
หุ้น Swarmer เปิดตัวในตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 700% ในวันแรก ก่อนปิดที่ 520%
หุ้น Swarmer บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์โดรน AI ทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงสูงสุดถึง 700% ในวันแรกของการเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลายเป็น IPO ที่ทำผลงานดีที่สุดนับตั้งแต่การเปิดตัวของ Newsmax เมื่อเกือบหนึ่งปีก่อน สะท้อนแรงเก็งกำไรในหุ้นกลุ่ม AI และ Defense Tech หรือเทคโนโลยีด้านความมั่นคงที่กำลังมาแรง
หุ้น Swarmer ปิดตลาดวันแรกพุ่งขึ้น 520% ที่ระดับ 31 ดอลลาร์สหรัฐ แม้ระหว่างวันจะเผชิญความผันผวนสูงจนถูกสั่งหยุดการซื้อขายหลายครั้ง รวมถึงช่วงต้นที่ราคาหุ้นร่วงลงมากกว่า 10% ภายในเวลาไม่ถึง 1 นาทีหลังเปิดตลาด
โดยก่อนหน้านี้ Swarmer เสนอขายหุ้น IPO จำนวน 3 ล้านหุ้นที่ราคา 5 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าบริษัทเพียงเล็กน้อยกว่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่แรงซื้อในตลาดรองได้ดันมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) พุ่งขึ้นเกิน 380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
จุดเด่นของ Swarmer อยู่ที่การเป็น “บริษัทซอฟต์แวร์” ไม่ใช่ผู้ผลิตโดรนโดยตรง โดย Swarmer พัฒนาเทคโนโลยี AI ที่ช่วยให้โดรนสามารถทำงานร่วมกันเป็นฝูง (Drone Swarm) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมโดรนหลายร้อยลำให้ทำงานพร้อมกัน เปรียบเสมือนฝูงนกที่เคลื่อนไหวสอดประสานกันในระดับขนาดใหญ่ เทคโนโลยีดังกล่าวถูกนำไปใช้งานจริงในสนามรบที่ยูเครนแล้วกว่า 100,000 ภารกิจ นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2024
อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาปัจจัยพื้นฐาน บริษัทมีรายได้เพียง 309,920 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ลดลงประมาณ 6% จากปีก่อนหน้าและขาดทุนสุทธิราว 8.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่า สะท้อนสถานะของบริษัทที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังไม่สามารถทำกำไรได้
การพุ่งขึ้นของมูลค่าบริษัทจึงสะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนกำลังให้ราคาในอนาคตมากกว่าปัจจุบัน โดยเฉพาะธีม AI Warfare ที่กำลังกลายเป็นเมกะเทรนด์ใหม่ของโลก ในเชิงโครงสร้างสงครามยุคใหม่กำลังเปลี่ยนจากอาวุธราคาแพง ไปสู่ระบบอัตโนมัติที่ต้นทุนต่ำ แต่สเกลได้ เช่น โดรนและซอฟต์แวร์ควบคุมฝูง ซึ่งตรงกับสิ่งที่ Swarmer พัฒนาโดยตรง
ขณะเดียวกันความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นสงครามยูเครนหรือสถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังผลักดันให้รัฐบาลทั่วโลกเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม และเร่งลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะระบบไร้คนขับและ AI นำโดยกองทัพสหรัฐฯ ที่มีแผนผลิตโดรนโจมตีจำนวนมากนั้นได้กลายเป็นตัวเร่งสำคัญของตลาด ทำให้บริษัทในอุตสาหกรรมนี้ได้รับแรงซื้อไปพร้อมกัน
ก่อนหน้านี้ AeroVironment ผู้ผลิตโดรนทางทหารของสหรัฐฯ หุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จากดีมานด์การใช้โดรนในสงครามจริง โดยเฉพาะโดรนแบบกามิกาเซะ (Loitering Munition) รายได้โตแรง จากคำสั่งซื้อของกองทัพมีแบ็กล็อกระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกันที่ Palantir Technologies บริษัทซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลที่ขับเคลื่อนโดย AI สำหรับภาครัฐและกองทัพ ถูกใช้ในระบบวิเคราะห์ข้อมูลสนามรบ มีบทบาทใน NATO และหน่วยงานความมั่นคงก็พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การพุ่งขึ้นของหุ้น Swarmer ถือเป็นสัญญาณครั้งใหม่ที่ตอกย้ำว่า AI จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของสงครามยุคใหม่ และบริษัทที่อยู่ในจุดตัดของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อัจฉริยะเพื่อความมั่นคง คือ น่านน้ำใหม่ในขณะนี้ แม้จะยังขาดทุนและรายได้ต่ำแต่ตลาดกำลังตีมูลค่าใหม่อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามความร้อนแรงลักษณะนี้ก็มาพร้อมความเสี่ยง เพราะหากดีมานด์หรือสัญญาณเชิงนโยบายชะลอตัว ราคาหุ้นที่วิ่งนำพื้นฐานไปไกล อาจเผชิญแรงปรับฐานได้เช่นกัน
ที่มาข้อมูล Bloomberg
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -