
Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia เผยมุมมองต่อประเด็น SaaSpocalypse ว่าตลาดกำลังประเมินผลกระทบรุนแรงเกินไป หลังเกิดความกังวลในหมู่นักลงทุนว่าธุรกิจซอฟต์แวร์กำลังจะถูกล้มด้วย AI Agents จนทำให้เกิดแรงเทขายหุ้นธุรกิจซอฟต์แวร์อย่างหนัก
“ตลาดประเมินผลกระทบของ AI ต่ออุตสาหกรรมซอฟต์แวร์สูงเกินจริง AI Agents จะไม่เข้ามาแทนที่เครื่องมือซอฟต์แวร์ดั้งเดิม แต่จะเข้ามา ‘ใช้เครื่องมือเหล่านี้แทนเรา’ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน”
Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia กล่าวกับสำนักข่าว CNBC หลังมีประเด็น SaaSpocalypse หรือการเกิดความกังวลในหมู่นักลงทุนว่าธุรกิจซอฟต์แวร์กำลังจะถูกล้มด้วย AI Agents ที่จะเข้ามาแทนที่ จนทำให้เกิดแรงเทขายหุ้นธุรกิจซอฟต์แวร์อย่างหนัก และล่าสุด นักวิเคราะห์หลายรายก็ออกมาเห็นที่เป็นไปในทางเดียวกับเขา
ช่วงที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ร่วงแรงจนนักวิเคราะห์มองว่าตลาดนี้กำลังเข้าสู่ภาวะตลาดหมี เพราะนักลงทุนกังวลว่า AI จะทำให้ธุรกิจ Software as a Service (SaaS) หรือบริการซอฟต์แวร์ผ่านระบบคลาวด์แบบสมัครสมาชิก ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจหลักของซอฟต์แวร์องค์กรในปัจจุบันนั้นล้าสมัย ปรากฏการณ์นี้ถูกตั้งชื่อว่า “SaaSpocalypse” หรือหายนะของ SaaS
SaaSpocalypse เป็นคำใหม่ที่ผสมรวมระหว่างคำว่า SaaS เข้ากับ Apocalypse ที่แปลว่าความหายนะ หรือจุดจบของโลก ซึ่งเมื่อมารวมกันจึงมีความหมายที่ว่า หายนะของ SaaS นั่นเอง
โดยเฉพาะกระแสของ Anthropic ที่ได้เปิดตัว Claude Cowork ออกมาเมื่อไม่นานมานี้ เป็น AI Agents ที่สามารถทำงานหลายอย่างในองค์กรได้เอง ทำให้เกิดปรากฏการณ์ช็อคหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ ด้วยความกังวลที่ว่าเครื่องมือ AI Agents นี้จะมาล้มล้างธุรกิจซอฟต์แวร์ดั้งเดิมลง
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง: AI จะกลืน SaaS จริงหรือ? โลกกำลังตื่นตูมอะไรกับ Claude Cowork- Anthropic และ SaaSpocalypse
แต่ Jensen Huang ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่สวนทางกับการเกิดขึ้นของ SaaSpocalypse โดยเขาระบุว่า ตลาดประเมินผลกระทบของ AI ต่ออุตสาหกรรมซอฟต์แวร์สูงเกินจริง ตลาดกำลังเข้าใจผิด และเขาเรียกแรงเทขายครั้งนี้ว่าเป็นเรื่อง “สวนทางกับเหตุผล”
Huang อธิบายว่า AI Agents จะไม่เข้ามาแทนที่เครื่องมือซอฟต์แวร์ดั้งเดิมอย่างเว็บเบราว์เซอร์หรือ Microsoft Excel แต่จะเข้ามา “ใช้เครื่องมือเหล่านี้แทนเรา” เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ตามรายงานของ CNBC ชี้ว่าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หุ้นซอฟต์แวร์มีการเคลื่อนไหวผสมผสานทั้งบวกและลบ ในช่วงการซื้อขายก่อนเปิดตลาดวันพฤหัสบดี โดย Intuit บวกเล็กน้อย Microsoft ลบ 0.3% ด้าน Cisco และ CrowdStrike ลบประมาณ 0.5% ส่วน HP บวก 0.7% ฝั่ง CoreWeave บวก 0.3% และ IBM พุ่ง 0.7%
ด้าน Nvidia นั้นปรับขึ้นเกือบ 1% หลังรายงานผลประกอบการว่าดีกว่าคาด ขณะที่ยักษ์ใหญ่ซอฟต์แวร์เยอรมนีอย่าง SAP ปรับขึ้น 0.9% ในตลาดยุโรป
นอกจาก Jensen Huang แล้ว นักลงทุน และนักวิเคราะห์จำนวนมากกำลังชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า AI Agents ไม่ได้เข้ามาทำลายธุรกิจซอฟต์แวร์
Siddy Jobe ผู้จัดการพอร์ตอาวุโสของ Econopolis Wealth Management ให้ความเห็นว่า “ผมคิดว่าเขาพูดถูก” และมองว่า เครื่องมือซอฟต์แวร์ยังคงอยู่ และจะถูกพัฒนาให้ดีขึ้นด้วย AI และจะทำให้ถูกใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม
โดยเฉพาะบริษัทอย่าง Salesforce และ ServiceNow ที่ในอดีตลูกค้าบางรายอาจไม่ยอมจ่ายเงินเพิ่ม แต่เมื่อ AI ทำให้ระบบมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลูกค้าจะยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อความคุ้มค่า
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น Salesforce ปรับตัวลงหลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 และลดลง 4% ก่อนตลาดเปิดวันพฤหัสบดี ขณะที่ ServiceNow ที่ Jensen Huang เคยเรียกว่าเป็นผู้นำด้านซอฟต์แวร์บริการนั้นปรับตัวขึ้นราว 0.9%
ด้าน Neil Shah รองประธานฝ่ายวิจัยและผู้ร่วมก่อตั้ง Counterpoint Research ให้ความเห็นว่า ตลาดอาจเข้าใจผิดแค่บางส่วน ไม่ควรเทขายหุ้นซอฟต์แวร์แบบเหมารวม
เขาระบุว่า ที่ผ่านมา โมเดลธุรกิจของ SaaS เน้นคิดค่าบริการตามการบริการ (Service-based) แต่ในอนาคต บริษัทจะต้องเปลี่ยนเป็นคิดค่าบริการตามผลลัพธ์ (Outcome-based) เมื่อเริ่มนำ AI Agents มาใช้งานจริง
“การเปลี่ยนผ่านนี้ต้องเกิดขึ้นเร็วมาก ใครทำได้ก่อน จะกวาดส่วนแบ่งตลาดในยุคนี้ไปได้มากที่สุด โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีข้างหน้า” Neil Shah กล่าว
นักวิเคราะห์ของ HSBC ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า กลุ่มซอฟต์แวร์จะเป็นผู้ได้ประโยชน์หลักเมื่อ AI กลายเป็นกระแสหลัก โดยระบุว่า “ซอฟต์แวร์กำลังกิน AI อยู่แล้ว” แม้ที่ผ่านมา ฮาร์ดแวร์และเซมิคอนดักเตอร์จะทำกำไรจาก AI ได้มาก แต่มูลค่าส่วนใหญ่จะถูกสร้างในภาคซอฟต์แวร์
HSBC มองว่ากลุ่มซอฟต์แวร์ได้วางแผนและพัฒนา Agentic AI มาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา และจะเริ่มเห็นการใช้งานจริงอย่างชัดเจนในปี 2026 นี้
ที่มา: CNBC
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney