เมื่อปี พ.ศ.2539 มีทีมนักสัตววิทยาที่ Etosha Ecological Institute ในนามิเบีย ได้นำเสนอแนวคิดเรื่อง necks–for–sex ที่ให้เหตุผลว่าการต่อสู้แบบฟาดลำคอกันเป็นรูปแบบหนึ่งของการแข่งขันทางเพศระหว่างเพศผู้ โดยเฉพาะยีราฟในปัจจุบันที่มีคอยาวจะใช้คอฟาดกัน แต่นักวิจัยยังสงสัยว่าคอที่ยาวมีวิวัฒนาการมาอย่างไรเมื่อเร็วๆนี้ นักบรรพชีวินวิทยาจากสถาบันด้านซากดึกดำบรรพ์สัตว์มีกระดูกสันหลังและการศึกษาทางบรรพมานุษย วิทยา ของสภาวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน และนักวิจัยจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกา รวมถึงนักวิจัยจากสถาบันอื่นๆในเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรีย เผยผลการศึกษาซากฟอสซิลของยีราฟสายพันธุ์ใหม่ที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของจีนในช่วงต้นยุคไมโอซีนเมื่อประมาณ 17 ล้านปีก่อน ปัจจุบันคือแอ่งจุงการ์ในมณฑลซินเจียง ยีราฟโบราณชนิดนี้ถูกตั้งชื่อว่า Disco keryx xiezhi ตรงกะโหลกหนาลักษณะคล้ายหมวกนิรภัยขนาดใหญ่ ข้อต่อศีรษะและคอกมีความซับซ้อนอย่างมากเมื่อเทียบกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่รู้จักกันในปัจจุบัน สัณฐานวิทยาที่แปลกประหลาดนี้ดูจะเหมาะกับพฤติกรรมชอบเอาหัวโขกสู้กันของยีราฟตัวผู้ ทีมวิจัยเผยว่า ฟอสซิลของ Discokeryx xiezhi อาจไขปริศนากลไกวิวัฒนาการความยาวของคอยีราฟได้ เนื่องจากสมมติฐานเดิมเชื่อว่าการยืดคอของยีราฟก็เพื่อการกินใบไม้จากต้นไม้ แต่การค้นพบสายพันธุ์โบราณชนิดใหม่นี้ชี้ให้เห็นว่าคอของมันจะไม่ยืดออก แต่จะมีความหนามากเพื่อเก็บพลังและรับแรงกระแทกจากการโขกศีรษะอย่างรุนแรง อีกทั้งหากยีราฟตัวผู้มีคอที่สั้น ตัวเมียอาจปฏิเสธการผสมพันธุ์กับตัวผู้ตัวนั้น.