
ความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับ AI Data Center พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาชิปเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดภาวะขาดแคลนอุปทานทั่วโลก
กระแส AI ที่กำลังผลักดันความต้องการชิปประมวลผลให้พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปยังอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก เมื่อความต้องการชิปหน่วยความจำ DRAM และ HBM สำหรับ AI Data Center เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเกิดภาวะขาดแคลนอุปทานและดันราคาชิปหน่วยความจำพุ่งเป็นประวัติการณ์
ผลกระทบเริ่มส่งตรงถึงผู้บริโภค หลัง Apple และ Microsoft ประกาศขึ้นราคาสินค้าหลายรายการในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อชดเชยต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้น แต่สำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายเล็ก สถานการณ์กลับรุนแรงกว่านั้น
สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งเริ่มรายงานสถานการณ์ที่ผู้ผลิตสินค้าไอทีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศสหรัฐฯ ต่างพูดถึงต้นทุนฮาร์ดแวร์ที่สูงเกินจะรับไหว หลายรายกำลังแบกรับต้นทุนชิปหน่วยความจำระดับสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางรุ่นราคาพุ่งเกือบ 10 เท่าในเวลาไม่กี่เดือน
นาบีลา โปปาล นักวิเคราะห์จาก IDC ระบุว่า ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายเล็ก โดยเฉพาะผู้ผลิตสมาร์ตโฟน Android และอุปกรณ์ราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ กำลังเผชิญ วิกฤตการอยู่รอด พร้อมระบุอีกว่า ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำกำลังจัดสรรกำลังการผลิตให้กับลูกค้ารายใหญ่เป็นลำดับแรก ทำให้ผู้ผลิตรายเล็กแทบไม่มีโอกาสเข้าถึงชิป แม้จะพร้อมจ่ายในราคาที่สูงขึ้นก็ตาม
โดยผลกระทบเริ่มปรากฏชัดในหลายบริษัท นำโดย Apple ที่เปรียบเทียบสถานการณ์ชิปหน่วยความจำครั้งนี้ว่าเป็น “มหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในรอบร้อยปี” พร้อมด้วยการปรับขึ้นราคา Mac และ iPad หลายรุ่นหลังจากนั้น หรือในด้าน Microsoft เองก็ประกาศขึ้นราคา Xbox Series S อีก 100 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมระบุว่า ต้นทุนหน่วยความจำและสตอเรจสำหรับเครื่องเกมเพิ่มขึ้นมากกว่า 2.5 เท่า และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวภายในปี 2027 โดยทิ้งท้ายความเห็นว่า วิกฤติครั้งนี้กำลังกระทบอุตสาหกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด
อ่านเพิ่มเติม
ขณะที่บริษัทอื่นๆ เช่น GoPro ออกมาเตือนนักลงทุนว่า บริษัทอาจไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ หลังต้นทุนชิปหน่วยความจำเพิ่มขึ้น 80-115% ในช่วงปลายไตรมาสแรก
Sonos ผู้ผลิตลำโพงอัจฉริยะ ราคาหุ้นปรับตัวลดลงแล้ว 23% ในปีนี้ จากแรงกดดันด้านต้นทุนที่กระทบอัตรากำไร นอกจากนี้ในภาคส่วนธุรกิจอื่น ๆ ตั้งแต่โทรคมนาคม อุปกรณ์การแพทย์ ไปจนถึงค้าปลีก ต่างแสดงความกังวลต่อการขาดแคลนชิปและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
จากสถานการณ์ดังกล่าว แม้ Apple และ Microsoft จะยังมีอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์และสามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ แต่สำหรับผู้ผลิตรายเล็ก สถานการณ์กลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง
เมื่อกำลังการผลิตชิปหน่วยความจำถูกจัดสรรให้กับผู้เล่นรายใหญ่ที่สั่งซื้อปริมาณมหาศาล บริษัทขนาดเล็กจึงต้องเผชิญทั้งปัญหาต้นทุนที่พุ่งสูง ระยะเวลาส่งมอบที่ยาวนาน และความไม่แน่นอนในการจัดหาชิ้นส่วน และแน่นอนว่าวิกฤติที่เพิ่งเริ่มต้นครั้งนี้อาจกลายเป็นบททดสอบสำคัญของผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ว่าใครจะสามารถอยู่รอดได้ต่อไปในยุคที่ทรัพยากรสำคัญอย่างชิปหน่วยความจำถูกแย่งชิงโดยกระแส AI ทั่วโลก
ที่มาข้อมูล CNBC , Reuters , Business Insider
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -