
CXMT เตรียมทำ IPO ในตลาด STAR Market เซี่ยงไฮ้ ระดมทุนกว่า 4.34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายโรงงานผลิตชิป DRAM
ทำไมอยู่ดีๆ บริษัทจีนรายนี้ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2016 ถึงก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในบริษัทชิปที่ทั่วโลกจับตามอง?
สัปดาห์ที่ผ่านมาชื่อของ ChangXin Memory Technologies (CXMT) ปรากฏบนหน้าสื่อทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง จากสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแทบจะพร้อมกัน Apple ประกาศว่ากำลังทดสอบชิปหน่วยความจำ (DRAM) ของ CXMT สำหรับอุปกรณ์ที่จำหน่ายในจีน พร้อมเดินหน้าล็อบบี้รัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อเปิดทางให้สามารถใช้ชิปของบริษัทได้ในวงกว้างมากขึ้น ท่ามกลางวิกฤตชิปหน่วยความจำที่ตึงตัวทั่วโลก
และล่าสุด CXMT ประกาศเตรียมเสนอขายหุ้น IPO อย่างเป็นทางการในตลาด STAR Market ของเซี่ยงไฮ้ ในสัปดาห์หน้า ระดมทุนอย่างน้อย 29,500 ล้านหยวน หรือราว 4.34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจเพิ่มเป็นกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หากใช้สิทธิจัดสรรหุ้นส่วนเกินเต็มจำนวน ทำให้เป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดของจีนในปีนี้ และใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ CNOOC บริษัทน้ำมันนอกชายฝั่งแห่งชาติจีนเข้าตลาดในปี 2022
ผู้ผลิตชิปจีนได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุน หลังเกิดกระแส IPO ต่อเนื่องของบริษัทในห่วงโซ่อุตสาหกรรม AI ตั้งแต่ผู้ผลิตแผงวงจร ไปจนถึงบริษัทพัฒนาโมเดล AI ที่ต่างเร่งระดมทุนเพื่อรองรับความต้องการของตลาด และเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน
ในด้านของจีน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จีนพึ่งพาชิปหน่วยความจำจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะตลาด DRAM ที่ถูกครองโดยเพียง 3 ผู้นำตลาด ได้แก่ Samsung Electronics, SK Hynix จากเกาหลีใต้ และ Micron จากสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตามสงครามเทคโนโลยีระหว่างจีนและสหรัฐฯ ทำให้รัฐบาลปักกิ่งต้องเร่งสร้างซัพพลายเชน AI ที่พึ่งพาตัวเองได้และ CXMT (ChangXin Memory Technologies) คือ หนึ่งในบริษัทที่ถูกเลือกให้เป็น "แชมป์" ของภารกิจนี้
CXMT ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 โดย Zhu Yiming ผู้ก่อตั้ง GigaDevice ซึ่งกลับจากซิลิคอนวัลเลย์มาร่วมกับรัฐบาลเมืองเหอเฝย สร้างโรงงานผลิตชิปของจีนเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า ในปี 2019 บริษัทเข้าซื้อสิทธิบัตรสำคัญจาก Qimonda อดีตผู้ผลิต DRAM ของเยอรมนีที่ล้มละลาย ซึ่ง SemiAnalysis ระบุว่าเป็นรากฐานสำคัญของเทคโนโลยี DRAM ของ CXMT
รายงานระบุว่า CXMT ยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ ASML ผู้ผลิตเครื่องลิโทกราฟีจากเนเธอร์แลนด์ โดยเครื่อง DUV ของ ASML ยังคงเป็นหัวใจของสายการผลิตของบริษัท แม้ว่าจีนจะพยายามพัฒนาเครื่องจักรภายในประเทศก็ตาม เนื่องจาก CXMT ยังไม่ถูกขึ้นบัญชีดำ (Entity List) ของสหรัฐฯ บริษัทจึงยังสามารถซื้อเครื่องจักรที่ได้รับอนุญาตจาก ASML ได้
นอกจากนี้นักวิเคราะห์ยังให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ความสำเร็จของ CXMT ส่วนหนึ่งมาจากการสนับสนุนอย่างเต็มที่ของรัฐบาลเมืองเหอเฝย ทั้งการจัดหาที่ดิน เงินทุน เงินอุดหนุน และช่วยดึงซัพพลายเออร์ รวมถึงลูกค้าเข้ามาตั้งฐานในเมืองจนเกิดคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์รอบบริษัท
โดยระหว่างปี 2023-2025 บริษัทได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐอย่างน้อย 6,000 ล้านหยวน (ประมาณ 880 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ปัจจุบัน CXMT มีผู้ถือหุ้นรัฐวิสาหกิจอย่างน้อย 15 ราย ถือหุ้นรวมกันประมาณ 36% ของบริษัท
ในเวลาเพียงสิบปี จากบริษัทที่แทบไม่มีใครรู้จัก CXMT ขึ้นแท่นผู้ผลิตชิป DRAM รายใหญ่อันดับ 4 ของโลก รองจาก SK Hynix, Samsung Electronics และ Micron และกำลังก้าวขึ้นเป็นหัวใจหลักของยุทธศาสตร์การสร้างห่วงโซ่อุปทาน AI ที่จะทำให้จีนพึ่งพาตัวเองได้
ทั้งนี้จากดีมานด์ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ทำให้เฉพาะ GPU ของ Nvidia มีมูลค่าเพิ่มขึ้น แต่ยังทำให้ DRAM ซึ่งเป็นหน่วยความจำหลักของเซิร์ฟเวอร์ AI ขาดแคลนทั่วโลกกลายเป็นชิ้นส่วนที่อุตสาหกรรมต้องการ สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ฐานะทางการเงินของ CXMT พลิกฟื้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา
ตั้งแต่ปลายปี 2025 รายได้ของผู้ผลิต DRAM ทั้งอุตสาหกรรมพุ่งขึ้นพร้อมกัน เพราะกระแส AI โดย Samsung ยังคงเป็นผู้นำรายได้ SK Hynix ตามมาเป็นอันดับ 2 และ Micron อันดับ 3 แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ CXMT ที่รายได้เริ่มจากเกือบเป็นศูนย์ในปี 2022 เติบโตต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ
โดยไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 50,800 ล้านหยวน (ประมาณ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 700% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 33,000 ล้านหยวน (ประมาณ 4.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ตามข้อมูลในหนังสือชี้ชวน IPO พลิกจากการขาดทุนสะสมกว่า 37,000 ล้านหยวน (5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กลายเป็นหนึ่งในบริษัทชิปที่ทำกำไรสูงที่สุดของจีน
ข้อมูลจาก SemiAnalysis ชี้ว่า บริษัทกำลังเป็นผู้เล่นที่เติบโตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรม DRAM และมีแนวโน้มก้าวขึ้นเป็น “ขั้วที่ 4” ของตลาดชิปหน่วยความจำโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หากการขยายกำลังการผลิตเป็นไปตามแผน
โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนกำลังการผลิตเวเฟอร์ DRAM ราว 11% ของโลกในปี 2025 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 15% ภายในปี 2028 หลังโรงงานแห่งใหม่ในเหอเฝย์ เซี่ยงไฮ้ และปักกิ่ง เริ่มเดินเครื่อง ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าแม้ CXMT จะมีขนาดธุรกิจยังเล็กกว่าคู่แข่ง แต่มีอัตราการเติบโต (Growth Rate) สูงที่สุด ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่มีผู้เล่นรายใหม่สามารถขึ้นมาแย่งส่วนแบ่งตลาดได้จริง
ปัจจุบันกระแส CXMT ยังมาจากความสนใจของบิ๊กเทครายใหญ่จากตะวันตกอย่าง Apple ที่ปกติจะพึ่งพาชิปหน่วยความจำจาก Samsung, SK Hynix และ Micron แต่เมื่อ AI ดันให้ความต้องการหน่วยความจำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ผลิตทั้งสามรายต่างนำกำลังการผลิตจำนวนมากไปป้อนตลาด AI และดาต้าเซ็นเตอร์
ผลคืออุปทาน DRAM สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตึงตัว และต้นทุนเพิ่มขึ้น เป็นเหตุผลที่ Apple เริ่มทดสอบชิปของ CXMT สำหรับสินค้าที่จำหน่ายในจีน พร้อมทั้งอยู่ในกระบวนการยื่นคำร้องต่อเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว เพื่อขออนุมัติให้สามารถจัดซื้อชิปจาก CXMT แม้ว่าบริษัทจะอยู่ในบัญชีดำของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ก็ตาม สำหรับ CXMT การที่ Apple สนใจ ไม่ได้หมายถึงยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ยังถือเป็น “ตราประทับ” ว่าเทคโนโลยีของบริษัทเริ่มได้รับการยอมรับในระดับโลก
อ่านเพิ่มเติม ศึกชิปโลกกำลังเปลี่ยนขั้ว? CXMT-YMTC สองม้ามืดโตแรง ผู้ท้าชิงรายใหม่ตลาดชิปหน่วยความจำ
ทั้งนี้ CXMT เตรียมเสนอขายหุ้นจำนวน 6.688 พันล้านหุ้น โดยครึ่งหนึ่งจัดสรรให้กับนักลงทุนรายใหญ่ (Cornerstone Investors) พร้อมสิทธิในการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Overallotment Option) ซึ่งจะเพิ่มจำนวนหุ้นที่เสนอขายเป็น 7.69 พันล้านหุ้น หรือคิดเป็นประมาณ 11.3% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด
โดยบริษัทได้กำหนดวันเปิดให้นักลงทุนจองซื้อหุ้นในวันที่ 16 กรกฎาคม ตามเอกสารที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ โดยมีเป้าหมายระดมทุน 29,500 ล้านหยวน (ประมาณ 4.34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อนำเงินไปใช้ขยายกำลังการผลิตโรงงานเวเฟอร์ (Wafer Fabrication) และยกระดับเทคโนโลยีการผลิต DRAM รุ่นใหม่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับผู้ผลิตระดับโลก
ด้านนักวิเคราะห์มองว่า หลังเข้าตลาดหุ้นมูลค่าของ CXMT อาจพุ่งแตะ 3 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 4.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) และหากทำได้ตามเป้า CXMT จะกลายเป็น IPO ที่มีมูลค่าสูงที่สุดของจีนแผ่นดินใหญ่ นับตั้งแต่ CNOOC ระดมทุน 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2022 และเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย นับตั้งแต่ CATL ระดมทุน 5.3 พันล้านดอลลาร์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2025
นอกจากนี้การ IPO ของ CXMT จะเป็นบททดสอบสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของจีน ในช่วงที่รัฐบาลปักกิ่งเดินหน้าทุ่มงบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ท่ามกลางแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์
ทั้งนี้ด้วยขนาดของบริษัท CXMT คาดว่าจะกลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดที่ซื้อขายในตลาดหุ้นจีน อย่างไรก็ตามนักลงทุนบางส่วนเริ่มกังวลว่า IPO ขนาดใหญ่อาจเป็นสัญญาณคล้ายกับช่วงที่ตลาดหุ้นจีนเคยทำจุดสูงสุดในอดีต ซึ่งมักเกิดขึ้นพร้อมกับการเข้าจดทะเบียนของบริษัทขนาดใหญ่
การเข้าตลาดหุ้นของ CXMT จึงไม่ใช่เพียงอีกหนึ่งการระดมทุนครั้งใหญ่ที่น่าจับตามอง แต่เป็นบทพิสูจน์ว่า จีนสามารถสร้างบริษัทชิปหน่วยความจำระดับโลกขึ้นมาได้จริง ภายใต้แรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และการแข่งขันในตลาดชิปหน่วยความจำโลกกำลังเปลี่ยนจากสามเส้าไปสู่การมีผู้ท้าชิงรายใหม่จากจีนอย่างเต็มตัว
ที่มาข้อมูล Bloomberg , Financial Times
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -