สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากการดูแลพ่อแม่ ที่คนทำงานออฟฟิศมักลืมใช้ เจาะลึก 5เงื่อนไขสำคัญ แบบไหนเข้าเกณฑ์

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากการดูแลพ่อแม่ ที่คนทำงานออฟฟิศมักลืมใช้ เจาะลึก 5เงื่อนไขสำคัญ แบบไหนเข้าเกณฑ์

Date Time: 18 พ.ค. 2569 15:26 น.

Video

จากจุดสูงสุดสู่ 0 บาท! "กวาง AB Normal" เผยบทเรียนเงินหมดตัวมาแล้ว 3 ครั้ง! | Money Secret EP.20

Summary

ส่องกรณีศึกษาเมื่อสรรพากรปรับ 18% ต่อปี จากความหวังดีที่กดลดหย่อนชื่อพ่อแม่ซ้อนกันในบ้าน เผยวิธีเช็กเกณฑ์รายได้บำนาญ-เงินคนชรา และช่องทางแชร์ค่าเบี้ยประกันสุขภาพที่หลายคนไม่รู้

Latest


ให้เงินพ่อแม่ใช้ทุกเดือน 

โอนเงินค่ายา ค่าอาหาร หรือค่าน้ำ-ค่าไฟให้ท่านอยู่ทุกเดือน แต่อาจจะด้วยความวุ่นวายของงานหรือเงื่อนไขทางกฎหมายที่ดูเข้าใจยาก ทำให้คนจำนวนมากปล่อยผ่านสิทธิ์ "ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา" หรือที่เรียกกันเล่นๆ ว่าภาษีลูกกตัญญูไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่สิทธิ์นี้สามารถช่วยเราประหยัดเงินในกระเป๋าได้สูงสุดถึง 120,000 บาทต่อปี

อย่างไรก็ตาม ก่อนกดรับสิทธิ์นี้ในระบบยื่นภาษี มีหลายจุดที่ต้องเช็กให้ชัวร์ เพราะความหวังดีในการช่วยกันดูแลพ่อแม่ของพี่น้องในบ้าน ก็อาจกลายเป็นชนวนเหตุให้โดนสรรพากรเรียกปรับเงินย้อนหลังได้โดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน 

พ่อแม่แบบไหนที่คุณเอาชื่อมาลดหย่อนได้บ้าง?

ปัจจุบันกฎหมายให้สิทธิ์ลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนละ 30,000 บาท (พ่อ 30,000 / แม่ 30,000) และถ้าคู่สมรสไม่มีรายได้ เราสามารถเอาชื่อพ่อแม่ของภรรยา หรือ สามี มาลดหย่อนเพิ่มได้อีกคนละ 30,000 บาท รวมสูงสุดคือ 4 คน 120,000 บาท โดยมีเงื่อนไขดังนี้ 

  • อายุ 60 ปีขึ้นไป ในปีภาษีนั้นๆ
  • ต้องเป็นพ่อแม่แท้ๆ ตามกฎหมาย (ใครเป็น "บุตรบุญธรรม" ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้)
  • พ่อแม่ต้องอยู่ในไทย (แต่ไม่จำเป็นต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านเดียวกับเรา)

เงื่อนไข รายได้พ่อแม่ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ไม่ได้ทำงาน” ไม่ได้แปลว่าไม่มีรายได้ในสายตาสรรพากร รายได้ตรงนี้เขานับรวมทุกทาง ถ้าพ่อแม่มีเงินเหล่านี้รวมกันเกิน 30,000 บาทต่อปี เราจะหมดสิทธิ์ทันที 

  • เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ (เงินคนชราที่ได้รายเดือนจากรัฐ นับเป็นรายได้ด้วย)
  • เงินบำนาญข้าราชการ หรือเงินบำนาญชราภาพจากประกันสังคม
  • ดอกเบี้ยเงินฝาก หรือเงินปันผลจากการลงทุน
  • รายได้พิเศษชั่วคราว  เช่น ปีนั้นพ่อแม่มีการขายที่ดินมรดก หรือมีคนโอนทรัพย์สินมูลค่าสูงให้ จนรายได้เกินเกณฑ์ ปีนั้นเราจะยื่นลดหย่อนไม่ได้ แต่ถ้าปีถัดไปไม่มีรายได้ก้อนนี้แล้ว สิทธิ์ของเราก็จะกลับมาใช้ได้ตามปกติ

เคสพี่น้องแย่งสิทธิ์ กฎเหล็กที่ต้องเคลียร์ก่อนยื่น

ตามกฎหมายระบุชัดเจนว่า "พ่อแม่ 1 คน ให้ลูกใช้ลดหย่อนได้เพียงคนเดียวเท่านั้น" กรณี มีลูก 3 คน คนโตยื่นลดหย่อนพ่อ คนรองยื่นลดหย่อนแม่ แบบนี้ทำได้

เคสที่กรมสรรพากรเจอบ่อยๆ คือ ลูกทุกคนยื่นลดหย่อนชื่อพ่อพร้อมกันหมดเพราะคิดว่าช่วยกันเลี้ยง แบบนี้ระบบจะตีกลับทันที สรรพากรจะยึดหลัก "ใครยื่นแบบและส่งเอกสาร ล.ย.03 ก่อน ได้สิทธิ์ก่อน" ส่วนคนที่ยื่นทีหลังจะโดนตัดสิทธิ์ และถ้าโดนตรวจเจอย้อนหลัง ต้องจ่ายภาษีคืนพร้อมเบี้ยปรับ 1.5 %ต่อเดือน (18% ต่อปี) นี่เป็นที่มา ที่คนในบ้านต้องคุยกันก่อน แล้วให้คนที่ฐานภาษีสูงที่สุดเป็นคนยื่น จะประหยัดเงินได้เยอะที่สุด

ทริกลดหย่อนเพิ่ม “ค่าเบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่” 

นอกจากค่าเลี้ยงดู 30,000 บาทแล้ว ถ้าเราทำประกันสุขภาพให้พ่อแม่ สามารถนำค่าเบี้ยมาลดหย่อนได้ตามจริงสูงสุดอีก 15,000 บาท ซึ่งมีเงื่อนไขดีๆ ที่ต่างออกไปคือ 

  • พ่อแม่อายุไม่ถึง 60 ปีก็ใช้ได้: ขอแค่พ่อแม่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ลูกคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงานแล้วซื้อประกันสุขภาพให้พ่อแม่ สามารถใช้สิทธิ์นี้ได้ทันที ไม่ต้องรอพ่อแม่อายุครบ 60 ปี 
  • แชร์สิทธิ์กันได้: ค่าเบี้ยประกันสุขภาพนี้ไม่เหมือนค่าเลี้ยงดู ถ้าพี่น้องในบ้านช่วยกันออกเงินจ่ายค่าเบี้ยประกัน สามารถนำยอดมาหารเฉลี่ยเพื่อแบ่งสิทธิ์ลดหย่อนภาษีกันได้ตามสัดส่วนที่จ่ายจริง

สุดท้ายก่อนกดจำลองยื่นภาษี อย่าลืมให้พ่อแม่เซ็นเอกสาร "แบบ ล.ย.03" (หนังสือรับรองการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา) เตรียมพร้อมไว้เป็นหลักฐานเสมอ.

ที่มา : กรมสรรพากร , บมจ.ธรรมนิติ.,ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney






Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ