ชิปความจำราคาพุ่งกว่า 260% รายใหญ่ช้ำ รายเล็กเสี่ยงไม่รอด ทางออก คือ ขึ้นราคา ลดสเปก หรือปิดกิจการ

Tech & Innovation

Tech Companies

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ชิปความจำราคาพุ่งกว่า 260% รายใหญ่ช้ำ รายเล็กเสี่ยงไม่รอด ทางออก คือ ขึ้นราคา ลดสเปก หรือปิดกิจการ

Date Time: 29 มิ.ย. 2569 16:23 น.

Video

เจาะลึก IPO SpaceX และการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของ หุ้นเทคสหรัฐฯ | Money Issue EP.64

Summary

วิกฤตชิปหน่วยความจำขาดแคลน ทำราคาพุ่งแรง จนผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ต้องทยอยขึ้นราคา รวมถึงรายใหญ่อย่าง Apple-Microsoft ต้องปรับราคาสินค้าเช่นกัน ขณะที่รายเล็กกระทบหนักไม่แพ้กัน ต้องเร่งปรับตัว วางทางออก ไม่ขึ้นราคา ลดสเปกลง ก็ต้องปิดกิจการ

Latest


สัปดาห์ที่ผ่านมา Apple มีประกาศออกมาชัดเจนว่า บริษัทกำลังจะปรับราคาสินค้ากลุ่ม Mac และ iPad ขึ้น เซ่นวิกฤตชิปหน่วยความจำ เช่นเดียวกับ Microsoft ที่จะปรับราคาขายสินค้ากลุ่ม Xbox ขึ้น เพราะต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น 

สาเหตุหลักของวิกฤตครั้งนี้ มาจากการขาดแคลน Memory Chip ทั่วโลกจนส่งผลให้ต้องปรับราคาขึ้นมหาศาล และยังเป็นเพราะกระแสการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ที่จำเป็นต้องใช้ชิปชนิดนี้จำนวนมากในระบบประมวลผลขั้นสูง


ความต้องการ DRAM พุ่ง Micron ปรับราคาไปแล้ว 260%

Micron เปิดเผยว่า ราคาขายเฉลี่ยของ DRAM ในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นมากกว่า 260% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดย Sumit Sadana ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจของ Micron ระบุว่า บริษัทได้ทำสัญญาจัดหาสินค้าระยะยาวให้กับผู้ผลิตสมาร์ตโฟนและคอมพิวเตอร์หลายรายแล้ว

เขากล่าวว่า “เราใช้เวลามากในการวางแผนว่าจะบริหารธุรกิจ อุปทาน และการจัดสรรหน่วยความจำที่มีอยู่อย่างจำกัดให้กับลูกค้า กลุ่มอุตสาหกรรม และภูมิภาคต่าง ๆ อย่างรอบคอบ มีความรับผิดชอบ และเป็นธรรมมากที่สุด”

โดยผลประกอบการรายไตรมาสที่บริษัทประกาศออกมาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) เพิ่มจาก 39% เป็นเกือบ 85% และหลังประกาศผลประกอบการ หุ้นของ Micron พุ่งขึ้นทันที 16%

ขณะเดียวกัน ตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นของบริษัททะยานขึ้นแล้วประมาณ 800% ตามทิศทางเดียวกับผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่อย่าง SK Hynix และ Samsung ในตลาดเกาหลี


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: หุ้น Micron บวกกว่า 700% ในปีเดียว ทุบสถิติใหม่ทุกมิติ รายได้โต 4 เท่า กำไรพุ่ง 2.8 หมื่นล้าน


กระทบทั้งรายใหญ่ รายเล็ก

เพียงหนึ่งวันหลัง Micron รายงานผลประกอบการ Apple ก็ประกาศขึ้นราคาสินค้าหลายรายการ ทั้ง iPad และ Mac โดยบริษัทระบุในแถลงการณ์ว่า “เราไม่เคยเห็นราคาชิ้นส่วนปรับขึ้นเร็วและรุนแรงขนาดนี้มาก่อน”

ก่อนหน้านี้ Tim Cook ซีอีโอของ Apple ให้สัมภาษณ์กับ Wall Street Journal ว่า บริษัทจำเป็นต้องขึ้นราคา พร้อมเปรียบเทียบสถานการณ์หน่วยความจำในปัจจุบันว่าเป็นอุทกภัยที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบ 100 ปี (Hundred-year flood)

และไม่นานหลัง Apple ประกาศขึ้นราคา Microsoft ก็ประกาศเพิ่มราคาของ Xbox Series S อีก 100 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ราคาจำหน่ายขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 500 ดอลลาร์สหรัฐ

โดยบริษัทอธิบายว่า เครื่องเล่นเกมคอนโซลโดยทั่วไปมักขายในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตจริง พร้อมระบุว่า ต้นทุนของหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสำหรับคอนโซลเพิ่มขึ้นมากกว่า 2.5 เท่า และเราคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2 เท่าภายในปี 2027

Microsoft ยังชี้แจงด้วยว่า “อุตสาหกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคทั้งหมดกำลังเผชิญวิกฤตชิ้นส่วนในครั้งนี้ แต่ผลกระทบต่อธุรกิจเครื่องเล่นเกมคอนโซลนั้นรุนแรงเป็นพิเศษ”

ในขณะที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่มีทั้งเงินสดจำนวนมหาศาลในมือ มีอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์ และยังมีฐานลูกค้าอีกหลายล้านคนทั่วโลก ยังต้องเผชิญกับความท้าทายแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้านบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายเล็ก ๆ ก็ต้องรับแรงกดดันไปเต็ม ๆ 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: AI แย่งแรมจน Apple เอาไม่อยู่ Mac-iPad ขึ้นราคาทั่วโลก ทำหุ้นดิ่งหนักสุดในรอบปี


Mono Technologies บริษัทผู้ผลิตเราเตอร์ คือหนึ่งรายเล็กที่รับผลกระทบไปเต็ม ๆ โดยก่อนหน้านี้ Mono สามารถผลิตสินค้าเรือธงส่งตรงถึงมือลูกค้าได้กว่า 1,000 เครื่องในราคา 600 ดอลลาร์สหรัฐ เจาะกลุ่ม Networking Enthusiasts ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

แต่เมื่อวิกฤตชิปความจำทำพิษ ต้นทุนการผลิตจึงปรับตัวสูงขึ้น Tomaž Zaman ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทถึงกับออกมายอมรับว่า ยังไม่แน่ใจเสียด้วยซ้ำว่าจะเดินหน้าผลิตสินค้าในล็อตถัดไปอย่างไร ทั้งที่มีลูกค้ากว่า 1,300 ราย วางเงินมัดจำคนละ 100 ดอลลาร์สหรัฐไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อรอรับสินค้ารุ่นใหม่

Tomaž Zaman ระบุว่า DRAM ของ Micron ขนาด 8GB ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญของผลิตภัณฑ์ เคยมีราคาประมาณ 35 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงที่บริษัทเริ่มพัฒนาอุปกรณ์ แต่ปัจจุบันราคาพุ่งขึ้นเป็น 300 ดอลลาร์สหรัฐ และสำหรับบริษัทที่มีพนักงานเพียง 3 คนอย่าง Mono Technologies การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือเป็นภาระมหาศาล

ทางบริษัทจึงกำลังชั่งใจระหว่าง เดินหน้าผลิตล็อตใหม่ แต่ต้องขึ้นราคาสินค้าอย่างน้อย 1 ใน 3 หรือจะเปิดตัวรุ่นใหม่ที่ลดปริมาณหน่วยความจำลงถึง 75% เพื่อลดต้นทุนดี

“แม้แต่เราเตอร์ระดับเดียวกับของเรา ถ้าต้องขายในราคา 900-1,000 ดอลลาร์สหรัฐ มันก็แทบไม่มีความคุ้มค่าแล้ว แต่เราก็มีทางเลือกไม่มาก นอกจากขึ้นราคา หรือไม่ก็ลดสเปกลงจนเหลือเท่าที่จำเป็นจริง ๆ” Tomaž Zaman กล่าว

อีกรายที่กระทบหนักคือ W5 Technologies บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารสำหรับผู้รับเหมาของกลาโหม ที่บริษัทต้องเผชิญปัญหาทั้งด้านต้นทุน RAM ที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง และระยะเวลารอรับสินค้าที่นานผิดปกติ

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา บริษัทสั่งซื้อเซิร์ฟเวอร์จากผู้ผลิตรายใหญ่ เพื่อนำไปติดตั้งในเครื่องจำลองระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม ซึ่งตั้งใจจะส่งมอบให้ลูกค้าในเดือนพฤษภาคม และราคาของเซิร์ฟเวอร์เครื่องดังกล่าวอยู่ที่ 8,839 ดอลลาร์สหรัฐ

ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานราคาก็เพิ่มขึ้นอีกเกือบ 2 เท่า ทำให้ตอนนี้ราคาสูงเกือบ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐแล้ว และกำหนดส่งก็ไม่มีความแน่นอน และหากเทียบในปี 2020 เครื่องเดียวกันนี้มีราคาเพียง 5,373 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

นอกจากนี้ ผลกระทบเริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อย ๆ โดย GoPro ผู้ผลิตกล้องแอ็กชันชื่อดัง ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาทางธุรกิจอยู่แล้ว เปิดเผยในเดือนนี้ว่า บริษัทอาจต้องยุติการดำเนินงาน หากต้นทุนหน่วยความจำยังคงพุ่งสูงต่อไป

โดยบริษัทระบุว่า ราคาหน่วยความจำเพิ่มขึ้นอีก 80-115% ตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาสแรกของปี

Nabila Popal นักวิเคราะห์จาก IDC กล่าวว่า สถานการณ์ในขณะนี้ถือเป็นวิกฤตที่กระทบต่อการอยู่รอดของธุรกิจอย่างแท้จริง โดยเฉพาะผู้ผลิตสมาร์ตโฟน Android รายเล็ก หรือผู้ผลิตท้องถิ่นที่จำหน่ายอุปกรณ์ราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากกลุ่มนี้จะไม่สามารถซื้อหน่วยความจำได้ เพราะผู้ผลิตแรมกำลังให้ความสำคัญกับลูกค้ารายใหญ่ก่อน


ที่มา: CNBC


ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ