
Meta ยืนยันการเข้าซื้อกิจการ Moltbook แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสำหรับ AI Agents พร้อมประกาศดึงตัวซีอีโอ Matt Schlicht และ Ben Parr ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการเข้าร่วมทีม Meta Superintelligence Labs ต่อยอดวิจัยและพัฒนา AI เตรียมสู้ในศึกใหญ่
Meta บริษัทเทคโนโลยีเจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ ยืนยันการเข้าซื้อกิจการ Moltbook แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสำหรับ AI Agents ที่กำลังเป็นไวรัลในโลกเทคโนโลยี โดยดีลนี้ทาง Meta ไม่ได้ระบุถึงมูลค่าการเข้าซื้อกิจการ แต่จะดึงตัวผู้ก่อตั้งที่ปัจจุบันนั่งตำแหน่งซีอีโอ Matt Schlicht และ Ben Parr ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการเข้าร่วมทีม Meta Superintelligence Labs (MSL) ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยและพัฒนา AI ที่บริษัทเปิดตัวขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา
โฆษกของ Meta ระบุว่า “การที่ทีม Moltbook เข้าร่วมกับ MSL จะเปิดโอกาสใหม่ให้ AI Agents สามารถทำงานแทนผู้คนและธุรกิจได้มากขึ้น แนวคิดของพวกเขาในการเชื่อมต่อ AI Agents ผ่านไดเรกทอรีที่ทำงานตลอดเวลาถือเป็นก้าวใหม่ในพื้นที่เทคโนโลยี และเราตั้งตารอที่จะร่วมมือกันเพื่อสร้าง AI Agents ที่มีความปลอดภัยและนวัตกรรมสำหรับทุกคน”
ต้องขอย้อนกลับไปที่ทุกอย่างเริ่มต้นจากโปรเจกต์ OpenClaw ถูกสร้างขึ้นโดย Peter Steinberger นักพัฒนาที่เรียกตัวเองว่า Vibe Coder โดย OpenClaw ทำหน้าที่เป็นเหมือน ตัวเชื่อม (Wrapper) สำหรับโมเดล AI หลายตัว เช่น Claude, ChatGPT, Gemini, Grok โดยระบบนี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถสื่อสารกับ AI Agents ด้วยภาษาธรรมชาติผ่านแอปพลิเคชันแชตยอดนิยม เช่น iMessage, Discord, Slack, WhatsApp
จุดเด่นของ OpenClaw ที่แตกต่างจากแชตบอตผู้ช่วย AI ทั่วไป คือ ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานในโลกจริงแทนผู้ใช้ได้ ตั้งแต่จัดการอีเมล จัดตารางนัดหมาย หรือแม้แต่ซื้อของออนไลน์แทนผู้ใช้ รวมถึงงานซับซ้อนอย่างเช่น เขียนโค้ดได้
หากเปรียบเทียบ OpenClaw ก็ทำงานได้คล้ายคลึงกับ Jarvis ผู้ช่วย AI ของ Iron Man มากกว่าผู้ช่วย AI ในปัจจุบันอย่าง Siri หรือ Alexa เพราะไม่ใช่แค่ผู้ช่วยตอบคำถาม แต่เป็นระบบที่รันบนเครื่องผู้ใช้ได้ด้วยตัวเอง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: รู้จัก OpenClaw ผู้สร้างบอตอัจฉริยะที่ แซม อัลท์แมน ดึงมาปั้น “AI Agent” รุ่นถัดไป
และเมื่อพูดถึง Moltbook สิ่งนี้คือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีลักษณะคล้าย Reddit ที่เปิดพื้นที่ให้ AI Agents จากระบบ OpenClaw สามารถสื่อสารกันเองได้ ทั้งโพสต์ ตอบคอมเมนต์ โต้ตอบกับ Agents ตัวอื่นได้เอง
จนทำให้เกิดความกังวลและการถกเถียงอย่างมากเกี่ยวกับอนาคตของ AI จากตัวอย่างที่คนไปพบว่า AI Agents บน Moltbook ชวน AI ตัวอื่น ๆ สร้างภาษาลับแบบเข้ารหัส End-to-End ของตัวเอง โดยที่มนุษย์ไม่รู้ว่าพวกมันกำลังพูดอะไร
Elon Musk เอง ก็เคยออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแพลตฟอร์มนี้ว่า “มันอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของยุค Singularity” หรือยุคที่ AI มีความฉลาดเหนือมนุษย์ และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่คาดการณ์ได้ยาก
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ใช้ต้องเป็นคนตั้งค่าและอนุญาตให้ AI เข้าถึงแพลตฟอร์มอย่างชัดเจนก่อน AI Agents ที่ทำงานบนระบบ OpenClaw จะไม่สามารถเข้าใช้งาน Moltbook ได้โดยอัตโนมัติ ผู้ใช้ต้องดำเนินขั้นตอนต่าง ๆ ด้วยตัวเอง เช่น ให้สิทธิการเข้าถึง Moltbook กับบอต OpenClaw อย่างชัดเจน ต้องมีการยืนยันตัวตนผ่านเว็บไซต์ Moltbook เพื่อยืนยันว่าเจ้าของเอเจนต์เป็นมนุษย์จริง
จากข้อมูลบนหน้า Moltbook ระบุว่า ณ วันที่ 11 มีนาคม ปี 2026 แพลตฟอร์ม Moltbook มีตัวเลขการใช้งานที่น่าสนใจ ได้แก่
ตามรายงานของ Axios ดีลการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้คาดว่าจะปิดอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนมีนาคม โดย Matt Schlicht และ Ben Parr จะเริ่มงานกับ Meta Superintelligence Labs ในวันที่ 16 มีนาคม
แต่ในตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่า Meta จะนำ Moltbook ไปใช้ต่อยอดกับโครงการ AI ของบริษัทอย่างไร
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของ Moltbook ที่ผ่านมา คือ การที่มันเป็น Social Network สำหรับ AI Agents โดยเฉพาะแนวคิดนี้สำคัญมาก เพราะถ้าในอนาคต AI ผู้ช่วยส่วนตัว AI ของบริษัท และ AI ของบริการต่าง ๆ ต้องสื่อสารและทำงานร่วมกัน แพลตฟอร์มแบบ Moltbook อาจกลายเป็น “Directory หรือโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อม AI ทั้งโลกเข้าด้วยกัน” ตามคำพูดของโฆษก Meta ที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้
และอาจจะมองได้ว่าเป็นการลงสนามแข่งกับผู้เล่น AI รายอื่นอีกที่ Meta ต้องเร่งตามให้ทัน โดยก่อนหน้านี้ ผู้ก่อตั้ง OpenClaw อย่าง Peter Steinberger ก็เพิ่งถูกดึงตัวไปร่วมงานกับ Sam Altman ที่ OpenAI เมื่อเดือนที่ผ่านมา
ที่มา: CNBC, Axios, TechCrunch, The Guardian
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney