การสู้รบระหว่างกองกำลังรัฐบาลอาร์เซอร์ไบจานกับอาร์เมเนีย ชาติเพื่อนบ้านในภูมิภาคคอเคซัส ซึ่งแยกตัวจากสหภาพโซเวียตล่มสลายเมื่อปี 2534 จากเหตุพิพาทเหนือดินแดน “นากอร์โน คาราบัคห์” ตั้งแต่ 27 ก.ย.ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องวันที่ 3 เมื่อ 30 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ตัวเลขผู้เสียชีวิตทั้งสองฝ่ายเพิ่มเป็นเกือบ 100 ราย ชาติเพื่อนบ้านของทั้งสองประเทศต่างห่วงกังวลสถานการณ์รุนแรงอาจเลยเถิดพัวพันไปถึงรัสเซีย ตุรกี และอิหร่าน อีกทั้งภูมิภาคนั้นเต็มไปด้วยแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติข่าวแจ้งว่าทั้งสองฝ่ายยิงปืนใหญ่ถล่มกันต่อเนื่อง มีการประกาศกฎอัยการศึกในหลายพื้นที่ ต่างฝ่ายกล่าวหากันว่าเป็นผู้เปิดศึกก่อน ขณะที่ตุรกีสนับสนุนอาร์เซอร์ไบจาน ส่วนรัสเซียซึ่งหนุนหลังอาร์เมเนียขอให้หยุดยิง ด้านรัฐบาลนานาชาติ รวมทั้งสหรัฐฯ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สหภาพยุโรป และนายแอนโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เรียกร้องทั้งสองฝ่ายหยุดยิงทันทีและเจรจากันโดยสันติ เพราะหวั่นสงครามปะทุเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ นานาชาติรับรองภูมิภาคนากอร์โนคาราบัคห์ เป็นดินแดนของอาร์เซอร์ไบจานชาติมุสลิม แต่ชาวอาร์เมเนียนซึ่งเป็นชาวคริสต์ชนส่วนใหญ่ประกาศครอบครองดินแดนนากอร์โนคาราบัคห์ตั้งแต่ทศวรรษ 1990 ทำให้สงครามปะทุมีผู้เสียชีวิตจากการแย่งชิงดินแดนกว่า 30,000 คน.