
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยเริ่มต้นเดือนใหม่ด้วยการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อพัฒนาประเทศไทย (National AI Committee) ครั้งที่ 1/2568 โดยมีนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นั่งเป็นประธานของคณะประชุม
ในการหารือครั้งนั้นได้มีมติเห็นชอบกรอบการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ เป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ เตรียมผลักดันประเทศไทยให้ขึ้นแท่นเป็นผู้เล่นหลักในตลาด AI และเป็นประเทศที่มีอีโคซิสเต็มด้าน AI ที่ดีที่สุดในอาเซียน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: ไทยจะเป็นฮับ AI แห่งอาเซียน บอร์ด AI แห่งชาติ ถกนัดแรก อัดงบปั้นคน ดันลงทุน พลิกโฉมอุตสาหกรรมหลัก
พร้อมกันนี้ ทางรัฐบาลจะทำการสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์แห่งความเป็นเลิศเพื่อบูรณาการการทำงานด้าน AI ในแต่ละสาขาร่วมกับภาคเอกชนอย่างเป็นระบบต่อไป
อย่างไรก็ตาม จากประเด็นของการตั้งบอร์ด AI แห่งชาติและมติกรอบการพัฒนาที่ออกมา ก็ยังมีการแสดงความคิดออกไปในหลากหลายรูปแบบ โดยทาง ดร.ต้นสน สันติธาร เสถียรไทย นักเศรษฐศาสตร์ นักเขียน และผู้บริหาร ได้ออกมาเสนอแนวคิดถึงบอร์ด AI แห่งชาติผ่าน Facebook ส่วนตัวไว้ 5 ประเด็น พร้อมกับให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกับทาง Thairath Money ไว้ดังนี้
สุดท้ายแล้ว โจทย์ที่สำคัญที่สุดคือ ควรมองให้เห็นหรือวาดภาพให้ชัดว่า “ปลายทางนั้นบอร์ด AI แห่งชาติต้องการจะเห็นอะไร” แต่เกรงว่าภาพนี้จะมองไม่เห็น มองไม่ถึงเป้า หรือมองเห็นภาพเกินจริงเกินไป หากไม่มีคนในวงการหรือคนที่มีประสบการณ์ไปร่วมทำ
ถ้าเรามีโครงการปั้นสตาร์ทอัพหรือยูนิคอร์นโดยมีการกำหนดภาพให้ชัดเจน อย่างเช่น AI for Food, AI for Healthcare ที่จะสามารถพัฒนาไประดับภูมิภาคได้ จุดนี้ให้บอร์ดปักหมุด ตั้งเป้าหมายให้เป็นเช่นเดียวกับที่ประเทศอื่น ๆ มีแผนทำกัน
ขณะเดียวกัน การมียูสเคสตัวอย่างออกมาให้เห็น หรือมีการเจาะจงว่าต้องการสร้างยูสเคส อย่างเช่น การนำ AI มาช่วยแก้ปัญหารถติด ใช้ AI ช่วยขออนุมัติจากภาครัฐ เป็นต้น จะช่วยให้แผนยุทธศาสตร์ 2 ปีเห็นภาพขึ้นชัดว่า เป้าหมายที่เราต้องการคืออะไร และจะมองออกว่าต้องมีแผนอย่างไรต่อ
ซึ่งผลที่ออกมาจะแตกต่างจากการตั้งเป้าหมายเป็นตัวเลข โดยดร.สันติธาร มองว่า “เบื้องต้นหากมีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการอะไร หน้าตายุทธศาสตร์แบบไหนถึงจะสำเร็จและแบบไหนถึงจะไม่สำเร็จ เพื่อที่สเต็ปต่อไปเราจะรู้ได้ว่า เราจะต้องใช้วิศวกร-นักพัฒนาจำนวนเท่าไหร่ จะต้องมี Data Center เป็นเรื่องตามมา”
“ตามภาษาทางเศรษฐศาสตร์แล้ว สิ่งนี้เรียกว่า Supply Base หรือการตั้งเป้าตามตัวเลข แต่สุดท้ายแล้วควรมองที่ Output ที่เราอยากได้มากกว่า เพราะบางครั้งทุกอย่างไม่ใช่เรื่อง Technical ที่ว่ามีวิศวกรกี่คนแล้วทำได้ แต่มันต้องมีระบบ มีอีโคซิสเต็ม และมีโฟกัสก่อน”
และจากโพสต์บน Facebook ก็ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า ยุคของ AI คงจะมาแน่ แต่อยากเห็นมากกว่าแค่ “การใช้ AI in Thailand” เป็น “AI for Thailand” คือการพัฒนาและใช้ AI อย่างปลอดภัย สร้างสรรค์ และทั่วถึง และเชื่อว่า “ปัญญาประดิษฐ์” จะสร้าง “ปัญญา” ได้เมื่อได้ “ปัญญามนุษย์” จากหลากหลายวงการมาช่วยกันคิดและทำ
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney