นักศึกษาเหยื่อรับน้องโหดพาตำรวจค้นรังรุ่นพี่ใช้เป็นศูนย์ฝึกกลางแจ้งจัดกิจกรรมเถื่อน ผงะเจอมีด 3 เล่ม ขวดเหล้าขาว และกระป๋องสีสเปรย์ เผยพฤติกรรมรุ่นพี่ไม่เกรงกลัวกฎหมายถึงขั้นจะตามเอาเรื่องผู้เสียหายถึงโรงพยาบาล อาจารย์รู้ข่าวโทรศัพท์แจ้งผู้ปกครองรีบย้ายลูกหนีทันที ผวาไม่ปลอดภัย ตำรวจสอบพบผู้ก่อเหตุมีทั้งศิษย์ปัจจุบันและที่จบไปแล้วราว 10 คน อยู่ระหว่างเรียกสอบเรียงตัว อว.จี้มหาวิทยาลัยพักการเรียน หากพบผิดจริงต้องไล่ออกเป็นคดีตัวอย่างภายหลังจากนายพล (นามสมมติ) อายุ 54 ปี และนางวรรณ (นามสมมติ) อายุ 39 ปี สามีภรรยา แจ้งความตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ให้ดำเนินคดีกับนักศึกษารุ่นพี่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (มทร.สุวรรณภูมิ) วิทยาเขตนนทบุรี ร่วมกันรับน้องโหด ทำให้นายณัฐ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี ลูกชายนักศึกษาปี 1 คณะอิเล็กทรอนิกส์ ทนไม่ไหวให้พ่อแม่พาไปทำเรื่องขอย้ายที่เรียน กลับถูกรุ่นพี่ไม่พอใจดักทำร้ายทั้งลูกและพ่อต่อหน้าอาจารย์อย่างป่าเถื่อน ต้องเข้ารักษา รพ.ชลประทาน หลังเกิดเหตุตำรวจสอบปากคำผู้เสียหายและเร่งติดตามตัวรุ่นพี่มาลงโทษความคืบหน้าคดีรับน้องโหด ช่วงเช้าวันที่ 17 ส.ค. นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง นักเคลื่อนไหวทวงความเป็นธรรมพร้อมด้วยตำรวจสืบสวน ภ.จ.นนทบุรี และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.)นนทบุรี พานายพลและนายณัฐ สองพ่อลูกที่ตกเป็นเหยื่อถูกนักศึกษารุ่นพี่ทำร้ายในรั้วมหาวิทยาลัยไปชี้จุดรับน้องบริเวณป่ากระถินเนื้อที่ 20 ไร่ ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พบด้านในเป็นลานปูนโล่ง มีสแลนกันแดดสีฟ้าล้อมรอบ สถานที่แห่งนี้รุ่นพี่เรียกว่าศูนย์ฝึกกลางแจ้งเอาไว้รับน้องนักศึกษาใหม่ ตรวจสอบพบกระป๋องสีสเปรย์ ขวดเหล้าขาว และมีด 3 เล่มซุกอยู่ในป่า ตำรวจเก็บไว้เป็นหลักฐานทางคดีสอบถามนายณัฐนักศึกษาเหยื่อรุ่นพี่โหด เปิดเผยว่า หลังเกิดเรื่องและนอนอยู่โรงพยาบาลมีข่าวว่าถูกรุ่นพี่ไม่พอใจพยายามตามหา พ่อแม่กลัวไม่ปลอดภัยไปแจ้งโรงพยาบาลว่าต้องการให้ตนออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค. เพื่อความปลอดภัย อีกทั้งอาจารย์โทรศัพท์ไปบอกแม่ว่าให้รีบพาลูกชายออกจากโรงพยาบาล เพราะได้ข่าวว่าพวกรุ่นพี่จะไปป่วนที่โรงพยาบาล อาจารย์ก็ห้ามลูกศิษย์ไม่ได้ เพราะตอนตนโดนกระทำอาจารย์ก็ยืนอยู่ตรงนั้นอาจารย์ยังทำอะไรไม่ได้ พวกรุ่นพี่ไม่เกรงกลัวอาจารย์เลย ช่วงโดนกระทืบจำอะไรไม่ได้ วันนี้ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้วและไปขอให้กัน จอมพลัง ช่วยอีกทางก่อนพาไปพบตำรวจเพื่อขอความคุ้มครองด้านกัน จอมพลังกล่าวว่า ศูนย์ฝึกกลางแจ้งตรงนี้เป็นจุดที่น้องนักศึกษาโดนรุ่นพี่เอามาต่อยเอามาเตะแล้วให้ฝึกแบบทหาร ใครทำไม่ได้จะเอาสเปรย์พ่นจุดเผาตามตัว ตอนเผาทุกคนต้องถอดเสื้อผ้าทั้งหมด และปิดตามัดตา กลุ่มนี้มีอยู่ 40-50 คน ตนขอบอกเลยว่ามันไม่ใช่แก๊งทะลุถุงธรรมดาแล้ว มันเป็นพวกแก๊งอาชญากรย่อมๆ เพราะมีเงินกองกลาง มีการเก็บเงินกองกลางกันเป็นรายอาทิตย์ หลังจากน้องถูกกระทำต่างๆนานาจนเขาทนไม่ไหวไปบอกพ่อบอกแม่พาไปลาออกที่มหาวิทยาลัย แต่แก๊งนี้กลับไปดักรุมกระทืบพ่อกระทืบน้องจนพ่อกับแม่ต้องก้มกราบเท้าขอชีวิต พฤติกรรมตรงนี้มันเถื่อน“ฝากถามมหาวิทยาลัยว่าคนที่เป็นหัวโจกรุมซัดรุ่นน้อง ยังเป็นนักศึกษาของสถาบันอยู่หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ แต่ใส่ชุดนักศึกษาไปกระทืบผู้ปกครอง ทำร้ายคนอื่นในมหาวิทยาลัยท่านได้ ถามว่าหละหลวมหรือไม่ และวันนี้มีมาตรการอะไรออกมาหรือยัง ท่านบอกว่าเรื่องนี้ไม่ได้สนับสนุน แต่น้องบอกว่ามีรุ่นพี่เก่าๆทำแบบนี้กันมานานแล้ว คนกลุ่มนี้ก็อ้างรู้จักคนนั้นคนนี้ วันนี้ผมประสานผู้การตำรวจนนทบุรี ท่านบอกจะช่วยเต็มที่” กัน จอมพลัง กล่าวต่อมาช่วงบ่าย ร.ต.อ.ศุภฤกษ์ อัศวภูมิ รอง สว. (สอบสวน) สภ.บางบัวทอง เจ้าของท้องที่ศูนย์ฝึกกลางแจ้งรับน้องโหดของนักศึกษารุ่นพี่นัดสอบปากคำนายณัฐ นักศึกษารุ่นน้องผู้เสียหายที่ถูกรุ่นพี่ทำร้ายภายในมหาวิทยาลัยที่ห้องสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ว่ามีใครร่วมก่อเหตุบ้าง เบื้องต้นพบว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิดที่เป็นนักศึกษารุ่นพี่และศิษย์เก่าที่จบไปแล้วประมาณ 10 คน ทั้งนี้ ภายหลังสอบสวนนายณัฐ พนักงานสอบสวนนัดให้ผู้ปกครองของนายณัฐไปให้ปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้งในช่วงเช้าวันที่ 18 ส.ค. ที่ สภ.บางบัวทอง เนื่องจากต้องแยกเป็นอีกคดีด้าน น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมนายวันนี นนท์ศิริ ผู้ช่วยปลัด (อว.) เข้าพบตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อติดตามคดีนักศึกษารุ่นพี่ทำร้ายรุ่นน้องและพ่อภายใน (มทร. สุวรรณภูมิ) วิทยาเขตนนทบุรี จากนั้น น.ส.สุชาดา เปิดเผยว่า น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว.มีความจริงจังที่จะแก้ปัญหาความรุนแรงเรื่องนี้ ได้ประสาน พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบช.ภ.1 เพื่อนำตัวนักศึกษาที่กระทำผิดมารับโทษเลขานุการ รมว.อว. กล่าวอีกว่า ส่วนแนวทางการดำเนินการของมหาวิทยาลัย อว.มีข้อเสนอ 2 ประเด็นคือ อย่างแรกมหาวิทยาลัยควรให้นักศึกษาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความรุนแรงครั้งนี้ทั้งหมดพักการเรียนโดยทันที และอีกประเด็นหากตรวจสอบแล้วพบว่ากระทำผิดจริงตามกฎระเบียบข้อบังคับของมหาวิทยาลัยว่าด้วยวินัยของนักศึกษา ควรจะให้ออกจากสถานศึกษา เพื่อเป็นกรณีตัวอย่างไม่ให้ใครเอาไปเลียนแบบหรือกระทำซ้ำอีก ขณะนี้จำนวนคนที่ต้องถูกพักการเรียนยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบว่ามีกี่คนใครบ้าง ตำรวจลงพื้นที่ดูสถานที่เกิดเหตุรับน้องเพื่อตรวจสอบหาความเป็นมาของเหตุการณ์ว่าเกิดจากกิจกรรมรับน้องที่เป็นต้นตอให้เกิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายในมหาวิทยาลัยหรือไม่“วันนี้ตั้งใจจะมาเจอนักศึกษาผู้เสียหาย แต่เห็นว่าผู้ปกครองยังไม่สะดวก เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยอีกทั้งยังมีอาการเจ็บป่วยอยู่ แต่ก็อยากบอกให้นักศึกษาและครอบครัวทราบว่า อว.พยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อจะเอาตัวคนกระทำผิดมาลงโทษให้ได้ อะไรที่ อว.ทำได้ก็ขอให้บอกมาพร้อมทำให้อย่างเต็มที่แน่นอน อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทราบว่ามหาวิทยาลัยได้เยียวยาค่ารักษาพยาบาลไปแล้ว” น.ส.สุชาดากล่าวอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่