รู้จัก OpenClaw ผู้สร้างบอตอัจฉริยะที่ แซม อัลท์แมน ดึงมาปั้น “AI Agent” รุ่นถัดไป

Tech & Innovation

Tech Companies

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

รู้จัก OpenClaw ผู้สร้างบอตอัจฉริยะที่ แซม อัลท์แมน ดึงมาปั้น “AI Agent” รุ่นถัดไป

Date Time: 16 ก.พ. 2569 15:02 น.

Video

ถอดโมเดล SpaceX เบื้องหลังเกมการเงิน Elon Musk เดิมพันใหญ่กว่าที่คิด | Digital Frontiers EP.53

Summary

OpenAI ดึงตัว ปีเตอร์ สไตน์เบอร์เกอร์ ผู้สร้าง OpenClaw มาร่วมทีมพัฒนา AI Agent รุ่นถัดไป

  • OpenClaw คือ AI Assistant แบบโอเพนซอร์สที่ทำงานแทนผู้ใช้ได้หลากหลาย เช่น จัดการอีเมลและตารางนัดหมาย
  • OpenClaw ได้รับความสนใจอย่างมากในวงการ AI และถูกยกย่องว่าเป็น AI Agent ที่ใกล้เคียงผู้ช่วยส่วนตัว
  • สไตน์เบอร์เกอร์เคยสร้าง Moltbook โซเชียลมีเดียสำหรับแชตบอต และเคยทำงานด้าน PDF processing
  • OpenAI สนับสนุนแนวคิด Multi-Agent และเชื่อว่าอนาคต AI จะเป็นระบบที่ทำงานร่วมกัน

ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาชื่อของ OpenClaw กลายเป็นที่พูดถึงอย่างรวดเร็วในหมู่นักพัฒนา AI ทั่วโลก จากโปรเจกต์โอเพนซอร์สเล็กๆ สู่บอตที่ถูกยกให้เป็น “AI Agent” ที่ใกล้เคียงผู้ช่วยส่วนตัวจริงๆ มากที่สุดตัวหนึ่งในเวลานี้
และล่าสุดกระแสดังกล่าวร้อนแรงขึ้นไปอีก เมื่อ แซม อัลท์แมน (Sam Altman) แห่ง OpenAI ประกาศว่า ปีเตอร์ สไตน์เบอร์เกอร์ (Peter Steinberger) ผู้สร้าง OpenClaw ตำนานบอตโอเพนซอร์ส และ MoltBook โซเชียลมีเดียสำหรับแชตบอตที่กำลังเป็นกระแส จะเข้าร่วมงานกับ OpenAI เพื่อพัฒนา “Personal AI Agent” เอเจนต์ส่วนบุคคลรุ่นถัดไปให้กับบริษัท

ใครคือ OpenClaw ? ฉายาผู้ช่วยของ Iron Man ในโลกจริง

OpenClaw คือ AI Assistant แบบอัตโนมัติ (Autonomous Agent) ที่เปิดให้ใช้งานในรูปแบบโอเพนซอร์ส ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดไปติดตั้งและรันบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเองได้ จุดเด่นของ OpenClaw ที่แตกต่างจากแชตบอต ผู้ช่วย AI ทั่วไป คือ OpenClaw ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานในโลกจริงแทนผู้ใช้ ตั้งแต่การจัดการอีเมล จัดตารางนัดหมาย ติดต่อบริษัทประกันภัย เช็กอินเที่ยวบิน ท่องเว็บค้นคว้าข้อมูล รวมถึงงานซับซ้อนอื่น ๆ ได้อย่างหลากหลาย เช่น การเขียนโค้ดและเชื่อมต่อบริการภายนอก

ก่อนหน้านี้ OpenClaw เคยใช้ชื่อ Moltbot และ Clawdbot อยู่ช่วงสั้นๆ ก่อนจะได้รับความสนใจในวงกว้าง โดยเฉพาะหลังจาก Anthropic เข้ามาจับตาโครงการดังกล่าว แสดงความกังวลว่าอาจสับสนกับ Claude แชตบอตของบริษัท ก่อนจะเปลี่ยนชื่ออีกครั้งมาเป็น OpenClaw ในปัจจุบัน

นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน OpenClaw เติบโตอย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์ โดยได้รับดาวมากกว่า 100,000 รายการบนแพลตฟอร์มเก็บโค้ดอย่าง GitHub และดึงดูดผู้เข้าชมกว่า 2 ล้านคนภายในสัปดาห์เดียว ตามด้วยการเปิดตัว Moltbook โซเชียลเน็ตเวิร์กสไตล์เดียวกับ Reddit แต่เปิดพื้นที่ให้ AI บอตโต้ตอบกันเองโดยไม่มีมนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งได้กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในวงกว้างทันที

OpenClaw ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญและนักพัฒนา AI ในวงการ โดยเฉพาะความสามารถในการทำงานแทนมนุษย์ได้แบบอัตโนมัติจนได้รับฉายาว่าเป็นเอเจนต์ที่คล้ายคลึงกับ Jarvis ผู้ช่วย AI ของ Iron Man มากกว่าผู้ช่วย AI ในปัจจุบันอย่าง Siri หรือ Alexa เพราะมันไม่ใช่แค่ผู้ช่วยตอบคำถาม แต่เป็นระบบที่รันบนเครื่องผู้ใช้ (Local) เข้าถึงไฟล์ รันสคริปต์เชื่อม API ภายนอก และสามารถขยายความสามารถได้ด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตามความกังวลเกี่ยวกับ OpenClaw และ Moltbook ก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะประเด็นด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของบอตไวรัลตัวนี้ รวมถึงธรรมชาติที่ไร้การควบคุมของเครือข่ายโซเชียลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ล้วน ๆ

OpenAI เตรียมเปิดฉาก Multi-Agent หลังได้ OpenClaw

อัลท์แมน เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า สไตน์เบอร์เกอร์จะเข้ามารับบทบาทสำคัญในการพัฒนา “AI Agent รุ่นถัดไป” ให้กับบริษัท พร้อมระบุว่า อนาคตจะเป็นโลกของระบบ Multi-Agent อย่างเต็มรูปแบบ และเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเราที่จะสนับสนุนโอเพนซอร์ส ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์เดียวกับสไตน์เบอร์เกอร์ที่เชื่อว่าอนาคตของ AI จะไม่ใช่โมเดลอัจฉริยะตัวเดียวที่ทำได้ทุกอย่าง แต่เป็นระบบของ Multi-Agent ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และทำงานร่วมกันเหมือนสังคมมนุษย์

เขาชื่นชมสไตน์เบอร์เกอร์ว่าเป็นอัจฉริยะที่มีไอเดียมากมายเกี่ยวกับอนาคตของเอเจนต์อัจฉริยะที่สามารถทำงานร่วมกันเพื่อทำสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงต่อผู้คน และคาดว่าเทคโนโลยีลักษณะนี้จะกลายเป็นแกนหลักของผลิตภัณฑ์ OpenAI ในไม่ช้า

ก่อนหน้านี้ สไตน์เบอร์เกอร์ เป็นที่รู้จักจากการก่อตั้งบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีประมวลผลไฟล์ PDF อย่าง PSPDFKit และได้ตัดสินใจกลับมาจากการเกษียณเพื่อเปิดตัว OpenClaw ในช่วงปลายปี 2025 ดังนั้นการเข้าร่วม OpenAI ของเขาอาจนำมุมมองใหม่เข้าสู่การแข่งขันพัฒนา Artificial General Intelligence (AGI) โดยสไตน์เบอร์เกอร์ที่เคยแสดงจุดยืนไว้ว่า AGI ควรมีความฉลาดแบบเฉพาะทางมากกว่าความฉลาดแบบครอบจักรวาล

ทั้งนี้ OpenClaw จะยังคงดำเนินต่อไปในรูปแบบโอเพนซอร์สตามเดิมโดยมี OpenAI ให้การสนับสนุนต่อไป การดึงตัวสไตน์เบอร์เกอร์เข้าร่วมงาน จึงไม่ใช่แค่การรับวิศวกรเพิ่มหนึ่งคน แต่เป็นการดึง “วิสัยทัศน์” และแนวคิดด้านเอเจนต์โอเพนซอร์สเข้ามาอยู่ในองค์กร

ในช่วงที่บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกกำลังแข่งขันกันพัฒนา AI Agent ให้กลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวเต็มรูปแบบ การที่ OpenAI ได้ผู้สร้าง OpenClaw มาร่วมทีมถือเป็นหมากสำคัญในสมรภูมิ AI Talent War

OpenAI จะสามารถผสานพลังระหว่างโมเดลขนาดใหญ่ของตนเองกับแนวคิด Multi-Agent แบบโอเพนซอร์สของ OpenClaw จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์หลักได้เร็วแค่ไหน และหากทำได้สำเร็จ “ผู้ช่วย AI ส่วนตัว” ที่ออกมาอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลกหลังจากนี้


ที่มา CNBC  Forbes  

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -   


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ