Oracle แบกดีมานด์ AI หลังแอ่น ระดมทุนสูงสุด 5 หมื่นล้านดอลลาร์ เร่งอัปเกรด ป้อนบริการ แลกภาระหนี้

Tech & Innovation

Tech Companies

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

Oracle แบกดีมานด์ AI หลังแอ่น ระดมทุนสูงสุด 5 หมื่นล้านดอลลาร์ เร่งอัปเกรด ป้อนบริการ แลกภาระหนี้

Date Time: 2 ก.พ. 2569 14:05 น.

Video

ลาขาดรัฐพันแอปฯ คุยเรื่องรัฐบาลดิจิทัล เห็นภาพ จับต้องได้ | Digital Frontiers EP.56 Special Talk

Summary

ออราเคิลวางแผนระดมทุน 45,000-50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐผ่านการออกหุ้นและตราสารหนี้ภายในปีนี้

  • การระดมทุนเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ OCI รองรับลูกค้า AI เช่น AMD, Meta, Nvidia, OpenAI
  • การลงทุน AI กดดันกระแสเงินสดอิสระของออราเคิล คาดว่าจะติดลบต่อเนื่องถึงปี 2030
  • OpenAI มีสัญญาเช่าเซิร์ฟเวอร์จากออราเคิลมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างความกังวลทางการเงิน
  • ออราเคิลเผชิญแรงกดดันจากผู้ถือหุ้นกู้ที่ฟ้องร้องเรื่องการเปิดเผยข้อมูลการระดมทุนไม่เพียงพอ

Latest


Oracle ประกาศออกตราสารหนี้และหุ้นเพิ่มเพื่อระดมทุน มูลค่าราว 45,000 - 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.4 - 1.5 ล้านล้านบาท ภายในปีนี้ ขยายขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ (Oracle Cloud Infrastructure: OCI) รองรับลูกค้าคลาวด์รายใหญ่อย่าง AMD, Meta, Nvidia, OpenAI, TikTok และ xAI สะท้อนบทบาท Oracle ในฐานะหนึ่งใน “กระดูกสันหลัง” ของระบบคลาวด์โลกที่กำลังเผชิญดีมานด์ล้นจากยุค AI

เร่งลงทุน AI แต่ระดับหนี้ของบริษัทยังเพิ่มสูงขึ้น

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลอย่างต่อเนื่องต่อความเสี่ยงฟองสบู่ AI ว่าการลงทุนมหาศาลของ Oracle จะให้ผลตอบแทนคุ้มค่าหรือไม่ เนื่องจากปีที่ผ่านมาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ AI ได้กดดันกระแสเงินสดอิสระของ Oracle ให้ติดลบ และคาดว่าจะอยู่ในระดับติดลบต่อเนื่องไปจนถึงปี 2030 ทำให้บริษัทมีภาระใช้จ่ายมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในอีกหลายปีข้างหน้าไปกับเซมิคอนดักเตอร์และสัญญาเช่า

แถลงการณ์ระบุว่า แผนระดมทุนของ Oracle จะมาจากการออกหุ้นและตราสารหนี้ที่เชื่อมโยงกับหุ้นจำนวนราวครึ่งหนึ่งของเป้าหมายทั้งหมด รวมถึงหุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพแบบบังคับ (mandatory convertible preferred securities) และโครงการขายหุ้นในตลาด (at-the-market program) วงเงินสูงสุด 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยอีกครึ่งหนึ่งของเงินทุนจะมาจากการออกหุ้นกู้แบบไม่มีหลักประกัน (senior unsecured bonds) เพียงครั้งเดียวในช่วงต้นปี 2026 โดยการระดมทุนครั้งนี้ Goldman Sachs Group จะเป็นผู้จัดการ ส่วน Citigroup จะเป็นผู้จัดการนำในการขายหุ้นผ่านโครงการ at-the-market และการออกหุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพแบบบังคับ

ด้านนักวิเคราะห์แสดงความเห็นว่า การออกหุ้นจะช่วยส่งสัญญาณให้ตลาดเห็นว่า Oracle จริงจังกับการรักษาอันดับความน่าเชื่อถือหนี้ในระดับ Investment Grade อย่างไรก็ตามตลาดตราสารหนี้อาจไม่เปิดรับหนี้ระดับ Investment Grade จาก Oracle ในปริมาณมากเช่นนี้ เนื่องจากภาระผูกพันเดิมของบริษัทและความเคลื่อนไหวของสัญญาประกันความเสี่ยงเครดิต (Credit Default Swaps: CDS) ขณะที่การออกหุ้นก็อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาหุ้นเพิ่มเติม

ทั้งนี้หนึ่งในหัวใจสำคัญของการลงทุนคลาวด์ของ Oracle คือ สัญญากับ OpenAI ซึ่งมีพันธะใช้จ่ายราว 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อเช่าเซิร์ฟเวอร์จาก Oracle ขณะที่ OpenAI ยังไม่มีกำไร ยิ่งเพิ่มความกังวลต่อแรงกดดันทางการเงินจากการลงทุนด้านทุนขนาดใหญ่ โดยยังไม่เห็นกรอบเวลาที่ชัดเจนของผลตอบแทน

มากไปกว่านั้นในต้นเดือนที่ผ่านมา Oracle ยังเผชิญแรงกดดันจากฝั่งนักลงทุน หลังถูกผู้ถือหุ้นกู้ยื่นฟ้องร้อง โดยระบุว่า บริษัทไม่ได้เปิดเผยต่อผู้ลงทุนอย่างเพียงพอถึงความจำเป็นในการออกตราสารหนี้เพิ่มเติมมูลค่ามหาศาล
โดยผู้ฟ้องร้องระบุว่า การขาดความโปร่งใสในประเด็นดังกล่าว ทำให้นักลงทุนประเมินความเสี่ยงด้านฐานะการเงินของ Oracle ต่ำกว่าความเป็นจริงและนำไปสู่ความเสียหายจากการถือครองหุ้นกู้ ในช่วงที่บริษัทเร่งลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์และระบบคลาวด์เพื่อรองรับดีมานด์ AI ที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

คดีดังกล่าวยิ่งตอกย้ำความตึงตัวของสถานะการเงิน Oracle ในช่วงที่บริษัทกำลังเปลี่ยนบทบาทจากผู้ให้บริการซอฟต์แวร์องค์กรแบบดั้งเดิมไปสู่การเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานหลักของเศรษฐกิจ AI โลก ซึ่งต้องแลกมาด้วยการลงทุนล่วงหน้าจำนวนมหาศาล ก่อนที่ผลตอบแทนจะเริ่มสะท้อนกลับมาอย่างชัดเจน

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ตอกย้ำสถานการณ์ตึงตัวของบริษัทเทคโนโลยีในปีนี้ที่ยังไม่สามารถพิสูจน์รายได้จริงจาก AI ในปัจจุบัน และ Oracle ในฐานะบริษัทคลาวด์แกนหลักที่ต้องแบกดีมานด์มหาศาลจากลูกค้าระดับโลก ในช่วงที่ความต้องการพลังประมวลผลและดาต้าเซ็นเตอร์พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจนบังคับให้ผู้ให้บริการคลาวด์ต้องทุ่มเงินลงทุนระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลยุคถัดไป

อ่านเพิ่มเติม



ที่มาข้อมูล Bloomberg , Reuters

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -   


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ