ข่าว
100 year

คาช็อกกี-ตุรกี-ซาอุฯ

บวร โทศรีแก้ว4 พ.ย. 2561 05:01 น.
SHARE

“7 วันรอบโลก” 3 ตอนที่แล้ว เขียนถึงคดีจามาล คาช็อกกี นักข่าวรุ่นเก๋าชาวซาอุดีอาระเบีย วัย 59 ปี คอลัมนิสต์ นสพ. “วอชิงตัน โพสต์” ผู้กล้าวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน “เอ็มบีเอส” ผู้นำโดยพฤตินัยของซาอุฯ ถูกฆ่าตายอุกอาจในสถานกงสุลซาอุฯ ในนครอิสตันบูลในตุรกี เมื่อ 2 ต.ค.

ตอนแรกซาอุฯ อ้างว่าไม่รู้ไม่เห็น แต่เมื่อถูกแฉหลักฐานแดงแจ๋ ก็ยอมรับว่าเขาถูก “ฆาตกรรม” โดยทีมข่าวกรองซาอุฯที่ทำงานนอกเหนือคำสั่ง โดยที่กษัตริย์ซัลมานและ “เอ็มบีเอส” ไม่รับรู้ ซึ่งซาอุฯ จับผู้ต้องสงสัยแล้ว 18 คน คนสนิทของ “เอ็มบีเอส” 2 คนถูกปลด และซาอุฯ จะดำเนินคดีลงโทษทั้ง 18 คนเอง โลกภายนอกอย่ายุ่ง! 

แต่ตุรกีเผยตั้งแต่แรกว่าคาช็อกกีถูกทีม “นักฆ่า” ส่งตรงจากซาอุฯ 15 คนทรมานและ “ฆ่าหั่นศพ” โดย 4 คนในทีมเป็นคนสนิทของ “เอ็มบีเอส” ต่อมา อัยการตุรกีแฉอีกว่าคาช็อกกีถูกฆ่ารัดคอตายทันทีที่เข้าไปในสถานกงสุล ก่อนศพถูกหั่นและทำลายตามแผนสังหารที่วางไว้ล่วงหน้า ขณะที่โฆษกพรรคเอเค พรรครัฐบาลตุรกีชี้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่คาช็อกกีจะถูกฆ่าโดยไม่มีคำสั่งจาก “เบื้องบน”

และจนถึงบัดนี้ ประธานาธิบดีเรเซป ทายยิป แอร์โดอัน ผู้นำตุรกี ก็ยัง “กัดไม่ปล่อย” ไล่จี้ให้ซาอุฯ เผยความจริงทั้งหมด รวมทั้ง “ผู้บงการ” และให้ส่งตัวผู้ต้องสงสัยไปดำเนินคดีที่อิสตันบูล

น่าสังเกตว่าแอร์โดอันคล้ายกุมความลับของคดีนี้ไว้เยอะแต่ทยอยปล่อยออกมา อาจเพื่อกดดันและต่อรองแลกผลประโยชน์อะไรบางอย่างจากผู้นำซาอุฯ โดยเฉพาะมกุฎราชกุมาร “เอ็มบีเอส” คล้ายเล่นเกมอะไรอยู่!

เกมกดดัน-ประธานาธิบดีเรเซป ทายยิป แอร์โดอัน แห่งตุรกี แถลงในที่ประชุมพรรคยุติธรรมและการพัฒนา (เอเค) พรรครัฐบาล ในสมัชชาแห่งชาติ กรุงอังการา ขณะที่ยังกดดันให้ผู้นำซาอุฯ เปิดเผยผู้บงการสังหารนายจามาล คาช็อกกี นักข่าวอาวุโสชาวซาอุฯ ในสถานกงสุลซาอุฯ ในตุรกี (เอเอฟพี)

เป็นที่รู้กันดีว่า แอร์โดอันเป็นคนแข็งกร้าว เมื่อมีเรื่องไม่สบอารมณ์ ทั้งยูเอ็น อียู อิสราเอล นักวิชาการฝรั่งเศส ไปจนถึงเนเธอร์แลนด์และเยอรมนี ล้วนถูกท่านด่ารุนแรงไม่ไว้หน้า ซึ่ง 2 รายหลัง ถึงขั้นถูกตราหน้าว่าเป็น “นาซี” และ “ฟาสซิสม์” มาแล้ว แต่กรณีคาช็อกกี ท่านดูสงวนท่าทีผิดปกติวิสัย ระบุว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปสงสัยความซื่อสัตย์จริงใจของกษัตริย์ซัลมาน และไม่เอ่ยชื่อกล่าวหา “เอ็มบีเอส” ว่ารับรู้หรือเป็นผู้บงการแต่อย่างใด

แต่นักวิเคราะห์ชี้ว่าแอร์โดอันไม่ปลื้มที่ “เอ็มบีเอส” ขึ้นมากุมอำนาจสูงสุด และพยายามเดินเกม “เสี้ยม” ให้กษัตริย์ซัลมาน พระชนมายุ 82 พรรษา แตกแยกกับพระราชโอรสหนุ่ม พระชนมายุ 33 พรรษา โดยหวังให้พระองค์ควบคุม ปลด หรือยับยั้งไม่ให้ “เอ็มบีเอส” ขึ้นมาเป็นกษัตริย์องค์ต่อไปได้ยิ่งดี

แต่จนถึงบัดนี้ ยังไม่มีสัญญาณใดๆว่ากษัตริย์ซัลมานจะทำอะไรกับพระราชโอรสองค์โปรด หนำซ้ำยังประกาศว่าจะปฏิรูปปรับโครงสร้างหน่วยข่าวกรองใหม่ ให้ “เอ็มบีเอส” เป็นผู้กำกับดูแล เหมือนบอกเป็นนัยว่าหน่วยข่าวกรองคือผู้ผิด และ “เอ็มบีเอส” ไม่เกี่ยวข้องกับคดีสังหารคาช็อกกี

สาเหตุที่แอร์โดอันไม่ชอบ “เอ็มบีเอส” นั้น ค่อนข้างสลับซับซ้อน ทั้งในเชิง “ภูมิรัฐศาสตร์” และ “ยุทธศาสตร์” ในตะวันออกกลาง โดยถึงแม้ตุรกีจะเคารพว่าซาอุฯ เป็นผู้พิทักษ์สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลามซึ่งมีต้นกำเนิดที่ซาอุฯ แต่ตุรกีและซาอุฯ ก็แย่งชิงอิทธิพลกันเป็นผู้นำโลกอิสลามอยู่ในที

ด้วยเหตุนี้ “เอ็มบีเอส” ซึ่งมีอำนาจสูงสุดในซาอุฯ จึงเป็น “คู่แข่ง” ของแอร์โดอัน ความขัดแย้งยิ่งแรงเมื่อ “เอ็มบีเอส” เป็นหัวหอกนำชาติพันธมิตร “คว่ำบาตร” ปิดกั้นทางเศรษฐกิจการค้าต่อ “กาตาร์” ซึ่งเป็นชาติพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของตุรกีในตะวันออกกลางเมื่อปีที่แล้ว

“เอ็มบีเอส” ยังสั่งกวาดล้างขบวนการภราดรภาพมุสลิม (มุสลิม บราเธอร์ฮูด) ซึ่งมีฐานที่มั่นในอียิปต์กับเลบานอน และเป็นพันธมิตรสนิทของพรรค “เอเค” พรรครัฐบาลของแอร์โดอัน “เอ็มบีเอส” ยังพยายามยกระดับความสัมพันธ์กับ “อิสราเอล” ศัตรูผูกชาติของโลกอาหรับซึ่งแอร์โดอันเกลียดเข้ากระดูกดำ พระองค์ยังใช้นโยบายแข็งกร้าวสุดๆ กับ “อิหร่าน” คู่แค้นต่างนิกายศาสนาของซาอุฯ ขณะที่ตุรกีพยายามประนีประนอมกับอิหร่าน

ความขัดแย้งเหล่านี้ทำให้ซาอุฯ และตุรกียืนอยู่คนละปลายขั้วการเมืองในตะวันออกกลาง!

จะเห็นได้ว่า ในคดีคาช็อกกี ทั้ง “สหรัฐ-อาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)” และ “อียิปต์” ซึ่งมีสายสัมพันธ์ที่เลวร้ายกับตุรกี ต่างออกโรงปกป้องซาอุฯ เต็มที่ ขณะที่ตุรกีสงสัยว่ายูเออีสนับสนุนความพยายามก่อรัฐประหารยึดอำนาจแอร์โดอันแต่ล้มเหลวในปี 2559 ถึงขั้นเรียกชาวยูเออีว่า “พวกน่าสังเวช”

ไม่รู้ไม่เห็น-มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน “เอ็มบีเอส” แห่งซาอุฯ ขณะเข้าร่วมการประชุมความริเริ่มการลงทุนในอนาคต ที่กรุงริยาด พระองค์ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการสังหารนายจามาล คาช็อกกี (รอยเตอร์)

นอกจากนี้ แอร์โดอันยังเจ็บแค้นประธา-นาธิบดีอับเดล ฟัตตอห์ เอล-ซิซี แห่งอียิปต์ ที่กวาดล้างขบวนการภราดรภาพมุสลิม และความจริงที่ว่าเครื่องบิน 2 ลำของทีมนักฆ่าจากซาอุฯ แวะเติมน้ำมันที่กรุงไคโรและนครรัฐดูไบในช่วงขากลับนั้น ทำให้ตุรกีสงสัยว่าอียิปต์และยูเออีอาจสมรู้ร่วมคิดกับแผนสังหารนี้ด้วย

ความขัดแย้งระหว่างแอร์โดอันกับ “เอ็มบีเอส” จึงลึกล้ำ ยิ่งถ้าพระองค์ได้ขึ้นครองราชย์ ความสัมพันธ์อาจยิ่งเลวร้าย แต่ความพยายามของแอร์โดอันที่จะแซะ “เอ็มบีเอส” ให้หลุดจากอำนาจคงสำเร็จได้ยาก ถ้า “พี่ใหญ่” สหรัฐอเมริกาไม่เล่นด้วย

แต่ถึงขณะนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และจาเรด คุชเนอร์ ลูกเขยผู้เป็นที่ปรึกษาพิเศษ ซึ่งมีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ “เอ็มบีเอส” ยังมีท่าทีปล่อยให้พระองค์กุมอำนาจต่อไป เพราะมีผลประโยชน์ทั้งเชิงยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจมหาศาลดังที่ว่ามาแล้ว!

อ่านเพิ่มเติม

คดีคาช็อกกี กับ “เอ็มบีเอส”

ใครกล้าเล่นงานซาอุฯ? ถ้าฆ่า “คาช็อกกี” จริง!

ผู้นำซาอุฯ “งานเข้า” ปมนักข่าวดังหายตัว

บวร โทศรีแก้ว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมานคาช็อกกีจามาล คาช็อกกี7วันรอบโลกบวร โทศรีแก้วข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้