เบื้องหลัง Unitree IPO ระดมทุน 6 พันล้าน เตรียมเข้าเทรดตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ยอดจองซื้อล้น 8,000 เท่า

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เบื้องหลัง Unitree IPO ระดมทุน 6 พันล้าน เตรียมเข้าเทรดตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ยอดจองซื้อล้น 8,000 เท่า

Date Time: 14 ส.ค. 2569 12:15 น.

Video

แบกทั้งบ้านจนไม่เหลือเก็บ! แก้ยังไงดี? โอมศิริ x ราเมษฐ์ KKP | Money Issue EP.71

Summary

Unitree ผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รายใหญ่ของจีน เตรียมระดมทุนผ่าน IPO คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 6,100 ล้านหยวน (ราว 904 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) บนกระดาน STAR Market ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ หลังธุรกิจเติบโตดีต่อเนื่อง และกลายเป็นที่จับตาของนักลงทุนเล็กใหญ่ทั้งประเทศ ล่าสุด บริษัทเผย ยอดจองซื้อหุ้นพุ่งทะลุ 8,000 เท่าของจำนวนที่เสนอขาย

Latest


China's Yushu Technology Co. หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ Unitree Robotics กำลังเดินหน้าระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้น IPO มูลค่ารวมราว 6,100 ล้านหยวน หรือประมาณ 904 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะทำให้บริษัทกลายเป็นผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid) รายแรกของจีนแผ่นดินใหญ่ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นในประเทศ

Unitree มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองหางโจว ได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นบนกระดาน STAR Market ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ที่ 150.80 หยวนต่อหุ้น ตามเอกสารที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยจะเสนอขายหุ้นจำนวน 40.4 ล้านหุ้น พร้อมระบุว่าได้เปิดให้นักลงทุนรายย่อยเข้าจองซื้อไปแล้วเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา

ล่าสุด Unitree ได้ออกมาเปิดเผยว่า ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนักลงทุนรายย่อย จนยอดจองซื้อสูงเกินกว่า 8,000 เท่าของจำนวนหุ้นที่เสนอขาย 

การเข้าตลาดหุ้นของ Unitree เกิดขึ้นในจังหวะที่ Embodied Artificial Intelligence หรือหุ่นยนต์ AI กำลังกลายเป็นสมรภูมิสำคัญแห่งอนาคตในการแข่งขันด้าน AI ระดับโลก หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กลายเป็นหนึ่งในความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐบาลปักกิ่ง และ Unitree ก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดของประเทศในสนามนี้

Unitree ถูกยกขึ้นมาเปรียบเทียบว่าเป็นคู่แข่งโดยตรงของ Tesla และ Boston Dynamics ซึ่งจากตัวเลขจองซื้อหุ้นที่ Oversubscribed นั้นแสดงให้เห็นว่า นักลงทุนคลั่งไคล้ธุรกิจหุ่นยนต์ AI มากเพียงใด 

ตามเอกสารยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ของบริษัท ระบุว่า อัตราการได้สิทธิ์ซื้อหุ้นของนักลงทุนรายย่อยอยู่ที่ราว 0.018% เท่านั้น แม้บริษัทจะทำการดึงหุ้นบางส่วนกลับมาจากสัดส่วนที่จัดสรรให้นักลงทุนสถาบัน เพื่อมาเฉลี่ยให้นักลงทุนรายย่อยเพิ่มเติมแล้วก็ตาม นั่นเท่ากับว่า โอกาสที่นักลงทุนรายย่อยจะได้สิทธิ์ซื้อหุ้นใหม่ของ Unitree นั้นต่ำกว่าหุ้น IPO ส่วนใหญ่ในจีนที่เปิดขายมาตลอดปีนี้


“หุ่นยนต์แห่งชาติ” ที่นักลงทุนทั้งจีนเทใจให้

นอกจากนักลงทุนรายย่อยแล้ว นักลงทุนสถาบันรายใหญ่ ๆ ก็ให้ความสนใจร่วมลงทุนใน Unitree หนึ่งในนั้นคือ DeepSeek ผู้พัฒนาโมเดล AI ชั้นนำของจีน ที่ได้ลงทุนไป 140 ล้านหยวน เพื่อถือหุ้นสัดส่วน 2.31% ในบริษัท 

ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้ Unitree สามารถใช้จุดแข็งด้าน AI ของ DeepSeek มาพัฒนาโมเดล Embodied Intelligence สำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของบริษัทได้ หลังจากได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากมาต่อเนื่อง

นอกจากนี้ Unitree ยังได้รับแรงหนุนใหม่จาก Tencent ผ่านหน่วยงานลงทุนที่เข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 2.23% รวมมูลค่า 136 ล้านหยวน โดย Tencent จะร่วมมือกับ Unitree ในการพัฒนาโมเดลอัจฉริยะสำหรับหุ่นยนต์ และเร่งการนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไปใช้งานในหลากหลายสภาพแวดล้อมมากขึ้น

ตามเอกสารเสนอขายหุ้นที่เผยแพร่เมื่อเดือนก่อน ระบุว่า Unitree ได้ทำการส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไปแล้วกว่า 5,500 ตัวในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ขึ้นครองอันดับหนึ่งของโลกในแง่ของยอดจัดส่ง ขณะที่ยอดขายสะสมของหุ่นยนต์สี่ขา (Quadruped Robots) ก็ทะลุ 33,000 ตัวไปแล้วเช่นกัน

บริษัทยังได้รับการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีนและนักลงทุนที่มีภาครัฐหนุนหลังอีกหลายราย รวมถึงหน่วยงานในเครือ Tencent, Alibaba Group และ China Mobile

ด้านนักลงทุนรายย่อยในประเทศจีน ตามรายงานของ Reuters ระบุว่า พวกเขามอง Unitree ว่ามีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อประเทศจีนอย่างมาก และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของบริษัทมีศักยภาพมากพอที่จะขึ้นมาท้าชนกับ Optimus หุ่นยนต์ของ Elon Musk ได้ และยังคาดการณ์ว่าราคาหุ้นจะพุ่งขึ้นหลายเท่าตัวในวันเปิดซื้อขายวันแรก

ด้าน SWS Research ระบุในบทวิเคราะห์ว่า มูลค่า IPO ที่ค่อนข้างสูงของ Unitree อาจดึงความสนใจของตลาดให้หันมาโฟกัสที่มูลค่าเชิงพาณิชย์ของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์มากขึ้น และอาจนำไปสู่การปรับมูลค่าของหุ้นกลุ่มหุ่นยนต์ทั้งอุตสาหกรรมในอนาคต

ส่วน Wang Xingxing ผู้ก่อตั้ง Unitree หลัง IPO แล้ว เขาจะยังคงกุมอำนาจบริหารบริษัทไว้แน่น โดยคาดว่าเขาจะยังถือหุ้นรวมกันราว 31.29% ของบริษัทหลัง IPO


โมเดลธุรกิจสไตล์จีน

โมเดลธุรกิจของ Unitree วางอยู่บนแนวคิดสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนและประสิทธิภาพ ด้วยการออกแบบและผลิตชิ้นส่วนเองภายในบริษัท แทนที่จะประกอบชิ้นส่วนจากซัพพลายเออร์หลายเจ้า 

กลยุทธ์ดังกล่าวเรียกว่า การรวมห่วงโซ่การผลิตแบบครบวงจร (Vertical Integration) ตลอดทั้งไลน์ผลิตภัณฑ์ ซึ่งคล้ายกับแนวทางที่ BYD ผู้ผลิตรถยนต์ใช้ ทำให้บริษัทลดต้นทุนและเพิ่มยอดขายได้ แม้จะยังต้องผสานความสำเร็จด้านฮาร์ดแวร์เข้ากับการพัฒนาความฉลาดของหุ่นยนต์และซอฟต์แวร์ให้แข็งแกร่งขึ้นอีก

สำหรับด้านรายได้ Unitree เป็นบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยรายได้พุ่งขึ้นแตะ 1,700 ล้านหยวนในปี 2025 จาก 393 ล้านหยวนในปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 278 ล้านหยวนในปีที่ผ่านมา และมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) สูงกว่า 60%

Unitree ระบุว่าจะนำเงินราว 4,200 ล้านหยวนจากเงินที่ระดมได้ในครั้งนี้ ไปใช้พัฒนาโมเดล Embodied AI งานวิจัยหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โครงการผลิตภัณฑ์ใหม่ และขยายกำลังการผลิตต่อไป

Morgan Stanley มองว่า บริษัทหุ่นยนต์จีนยังอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการช่วงชิงดีมานด์ทั่วโลก แม้จะต้องเผชิญความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นก็ตาม โดยในรายงานเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ระบุว่า มาตรการล่าสุดของสหรัฐฯ ที่จำกัดการนำเข้าอุปกรณ์หุ่นยนต์ขั้นสูงที่ผลิตในต่างประเทศบางประเภท อาจจะส่งผลกระทบระยะสั้นต่อบริษัทจีนไม่มากนัก แต่ในระยะยาวอาจทำให้ทั้งอุตสาหกรรมมีความไม่แน่นอนมากขึ้น

นอกจากนี้ Unitree ยังต้องเผชิญการแข่งขันที่ดุเดือดในประเทศต่อไป เพราะทิศทางของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในจีนกำลังเปลี่ยนจุดโฟกัส จากการโชว์ความสามารถด้านการควบคุมการเคลื่อนไหวที่เหนือกว่าคู่แข่ง ไปสู่การพัฒนาโมเดล AI ที่จะทำให้หุ่นยนต์สามารถทดแทนแรงงานมนุษย์ได้จริง

ด้าน Unitree เองก็ยอมรับว่ามีความเสี่ยงที่จะเสียความได้เปรียบให้กับคู่แข่งในการพัฒนาสมองของหุ่นยนต์ เพราะตอนนี้ทิศทางของอุตสาหกรรมกำลังขยับจากการลงทุนใน “ร่างกาย” หุ่นยนต์ไปสู่ “สมอง” ที่คิดได้ ทำงานได้ครอบคลุมมากขึ้นเรื่อย ๆ


ที่มา: Bloomberg, Reuters

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ