
DeepSeek กำลังซุ่มพัฒนาชิปสำหรับงาน Inference เพื่อลดการพึ่งพาชิป Nvidia และสร้างระบบนิเวศ AI แบบครบวงจร
DeepSeek สตาร์ทอัพ AI ดาวรุ่งของจีนกำลังซุ่มพัฒนาชิป AI ของตัวเองอีกหนึ่งราย ตามการเปิดเผยของ Reuters โดยชิปดังกล่าวถูกออกแบบสำหรับงาน Inference หรือการประมวลผลคำตอบของโมเดล AI หลังผ่านการฝึกแล้ว ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังเติบโตเร็วที่สุดของอุตสาหกรรม AI
หากโครงการนี้สำเร็จ DeepSeek จะไม่เพียงเป็นผู้พัฒนาโมเดล AI เท่านั้น แต่จะก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทที่พัฒนา “AI Stack” ครบวงจร ตั้งแต่ซอฟต์แวร์ไปจนถึงฮาร์ดแวร์เช่นเดียวกับ OpenAI, Google และ Meta ที่ต่างเดินหน้าพัฒนาชิปของตัวเอง
โดยก่อนหน้านี้คู่แข่งฝั่งตะวันตกอย่าง OpenAI เพิ่งเปิดตัว Jalapeno ชิป Inference รุ่นแรกที่พัฒนาร่วมกับ Broadcom ขณะที่ Anthropic ก็มีรายงานว่ากำลังศึกษาการพัฒนาชิป AI ของตัวเองเช่นกัน
สำหรับ DeepSeek การพัฒนาชิปยังมีความหมายในเชิงยุทธศาสตร์ เนื่องจากมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ทำให้บริษัทจีนไม่สามารถเข้าถึงชิป AI รุ่นล้ำหน้าของ Nvidia ได้ และรัฐบาลจีนเองก็ผลักดันให้บริษัทเทคโนโลยีภายในประเทศสร้างเทคโนโลยีทดแทนเพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติ
ที่ผ่านมา DeepSeek ใช้งานทั้งชิปของ Nvidia และ Huawei โดยโมเดล R1 ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกเมื่อต้นปี 2025 ได้รับการฝึกด้วยชิป Nvidia H800 ซึ่งต่อมาถูกสหรัฐฯ สั่งห้ามส่งออกไปจีน ก่อนที่บริษัทจะหันมาใช้ชิป Ascend ของ Huawei มากขึ้น และเปิดตัวโมเดล V4 ที่ปรับแต่งให้ทำงานบนสถาปัตยกรรมของ Huawei ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า โครงการพัฒนาชิปของ DeepSeek ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยบริษัทกำลังหารือกับพันธมิตรด้านการออกแบบชิป โรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และผู้ผลิตหน่วยความจำ พร้อมทั้งเร่งรับสมัครวิศวกรออกแบบชิปแบบไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ
แม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะเห็นตรงกันว่า การพัฒนาชิปของ DeepSeek ยังไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของ Nvidia ในระยะสั้น เนื่องจากยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังติดข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีการผลิตชิปขั้นสูงและหน่วยความจำ HBM แต่ตลาดกลับเริ่มมองอีกมุมหนึ่ง นั่นคือ ธีมการลงทุนใน AI ของจีนกำลังขยับจาก Software ไปสู่ Hardware
นักลงทุนเริ่มให้น้ำหนักกับบริษัทในห่วงโซ่อุตสาหกรรมชิป AI ของจีนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้พัฒนาชิป ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และผู้ผลิตหน่วยความจำ ซึ่งอาจได้รับอานิสงส์หากจีนสามารถสร้างระบบนิเวศ AI ที่พึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น
ความคาดหวังดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ Huawei เริ่มเผชิญการแข่งขันจากผู้เล่นรายใหม่ ไม่เพียง DeepSeek แต่ยังรวมถึง Alibaba และ Baidu ที่ต่างเร่งพัฒนาชิป AI ของตัวเองเช่นกัน ในอีกด้านหนึ่งที่ข่าว DeepSeek อาจกลายเป็นอีกปัจจัยที่กดดันหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ หลังจากนี้
ล่าสุดดัชนี PHLX Semiconductor Index (SOX) ร่วงกว่า 4.6% ขณะที่ Micron Technology ปรับตัวลง 4.7% และ Sandisk ร่วงกว่า 7% หลังนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า ราคาหุ้น AI ที่ปรับขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมายังมี Upside เหลือมากน้อยเพียงใด
Zachary Hill หัวหน้าฝ่ายบริหารพอร์ตของ Horizon Investments ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดขณะนี้คือการหมุนเงินลงทุนออกจากหุ้น AI ที่ปรับตัวขึ้นแรง โดยเฉพาะกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และชิปหน่วยความจำ เพราะความคาดหวังของนักลงทุนอยู่ในระดับที่แทบเป็นไปไม่ได้ที่บริษัทจะทำผลงานได้เหนือกว่าที่ตลาดคาด
แม้แรงขายจะเกิดขึ้นในฝั่งสหรัฐฯ แต่นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า เรื่องราวของ DeepSeek กลับช่วยสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อหุ้น AI และหุ้นชิปของจีน เพราะสะท้อนว่าประเทศจีนกำลังสร้างขีดความสามารถด้าน AI ครบทั้งระบบ ตั้งแต่โมเดล AI ไปจนถึงฮาร์ดแวร์
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา การแข่งขัน AI ถูกวัดกันด้วยว่าใครสร้างโมเดลได้ฉลาดกว่า แต่วันนี้โจทย์สำคัญกำลังเปลี่ยนเป็นใครควบคุมฮาร์ดแวร์ได้มากกว่ากัน
การมีชิปเป็นของตัวเอง ไม่ได้หมายถึงเพียงการลดต้นทุนการใช้ GPU ของ Nvidia แต่ยังช่วยควบคุมประสิทธิภาพ การใช้พลังงาน และซัพพลายเชนได้ทั้งหมด ทำให้การแข่งขัน AI รอบใหม่ อาจไม่ใช่แค่สงครามของโมเดลอีกต่อไป แต่คือทั้ง AI Infrastructure และนักลงทุนเริ่มมองเห็นภาพรวมในการเติบโตทั้งระบบนิเวศแล้ว
หาก DeepSeek เดินเกมนี้ได้สำเร็จ นักลงทุนอาจเริ่มหันมาจับตา หุ้น AI และหุ้นชิปฝั่งเอเชีย มากขึ้น ในฐานะผู้ท้าชิงรายสำคัญที่กำลังค่อย ๆ ไล่ตามความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ในอุตสาหกรรม AI ระดับโลก
อ่านเพิ่มเติม
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -