบว่า หอบังคับ การบินได้แจ้งเตือนไปยังเที่ยวบินต่างๆ ในเวลา 08.57 น. ว่ามีความเสี่ยงที่เครื่องจะพุ่งชนกับฝูงนกในบริเวณสนามบิน กระทั่งเวลา 08.58 น. หอบังคับการบินได้รับแจ้งสัญญาณฉุกเฉินเมย์เดย์จากเที่ยวบิน 7C2216 ก่อนที่กัปตันเที่ยวบินดังกล่าวพยายามนำเครื่องร่อนลงจอดที่สนามบินในเวลา 09.00 น. จนพุ่งชนกับกำแพงปลายรันเวย์อย่างรุนแรงในเวลา 09.03 น. ทำให้เครื่องบินหักเป็นสองท่อน เกิดไฟลุกท่วมก่อนเกิดเป็นควันดำพวยพุ่งขึ้นบนท้องฟ้าอย่างน่าสยดสยองมีรายงานระบุด้วยว่า มีเปลวไฟที่เครื่องยนต์ปีกขวาของเครื่องบิน และได้ยินเสียงระเบิด ขณะที่ทางการกำลังสอบสวนความเป็นไปได้ที่ระบบลงจอดจะขัดข้องเนื่องจากนกชน เที่ยวบินมรณะชน 181 ชีวิตสำหรับผู้โดยสารและลูกเรือที่อยู่บนเที่ยวบินมรณะครั้งนี้ มีทั้งหมด 181 คน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นผู้โดยสาร 175 คน ลูกเรือ 6 คน เป็นผู้โดยสารชาวเกาหลีใต้ 173 คน ชาวไทย 2 คน ผู้โดยสารชาวเกาหลีใต้ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกครอบครัวที่เพิ่งกลับจากการท่องเที่ยวประเทศไทยในช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส2 ลูกเรือหญิงรอดปาฏิหาริย์ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเมืองมูอัน ออกแถลงการณ์ว่า พบผู้รอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์จำนวน 2 คน ที่บริเวณซากปรักหักพังส่วนหางของเครื่องบิน ทั้งคู่เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเพศหญิงที่ได้รับบาดเจ็บระดับปานกลางจนถึงสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมืองมกโพที่อยู่ใกล้เคียง ผู้รอดชีวิตรายหนึ่งสามารถเล่าเหตุการณ์ได้เล็กน้อยว่า ก่อนร่อนลงจอดได้เกิดเหตุนกชนเครื่องบินนักดับเพลิงระบุยอด 179 ศพอย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นรายงานว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้แจ้งข่าวกับบรรดาญาติพี่น้องที่เร่งเดินทางมายังสนามบินเมืองมูอันแล้วว่า ไม่มีโอกาสที่จะพบผู้รอดชีวิตอีกตีความได้ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตครั้งนี้มีทั้งหมด 179 คน นับเป็นอุบัติเหตุทางการบินครั้งร้ายแรงที่สุดของเกาหลีใต้ อุบัติเหตุทางการบินร้ายแรงครั้งก่อนคือสายการบินแอร์ ไชน่า ประสบอุบัติเหตุตกใกล้สนามบินเมืองกิมแฮใกล้นครปูซาน มีผู้เสียชีวิต 129 คน เมื่อปี 2545เจ้าหน้าที่การท่าฯแถลงล้อไม่กางแม้ว่าข้อมูลจากหน่วยดับเพลิงและปากคำของผู้รอดชีวิตจะสอดคล้องกันเรื่องเครื่องถูกนกชน แต่ต่อมาสำนักข่าวยอนฮับยังรายงานอ้างการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานเกาหลีใต้ว่า เที่ยวบิน 7C2216 ประสบปัญหาทางเทคนิคระบบล้อไม่ยอมกางตอนลงจอดครั้งแรก ทำให้กัปตันนำเครื่องไปวนอีกครั้งหนึ่ง ก่อนตัดสินใจลงจอดฉุกเฉินแบบเอาท้องลงภาพชัดท้องเครื่องครูดรันเวย์รายงานข่าวระบุว่า เห็นได้จากภาพวิดีโอที่สถานีโทรทัศน์เอ็มบีซีของเกาหลีใต้นำมาเผยแพร่ แสดงให้เห็นว่าเครื่องบินลำนี้พยายามทำฟลายโอเวอร์ หลังล้อไม่กาง และ Flaps and slats บนปีกเครื่องบินหุบ ท้องเครื่องที่ไม่มีล้อครูดไถลไปกับพื้นรันเวย์จนเกิดประกายไฟตลอดทาง ไม่สามารถลดความเร็วเครื่องได้ ส่งผลให้พุ่งชนชุดไฟฟ้าส่องสว่าง และคันดินกำแพงสนามบินที่ปลายรันเวย์จนไฟลุกไหม้เครื่องและแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยส่วนกระทรวงคมนาคมเกาหลีใต้เปิดเผยด้วยว่า นักบินหลักบนเครื่องทำหน้าที่กัปตันมาตั้งแต่ปี 2562 มีประสบการณ์การบินกว่า 9,800 ชั่วโมง รรท.ปธน.รุดปลอบญาติเหยื่อหลังเกิดเหตุ นายชเว ซัง มก รักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้ แทนนายยุน ซอกยอล ที่อยู่ระหว่างกระบวนการถูกศาลรัฐธรรมนูญตีความถอดถอน ได้เข้าปลอบประโลมสมาชิกครอบครัวผู้โดยสารเที่ยวบินมรณะที่มารอฟังข่าวที่สนามบินนานาชาติเมืองมูอัน แต่ทำได้เพียงก้มคำนับขออภัยและพูดเพียงว่าเข้าใจ หลังเผชิญกับบรรยากาศอันเศร้าสลดระคนโกรธเคืองของเหล่าญาติพี่น้องที่พากันรุมถามว่า ช่วยเห็นใจกันหน่อยบอกความคืบหน้าให้ทราบกันบ้าง พร้อมกับวิงวอนว่า ไม่มีโอกาสพบผู้รอดชีวิตอีกแล้วหรือจากนั้นนายอี จอง ฮยอน ผู้บัญชาการสถานีดับเพลิงเมืองมูอัน เข้ามาร่วมขออภัยและชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการยืนยันผู้เสียชีวิตตามตำแหน่งที่นั่งบนเครื่อง มีบางส่วนที่ต้องใช้เวลายืนยันตัวตนเพิ่มเติม เนื่องด้วยร่างกายเสียหายไม่เหลือเค้าเดิม“บิ๊กเชจู แอร์” เสียใจพร้อมเยียวยาด้านนายคิมอีแบ ประธานผู้บริหารสายการบินเชจูแอร์ ได้ออกแถลงการณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขออภัยเป็นอย่างสูงต่อผู้โดยสารทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจในสายการบินเชจูแอร์มาโดยตลอด เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2567 เวลา 09.03 น. เป็นเที่ยวบิน 7C2216 เส้นทาง กรุงเทพฯ-มูอัน ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ขณะลงจอดที่สนามบินนานาชาติมูอัน ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างยิ่ง ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้เสียชีวิตทุกท่าน รวมถึงญาติพี่น้องผู้สูญเสีย ขณะนี้กำลังรอผลสอบสวนอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสาเหตุจะมาจากอะไรในฐานะประธานบริษัท ขอรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ และขอสัญญาว่าเชจูแอร์จะดำเนินการทุกวิถีทางช่วยเหลือผู้ประสบภัยและครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ รวมถึงจะร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐสืบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ให้กระจ่างชัด ขอแสดงความเสียใจอีกครั้งต่อผู้เสียชีวิต และขอส่งกำลังใจให้กับครอบครัวของผู้สูญเสียทุกท่านกู้กล่องดำ–กล่องบันทึกเสียงสำเร็จช่วงเย็นวันเดียวกัน กระทรวงคมนาคมเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ว่า ทางการประสบความสำเร็จในการเก็บกู้ทั้งกล่องดำเครื่องบินและกล่องบันทึกเสียงนักบินเป็นที่เรียบร้อย อยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติม พร้อมระบุว่าสนามบินนานาชาติเมืองมูอันจะปิดให้บริการจนถึงช่วงเช้าวันที่ 1 ม.ค.14 สนามบินโสม “มูอัน” นกชนมากสุดส่วนสำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานเพิ่มเติมว่า สนามบินนานาชาติเมืองมูอันมีอัตราการเกิดเหตุนกพุ่งชนเครื่องบินสูงสุด เมื่อเทียบกับสนามบินนานาชาติขนาดใหญ่ทั้งหมด 14 แห่งของเกาหลีใต้ นับตั้งแต่ช่วงปี 2562 จนถึงเดือน ส.ค.ปีนี้ มีเหตุนกพุ่งชนเครื่องบินที่สนามบินนานาชาติเมืองมูอัน 10 ครั้งเผยบินลำเกิดเหตุผลิตปี 2552ขณะที่เว็บไซต์ผู้ให้บริการข้อมูลด้านสายการบินไฟลท์เรดาร์ 24 ระบุว่า เครื่องบินโบอิ้ง 737-800 เที่ยวบิน 7C2216 รหัสขึ้นทะเบียน HL8088 เป็นเครื่องที่ถูกผลิตในปี 2552 ให้บริการเที่ยวบินกับสายการบินไรอันแอร์ในไอร์แลนด์ ก่อนถูกส่งมอบแก่สายการบินเชจู แอร์ของเกาหลีใต้ในปี 2560 แต่เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. เครื่องบินลำเดียวกันนี้ ให้บริการภายใต้รหัสเที่ยวบิน 8135 จากกรุงปักกิ่งของจีนสู่เกาะเชจูของเกาหลีใต้ ได้เปลี่ยนเส้นทางไปลงที่สนามบินอินชอนในกรุงโซล หลังลูกเรือแจ้งว่าเกิดเหตุฉุกเฉิน ต่อมาทางสายการบินชี้แจงว่า เป็นเหตุผู้โดยสารต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์ ไม่ใช่เครื่องขัดข้องผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตขณะที่สำนักข่าวบีบีซีอังกฤษรายงานอ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการบินในประเทศอังกฤษ ตั้งข้อสงสัยเหตุโศกนาฏกรรมครั้งนี้ว่ามีอะไรหลายอย่างไม่สมเหตุสมผล เพราะในกรณีที่เกิดเหตุนกพุ่งชนจนเครื่องยนต์ขัดข้อง นักบินจะต้องแข่งกับเวลาในการเช็กรายการสิ่งที่ต้องทำในเหตุฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว กลายเป็นว่านักบินลืมสั่งกางล้อสำหรับลงจอดหรือไม่ ถ้าลืมกางล้อจะนำไปสู่คำถามต่อไปว่าเป็นไปได้หรือ เพราะการนำเครื่องลงจอดโดยที่ยังไม่กางล้อจะทำให้สัญญาณเตือนดังขึ้นในห้องนักบิน ไม่มีทางที่นักบินจะไม่รู้ หากระบบคอมพิวเตอร์สำหรับสั่งกางล้ออัตโนมัติไม่ทำงาน นักบินยังสามารถกางล้อด้วยระบบแมนนวลทำงานด้วยมือ นอกจากนี้ ประเด็นที่น่าสงสัยอีกประการคือ มีเวลาแก้ปัญหาไม่เพียงพอ ถึงขนาดที่นักบินไม่ได้แจ้งไปยังหน่วยดับเพลิงให้มารอเตรียมรับเหตุที่รันเวย์ และฉีดโฟมป้องกันเหตุเพลิงไหม้เลยหรือไม่แฉ 5 วันอุบัติเหตุการบิน 3 ครั้งก่อนหน้านี้ ที่ประเทศคาซัคสถานยังเกิดเหตุสลดรับวันคริสต์มาส 25 ธ.ค. หลังเครื่องบินโดยสารรุ่นเอ็มบราเออร์ 190 ของสายการบินอาเซอร์ ไบจาน แอร์ไลน์ ประสบอุบัติเหตุกระแทกรันเวย์ระหว่างการร่อนลงจอด ที่สนามบินนานาชาติเมืองอัคเทา มีผู้เสียชีวิต 38 ศพ รอดชีวิต 29 คน ส่วนเมื่อคืนวันที่ 28 ธ.ค.เกิดเหตุเครื่องบินโดยสารรุ่นโบอิ้ง 737-800 สายการบินเคแอลเอ็ม รอยัลดัตช์ แอร์ไลน์ส ของเนเธอร์แลนด์ ไถลตกรันเวย์ระหว่างลงจอดที่สนามบินทอร์ป ซันเดฟยอร์ด ใกล้กรุงออสโลของนอร์เวย์ แต่ผู้โดยสาร-ลูกเรือ 182 คน ไม่มีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิต “นายกฯ อิ๊งค์” ทวีตเสียใจส่วนที่ประเทศไทยหลังเกิดเหตุ เมื่อเวลา 09.18 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก พร้อมทวีตข้อความผ่าน X ถึงกรณีดังกล่าวว่า “กรณีสายการบินเชจูแอร์ ที่รายงานเบื้องต้นแจ้งเสียชีวิต 29 คน (รายงาน ณ ขณะนี้) ดิฉันขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทุกท่าน ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศเร่งตรวจสอบว่ามีคนไทยเป็นผู้โดยสารบนเครื่องบินลำนี้หรือไม่ และขณะนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร กำชับให้เร่งให้การช่วยเหลือทันที ถ้ามีผู้โดยสารชาวไทย ให้ติดต่อครอบครัวเพื่อแจ้งความคืบหน้าและให้กระทรวงการต่างประเทศรายงานสถานการณ์ให้ทราบทุกระยะ”ยันมีหญิงไทย 2 คน บนเครื่องต่อมาเวลา 12.00 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากนายกฯได้รับรายงานเหตุดังกล่าว สั่งการด่วนให้กระทรวงการต่างประเทศตรวจสอบมีคนไทยเป็นผู้โดยสารบนเครื่องบินกี่คนและให้รายงานสถานการณ์ตลอดเวลา พร้อมกำชับให้สถานเอกอัครราชทูตในเกาหลีใต้เร่งช่วยเหลือทันที รวมทั้งเร่งติดต่อครอบครัวเพื่อแจ้งความคืบหน้าและขอให้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล เกาหลีใต้ เป็นศูนย์อำนวยการในการประสานงานต่างๆ ล่าสุดมีรายงานเมื่อเวลา 12.00 น. มีคนไทยโดยสารไปบนเครื่องบินลำดังกล่าว 2 คน เป็นสุภาพสตรีทั้ง 2 คน อายุ 22 ปี 1 คน และ 45 ปี 1 คน อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดระบุชื่อ 2 สาวไทยเสียชีวิตมีรายงานว่า จำนวนผู้โดยสารบนเครื่องทั้งหมด 181 คน เป็นลูกเรือ 6 คน ชาวเกาหลีใต้ 173 คนและคนไทย 2 คน ยืนยันแล้วมีผู้รอดชีวิต 2 คนเป็นลูกเรือชาวเกาหลีใต้ ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันผู้เสียชีวิตเพราะว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคล ส่วนผู้เสียชีวิตคนไทย 2 คน ทราบชื่อคือ นางสาวจงลักษณ์ ดวงมณี อายุ 45 ปี และนางสาวสิรีธร จะอื่อ อายุ 22 ปี ผู้โดยสาร ที่นั่งเลขที่ 9A และ 10Aกระทรวงคมนาคมพร้อมให้การช่วยเหลือนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เผยว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บให้หายโดยเร็ว ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในเหตุการณ์ครั้งนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป ยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมที่จะให้การช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ อีกทั้งมอบหมายให้หน่วยงานด้านการบินดำเนินการในการให้บริการกับผู้โดยสาร เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยสูงสุดให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลทอท.ยันบินขึ้นไร้สิ่งบอกเหตุด้านนายกีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ทอท.ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ยืนยันว่าขณะเครื่องบิน 7C 2216 ออกเดินทางจากทางวิ่ง 02R ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไม่มีรายงานสภาพผิดปกติทั้งในส่วนของอากาศยานและสภาพทางวิ่ง ในช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีรายงานการชนนกหรือมีสิ่งกีดขวางบนทางวิ่งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทอท.ได้ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของอากาศยานและผู้โดยสาร โดยดำเนินมาตรการตรวจสอบทางวิ่ง ระบบไฟ ระบบขับไล่นก และการซ่อมบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลพ่อสาวอุดรเล่าชีวิตลูกด้านความเคลื่อนไหวของญาติ 2 สาวไทยที่เสียชีวิตจากเหตุสลดครั้งนี้ ที่บ้านเลขที่ 38/1 หมู่ 6 บ้านหนองแสง ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี บ้าน น.ส.จงลักษ์ ดวงมณี อายุ 45 ปี 1 ในสองผู้โดยสารชาวไทยที่เสียชีวิต มี น.ส.พรพิมล อัญชลี ปลัดอำเภอหนองวัวซอ จนท.พมจ.อุดรธานี มาร่วมแสดงความเสียใจกับนายบุญช่วย ดวงมณี อายุ 77 ปี พ่อผู้ตายและญาติพี่น้อง พร้อมสอบถามข้อมูลช่วยเหลือเบื้องต้น นายบุญช่วยเล่าว่า มีลูก 3 คน ผู้ตายเป็นคนสุดท้อง เคยแต่งงานมีครอบครัวกับชาวพิจิตรมีลูก 2 คน ผู้หญิง 14 ปี ผู้ชาย 7 ขวบ ก่อนนี้ผู้ตายเป็นผีน้อยไปทำงานที่ประเทศเกาหลี ต่อมาพบรักกับคนเกาหลีจึงมอบตัวแล้วกลับมาแต่งงานกับชาวเกาหลีที่เมืองไทย แล้วกลับไปทำงานโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ และทำงานเกษตรกับสามีเพื่อหาเงินส่ง ธอส.ที่กู้เงินมาสร้างบ้าน 5 แสนส่งขึ้นเครื่องไม่ทัน-ลูกบ่นเป็นลางนายบุญช่วยกล่าวต่อว่า ลูกสาวจะเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านทุกปี ปีนี้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านกับสามีชาวเกาหลี ไปเที่ยวเชียงใหม่โดยสามีก็เดินทางกลับไปก่อน ส่วนผู้ตายกลับมาบ้านที่อุดรธานี เที่ยวงานทุ่งศรีเมือง จากนั้นลูกสาวนั่งเครื่องกลับกรุงเทพฯ ส่วนตนไปส่งลูกขึ้นเครื่องไม่ทัน ลูกน้อยใจบ่นจะไม่กลับมาอีก รู้ว่าลูกกลับเกาหลีเมื่อคืนและจะถึงเช้าวันนี้ สามีชาวเกาหลีจะไปรับที่สนามบิน ตกใจมากเมื่อได้ยินข่าวพอบอกว่าเป็นชาวอุดรธานีก็แน่ใจว่าเป็นลูกสาว ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลช่วยจัดส่งศพลูกกลับบ้าน ถ้าลูกรับรู้ได้พ่อก็ขอโทษขออโหสิกรรม ที่ไปส่งลูกไม่ทันทำให้ลูกโกรธ อีกศพสาวเชียงรายบินหาแม่ส่วนที่บ้านห้วยน้ำขุ่น หมู่ 16 ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย บ้านของ น.ส.สิริธร จะอื่อ หรือน้องเหมย 1 ในชาวไทยอีกคนที่อยู่บนเครื่องบินมรณะ นายธีรภัทร จะอื่อ อายุ 37 ปี น้าชายน้องเหมย เผยว่า น้องเดินทางไปหาคุณแม่ที่ทำงานและมีครอบครัวใหม่อยู่ที่ประเทศเกาหลีนานกว่า 10 ปีแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ก่อนหน้าเดินทางไปเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว ครั้งนี้คุณแม่น้องเหมยมารอรับที่สนามบิน ระหว่างที่มารอรับแม่น้องเหมยทราบข่าวจากสนามบินเครื่องบินลำที่น้องเหมยนั่งมามีปัญหาขณะแลนดิ้ง ไม่คิดว่าจะหนักขนาดนี้ตอนนั้นแม่น้องเหมย ก็โทร.มาแจ้งให้ตนทราบไม่ได้ตกใจอะไรมากคิดว่าเดี๋ยวคงลงจากเครื่องบินน้าเห็นนาทีบึมไม่กล้าโทร.บอกนายธีรภัทรกล่าวต่อว่า แต่เมื่อตนเลื่อนไปดูในโซเชียลเห็นคลิปขณะเครื่องบินลำที่น้องเหมยนั่ง ประสบอุบัติเหตุ หลังเห็นภาพยังไม่กล้าบอกใครแม้กระทั่งแม่น้องเหมยเพราะกลัวตกใจ จนแม่น้องเหมยทราบข่าวจากสนามบินในเวลาต่อมาแม่น้องเหมยช็อกมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ยังคงรอที่สนามบิน เพื่อติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดและรอดูร่างลูกสาว เท่าที่ได้พูดคุยทางสายการบินจะส่งตั๋วมาให้กับตนและน้องชายน้องเหมยอีก 2 คน เดินทางไปยังประเทศเกาหลี ไปรับร่างกลับมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่บ้านเกิด ยังไม่รู้จะจัดพิธีที่เกาหลีแล้วนำกระดูกกลับประเทศไทย หรือจะนำร่างกลับมาประกอบพิธีกรรมที่บ้านเลยอีก 3 เดือนเรียนจบ ม.กรุงเทพน้าชายน้องเหมยเผยอีกว่า สำหรับตัวน้องเหมย ถือเป็นความภาคภูมิใจของครอบครัว เพราะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยมีใครที่จะไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย น้องเหมยเป็นเด็กที่เรียนเก่ง จนสอบชิงทุนไปเรียนที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในคณะมนุษยศาสตร์และการจัดการท่องเที่ยว สาขาวิชาการจัดการธุรกิจสายการบิน และน้องเหมย มีความฝันชัดเจนหากเรียนจบอยากเป็นแอร์โฮสเตส เหลือแค่ 3 เดือนน้องจะเรียนจบแล้วอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่