
กองทุน American Ventures ของตระกูลทรัมป์ลงทุนในธุรกิจโดรน 3 แห่ง มูลค่ารวมเกือบ 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ตระกูล Trump คือหนึ่งในตระกูลของสหรัฐอเมริกาที่ความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นมหาศาลในช่วงที่ Donald Trump เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 ซึ่งก่อนหน้านี้ อย่างที่ทราบกันดีว่าตระกูลนี้ร่ำรวยมาจากธุรกิจในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ก่อนที่รุ่นลูกชายของ Donald Trump จะมารุกหน้าในธุรกิจคริปโตฯ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
และก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงเลือกตั้งตอนปลายปี 2024 นั้น กองทุนหนึ่งของตระกูล Trump ที่ลูกชายสองคน Donald Trump Jr. และ Eric Trump เป็นหุ้นส่วน ได้เข้าลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีโดรน โดย Bloomberg รายงานว่า กองทุน American Ventures ของตระกูล Trump ลงทุนไปอย่างน้อย 3 แห่ง และธุรกิจกลุ่มนี้ก็กำลังมีบทบาทอย่างมากในช่วงสงครามที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลถล่มอิหร่าน
3 บริษัทที่กองทุน American Ventures และลูก ๆ ของ Donald Trump ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในแง่ของการผลักดันเข้าตลาดหลักทรัพย์ ปั้นดีลควบรวมกิจการ และการทุ่มเงินลงทุนของตัวเองลงไป ประกอบไปด้วย Powerus, Unusual Machines และ Xtend โดยรวมมูลค่าการลงทุนทั้งหมดนั้นเกือบ 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท)
Powerus คือบริษัทล่าสุดที่ตระกูล Trump เข้าไปลงทุน เป็นบริษัทที่ก่อตั้งโดย Brett Velicovich อดีตทหารผ่านศึกกองทัพสหรัฐฯ อดีตนักวิเคราะห์ข่าวกรองของหน่วย Delta Force และยังเป็นผู้เขียนหนังสือชื่อ Drone Warrior
โดยบริษัทนี้ต้องการที่จะเพิ่มกำลังการผลิตโดรนขนาดเล็กแบบบังคับระยะไกลจาก 1,000 ลำต่อเดือนไปเป็น 10,000 ลำต่อเดือน เพื่อเพิ่มยอดขายให้รัฐบาลสหรัฐฯ และปัจจุบันมีสัญญาจำหน่ายสินค้าให้กับรัฐบาลสหรัฐฯ แล้ว
บริษัทนี้เพิ่งประกาศแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ผ่านการควบรวมกิจการกับบริษัท Aureus Greenway บริษัทที่ไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีโดรนเลย แต่เป็นเพียงผู้ดำเนินธุรกิจสนามกอล์ฟในออร์แลนโด ฟลอริดา ซึ่งบริษัท Aureus Greenway ได้จดทะเบียนอยู่ในตลาด Nasdaq แล้ว
ในดีลควบรวมกิจการนี้ จะมี Dominari Holdings ธนาคารเพื่อการลงทุนที่ตระกูล Trump หนุนหลังอยู่เป็นที่ปรึกษาในการทำธุรกรรม พร้อมกับมี Unusual Machines อีกหนึ่งธุรกิจโดรนที่ตระกูลนี้ลงทุนอยู่เข้ามาร่วมดีลด้วย
นอกจากนี้ หลังการประกาศอย่างเป็นทางการของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ว่าจะมุ่งเน้นไปที่การติดตั้งโดรนแทน ด้วยการเปิดตัวโครงการ “Drone Dominance” ที่มีเป้าหมายติดตั้งอากาศยานไร้คนขับติดอาวุธหลายแสนลำให้กับกองทัพสหรัฐฯ หุ้นของ Aureus Greenway ก็พุ่งขึ้นทันทีสามเท่า ซึ่งก่อนหน้านี้หุ้นนี้เป็นเพียงหุ้นไมโครแคปที่เคลื่อนไหวอยู่แถว 60 เซนต์ต่อหุ้นเท่านั้น
และหลังจากที่ประกาศแผนควบรวมกิจการกับ Powerus พร้อมกับมีข้อมูลออกมาว่า American Ventures ได้เข้าถือหุ้นจำนวนมาก ราคาหุ้นของบริษัทก็พุ่งขึ้นไปแตะ 5.48 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้นทันที โดยที่กองทุนของตระกูล Trump ถืออยู่ราว 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Xtend เป็นบริษัทผู้ผลิตโดรนจากอิสราเอล ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหรัฐอเมริกา ใกล้กับกองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้ทำสัญญากับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา
บริษัท Xtend นี้มี Eric Trump เข้าลงทุนและหนุนให้เกิดการควบรวมกิจการแบบ Reverse Merger กับบริษัท JFB Construction Holdings บริษัทในตลาด Nasdaq ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีโดรนเลย แต่เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และรับเหมาก่อสร้าง
แผนควบรวมกิจการประกาศออกมาไม่นานก่อนเกิดสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่าน และเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา หุ้นของบริษัท JFB Construction ก็พุ่งขึ้นทันทีหลังมีข้อมูลเผยออกมาว่า American Ventures ได้เข้าถือหุ้นในบริษัทนี้แล้ว ซึ่งคิดเป็นมูลค่าราว 340 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ ดีลควบรวมกิจการนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตโดรนรายเดิมคือ Unusual Machines เข้าร่วมด้วย
ในช่วงที่เกิดสงครามในแถบตะวันออกกลางนี้ Xtend ได้ออกมาเปิดเผยว่าในเดือนมีนาคมนี้ บริษัทได้ผลิตและส่งโดรนให้กับรัฐบาลอิสราเอล แต่เมื่อถูกถามว่าโดรนนี้เกี่ยวข้องกับการโจมตีอิหร่านหรือไม่ ทางบริษัทกลับไม่ขอแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้
Unusual Machines คือผู้ผลิตชิ้นส่วนโดรนสัญชาติอเมริกัน บริษัทที่จดทะเบียนในตลาด NYSE เป็นหนึ่งในบริษัทที่ Donald Trump Jr. เข้าร่วมลงทุนและถูกดึงไปเป็นที่ปรึกษาของบริษัท โดยหุ้นที่ลูกชาย Trump คนนี้ถืออยู่คิดเป็นมูลค่าราว 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ชื่อของบริษัทนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับดีลการควบรวมกิจการของบริษัทโดรนทั้ง 2 ที่กล่าวมาข้างต้น และยังเป็นบริษัทที่ได้รับคำสั่งซื้อจากกองพลร่มที่ 101 ของกองทัพบกสหรัฐฯ เมื่อปีที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน
ดีลเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อากาศยานไร้คนขับหรือโดรนกำลังกลายเป็นจุดโฟกัสสำคัญของกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งกำลังใช้งานระบบโจมตีแบบใช้ครั้งเดียว และมองหาวิธีลดต้นทุนในการสกัดโดรนราคาถูกของฝ่ายศัตรู แทนการใช้จรวดสกัดที่มีราคาสูงถึงลูกละ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า ดีลต่าง ๆ นี้อาจเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ เนื่องจากครอบครัว Trump ให้การสนับสนุนบริษัทที่กำลังพยายามคว้าสัญญาจากภาครัฐ โดย Stacie Pettyjohn ผู้อำนวยการโครงการด้านกลาโหมของ Center for a New American Security กล่าวว่า “สิ่งนี้สร้างความซับซ้อนต่อกระบวนการจัดสรรสัญญาของรัฐบาล และยังไม่ชัดเจนว่าความขัดแย้งทางผลประโยชน์จะถูกจัดการอย่างไร และใครจะได้รับสิทธิพิเศษ”
นอกจากนี้ กระแสความร้อนแรงของหุ้นผู้ผลิตโดรนอาจไม่สอดคล้องกับความรวดเร็วของการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและความไม่แน่นอนของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
“แม้โดรนจะเป็นธุรกิจที่กำลังมาแรง และสหรัฐฯ ต้องการบริษัทเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่ามีกี่รายที่จะสามารถอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน” เธอกล่าว
ที่มา: Bloomberg
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney