ข่าว
100 year

“มึนอ” เล่ามุมอ่อนโยน “บิลลี่” เผยรักเริ่มจากบังเอิญ 15 30 รหัสผูกใจ

ไทยรัฐออนไลน์11 ก.ย. 2562 05:30 น.
SHARE

“มึนอ” เผย 3 สาเหตุ เบื้องลึก "บิลลี่" หายตัวปริศนา เปิดใจเล่ามุมอื่นๆ “บิลลี่” และเรื่องราวความรักที่เริ่มจากความบังเอิญสู่ชีวิตคู่ที่ไม่มีสักครั้ง บิลลี่ทำทุกข์ใจ เสียใจ ร้องไห้ หรือทะเลาะกัน

“ตั้งแต่วันแรกที่พี่บิลลี่หายตัวไป รออย่างมีความหวังทุกวัน ถึงจะเป็นหรือตายก็อยากเจอความจริง วันนี้รู้ความจริงแล้ว ลูกถามตลอด พ่อไปทำอะไรให้ ทำไมพ่อถูกทำเช่นนี้ ทำไมต้องเอาชีวิตพ่อไป ลูกอยากรู้เหตุผล เพราะเห็นมาตลอดว่า พ่อทำดี ช่วยเหลือคนอื่น ไม่เคยมีเรื่องร้ายๆ กับใคร ทำไมพ่อได้รับผลตอบแทนแบบนี้”

มึนอ หรือ น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ วัย 32 ปี เปิดใจกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ หลังรู้ว่าสามี บิลลี่ หรือ นายพอละจี รักจงเจริญ นักกิจกรรมกลุ่มชาติพันธุ์บ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่หายตัวไปกว่า 5 ปี เสียชีวิตแล้วจากการถูกฆาตกรรมอำพรางศพด้วยการเผาในถังน้ำมัน 200 ลิตร ที่พบตรงบริเวณสะพานแขวนในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รับคดีการหายตัวไปของบิลลี่เข้าเป็น “คดีพิเศษ” เมื่อมิถุนายน 2561 และแถลงความคืบหน้าของคดี เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 62

ไร้ "บิลลี่" มึนอเผย "เหน็ดเหนื่อยเกินบรรยาย" 

นับตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. 57 ที่ “บิลลี่” ผู้เป็นทั้งสามีและพ่อของลูกสูญหาย “มึนอ” ผู้หญิงที่บิลลี่รักสุดหัวใจ และไม่เคยปล่อยให้ลำบาก ไม่ให้ทำงานนอกบ้าน ให้ทำหน้าที่แม่บ้าน คอยดูแลลูกและบิลลี่ ต้องลุกขึ้นมาทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัว ทำงานหาเงินเลี้ยงลูก 5 คนตามลำพัง พร้อมกับเดินหน้าตามหาสามี ทำทุกวิถีทางทวงความยุติธรรมให้กับสามี อีกทั้งไปอบรม ประชุม ทำงานเพื่อส่วนรวมไปในเวลาเดียวกัน เธอกล่าวกับทีมข่าวฯ เหน็ดเหนื่อยเกินบรรยาย แต่ต้องสู้ต่อไป

“ครอบครัวๆ หนึ่ง มีพร้อม พ่อแม่ ลูก พอขาดไปคน ชีวิตก็ไม่เหมือนเดิม เหน็ดเหนื่อยเกินจะบรรยาย ลำบากมาก ตอนบิลลี่อยู่ เขาช่วยแบ่งเบาภาระ ทำไร่ ทำสวน พอไม่มีเขาก็ต้องทำเองคนเดียวทุกอย่าง เช้าหุงข้าวทำกับข้าวให้ลูก ไปส่งโรงเรียน แล้วกลับมาทำงานในไร่ ถางหญ้า พอสี่โมงก็กลับมารับเด็กๆ ที่โรงเรียน ตอนเย็นทำกับข้าว หุงข้าวให้เด็กๆ กิน บางครั้งไม่อยู่บ้าน ไปประชุม อบรมข้างนอก เด็กๆ ก็ช่วยเหลือตัวเอง” มึนอเล่าถึงชีวิตที่ลำบาก

บิลลี่ ในเครื่องแบบสมาชิก อบต.ห้วยแม่เพรียง หลังได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้านให้เข้ามาทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนชาวบ้าน ในปี 2556

ประโยคสุดท้ายก่อน "บิลลี่" หายตัว ครอบครัวขัดสน งดค่าขนมลูก

15 เม.ย. 57 เป็นวันสุดท้ายที่บิลลี่อยู่กับครอบครัว “มึนอ” ย้อนเล่าเหตุการณ์วันนั้น ไม่มีลางสังหรณ์ใดๆ บิลลี่ให้เก็บของใส่กระเป๋าเตรียมให้ บอกว่าจะกลับไปทำหน้าที่ อบต. และเยี่ยมแม่ ไม่ได้บอกว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ โดยก่อนที่จะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย มีผู้พบเห็นเขาอยู่กับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน (ในขณะนั้น) ซึ่งยอมรับว่าควบคุมตัวบิลลี่จริง เพราะครอบครองน้ำผึ้งป่า แต่ปล่อยตัวไปแล้ว ทว่าบิลลี่ไม่ได้กลับบ้านมาหาครอบครัว

จวบจนวันนี้กว่า 5 ปีที่ขาดหัวหน้าครอบครัว “มึนอ” ผู้หญิงเพียงคนเดียว กับอีก 5 ชีวิตที่ต้องรับผิดชอบ พวกเขาประทังชีวิตด้วยเงินจากการทำไร่ ปลูกผักขาย และรายได้เสริมจากการทำงานเพื่อสังคม เป็น อสม. หากมีประชุม อบรม หรือไปเรียนรู้กับเครือข่าย ได้รับค่าเดินทางก็นำมาบริหารใช้จ่ายในบ้าน แต่บ่อยครั้งที่เงินไม่พอใช้ รายได้แต่ละเดือนไม่แน่นอน เธอแก้ปัญหาโดยลดค่าใช้จ่ายอื่นที่ไม่จำเป็น หรือแม้กระทั่งไม่ให้ค่าขนมเด็กๆ ไปโรงเรียนคนละ 10 บาท เพื่อนำเงินมาซื้ออาหารกับข้าวไว้กินในบ้าน

“ก่อนบิลลี่หายตัว ลูกคนเล็ก 2 คน ไม่สบาย 7 วัน ลูกคนที่ 4 ถามตลอดเช้า-เย็น ว่าพ่อไปไหน ตอนเด็กๆ ยังเล็ก ลำบากมาก ทั้งเหนื่อย ทั้งลำบาก เวลาเหนื่อย เจอเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกแย่มากๆ ก็ฟังเพลงที่ให้กำลังใจตัวเอง เช่น เพลงอย่ายอมแพ้ และฟังธรรมะให้จิตใจสงบ ธรรมะฟังมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เปิดฟังทุกเช้า” มึนอเผยวิธีคลายทุกข์

มุมอื่นๆ ของ "บิลลี่" 15, 30 รหัสลับ ครองรัก  

นอกเหนือจากเรื่องเกี่ยวกับการหายตัวไปของบิลลี่ มึนอเปิดใจเล่าถึงมุมอื่นๆ ของบิลลี่ในฐานะสามีและหัวหน้าครอบครัวได้อย่างละเอียดจากความทรงจำ แม้บิลลี่จากไปแล้ว แต่ความดีของบิลลี่ยังอยู่ในใจเธอทุกลมหายใจตราบนิรันดร์

มึนอ เล่าถึงเรื่องราวความรักของเธอที่เกิดขึ้นในปี 45 ว่า ได้ยินชื่อบิลลี่จากความบังเอิญ เธอโทรศัพท์ไปหาพี่ชายที่เป็นญาติกัน คนที่รับโทรศัพท์เธอทุกครั้งก่อนได้คุยกับพี่ชาย คือบิลลี่ ซึ่งเธอมารู้ทีหลังว่าเป็นเพื่อนของพี่ชาย กระทั่งในงานคริสต์มาสของหมู่บ้านเมื่อปลายๆ เดือน ธ.ค. 45

มึนอได้เจอบิลลี่เป็นครั้งแรก เขาเข้ามาชวนคุย ถามว่าใช่น้องสาวของเพื่อนหรือเปล่า พอตอบว่าใช่ บิลลี่ก็เดินจากไป แต่ไม่นานบิลลี่ก็กลับมาหา พร้อมถามว่า “ถ้าคนอายุมากกว่า 3 ปีมาชอบ มึนอจะคิดอย่างไร” หลังจากนั้นก็โทรคุยสานสัมพันธ์กัน วันที่ 15 ของทุกเดือน มึนอจะโทรหาบิลลี่ ส่วนบิลลี่จะโทรหามึนอทุกวันที่ 30 ทั้งสองคบหาดูใจกัน 1 ปี จึงตัดสินใจใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกัน โดยพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายยินยอม และสร้างครอบครัวอบอุ่นท่ามกลางผืนป่า

“รักพี่บิลลี่เพราะเป็นลูกผู้ชายที่ดี นิสัยดี ช่วยเหลือคนอื่น ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาไม่เคยทะเลาะกันเลย ไม่มีสักครั้งที่พี่บิลลี่ทำให้ทุกข์ใจ เสียใจ ร้องไห้ รักกันมีความสุขดีตลอดมา เราอยู่กันด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน” มึนอ เล่าถึงช่วงเวลาแห่งความสุข

สื่อจิตผ่านรูป ตัวแทนบิลลี่ คือสิ่งดีๆ ที่ได้ทำไว้ 

เมื่อทีมข่าวฯ ถามถึงความประทับใจที่มึนอมีต่อบิลลี่ เธอเล่าว่า บิลลี่เป็นคนชอบช่วยเหลือผู้อื่น พูดตรง ซื่อตรง และเป็นคนรักครอบครัวมาก ปกติทุกวันบิลลี่เลิกงานกลับมาถึงบ้าน มักทำกับข้าวให้ครอบครัวกิน บิลลี่มักจะสอนลูกๆ อยู่เสมอ ในเรื่องการเป็นคนดี ประหยัด และอดออม

เวลาคิดถึงพี่บิลลี่ก็ร้องไห้ ในบ้านมีรูปของพี่บิลลี่เก็บใส่กรอบ คิดถึงก็จะมามองรูป นึกถึงสิ่งดีๆ ที่พี่บิลลี่เคยทำไว้ สร้างไว้ เวลาไปทำงาน กลับมาก็ทำกับข้าวให้ลูกๆ กิน ถ้าไม่ไปซื้อก็ไปหา เช่น หอย เอามาต้ม มาผัด บางทีก็ช่วยไปส่งลูกที่โรงเรียน สอนลูกให้เป็นคนดี ให้เป็นคนเก่ง ถ้าลูกดื้อทำผิดก็สอน เตือนด้วยเหตุผล บอกถ้าลูกทำผิด 3 ครั้ง ถึงจะทำโทษ” มึนอกล่าวถึงความทรงจำที่ดี

3 สาเหตุ เบื้องลึก "บิลลี่" หายตัวปริศนา

กว่า 5 ปีที่ “บิลลี่” หายไป ทำให้ชีวิต “มึนอ” เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่มีหน้าที่หลักเป็นแม่บ้านดูแลลูกๆ ต้องมารับหน้าที่หัวหน้าครอบครัว ทำงานทั้งนอกบ้านในบ้าน เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งดูแลลูกๆ หญิง 3 คน ชาย 2 คนได้อย่างดี ปัจจุบันลูกๆ ทั้ง 5 คน คนโตอายุ 15 คนเล็กอายุ 7 ขวบ เธอปลูกฝังลูกๆ ให้อภัยคนที่ทำร้ายพ่อ และให้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินการกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้บิลลี่มีอันเป็นไป

พร้อมฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ยอมรับในสิทธิ วิถีชีวิตของชุมชนของชาติพันธุ์ ชนเผ่าพื้นเมือง และสิทธิมนุษยชนของชุมชนกะเหรี่ยง สำหรับวัฒนธรรมพิธีทางศาสนาเกี่ยวกับงานศพของคนกะเหรี่ยง มึนออธิบายไว้ว่า หากคนเสียชีวิตที่อายุไม่มาก จะทำพิธี 3 วัน ส่วนคนสูงอายุทำพิธี 7 วัน หากนับถือคริสต์จะฝังศพ แต่ถ้านับถือพุทธ ชาวกะเหรี่ยงจะเผาศพ และไม่นำกระดูกมาเก็บหรือนำมาทำอะไรอีก

“อยากให้เลิกอคติกับชุมชนชาวกะเหรี่ยงที่อยู่ในป่า ที่ผ่านมาที่พี่บิลลี่หายไปก็เชื่อว่าสาเหตุมาจากที่บิลลี่เข้าไปช่วยเหลือปู่ที่ถูกเผาบ้านและยุ้งฉางข้าว เกิดจากการไม่เข้าใจกัน การมีอคติกัน การไม่ยอมรับกัน อยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสังคมเข้าใจและยอมรับวิถีชุมชนของชาวกะเหรี่ยง” มึนอ ทิ้งท้าย

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

ดีเอสไอเรียกสอบปากคำพยานสำคัญ คดี “บิลลี่” ไม่รู้เรื่อง “ดาบเท่ง”

ดีเอสไอยัน "บิลลี่" หาย 5 ปี เสียชีวิตแล้ว พบกระดูกในถังใต้น้ำ (คลิป)

สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราว หรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่

reporter.thairath@gmail.com  หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มึนอข่าวเด่นบิลลี่หายตัวบิลลี่ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์บิลลี่ พอละจี รักจงเจริญคดีบิลลี่

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้