จะโสดหรือมีคู่ อยู่ที่ "ความพอใจ" หรือ "รายได้"? ถอดรหัสเศรษฐศาสตร์ความรักยุค 2026

Personal Finance

Financial Planning

Tag

จะโสดหรือมีคู่ อยู่ที่ "ความพอใจ" หรือ "รายได้"? ถอดรหัสเศรษฐศาสตร์ความรักยุค 2026

Date Time: 18 พ.ค. 2569 10:36 น.

Video

ซื้อรถ EV ตอนนี้ = ขาดทุน? เทียบชัดๆ 'เช่า vs ซื้อ' แบบไหนคุ้มกว่ากัน | Money Issue EP.55

Summary

เพราะเงินซื้อความสุขได้แค่ในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้ชีวิตคู่รอดคือ "Mindset การเงินที่เสมอกัน" เช็ก 4 Money Personas ของคุณกับคนรัก ก่อนจะกลายเป็นปัญหาหนี้สินที่ทลายความสัมพันธ์

Latest


เคยสงสัยไหมทำไมมหาเศรษฐีระดับโลก ที่เงินไม่ใช่ปัญหาถึงเดินมาสุดทางที่การหย่าร้าง ในขณะที่คู่รักชนชั้นกลางทั่วไป ก็มีให้เห็นบ่อยๆ ที่มักปิดฉากความสัมพันธ์ด้วยประโยคคลาสสิกว่า "ทัศนคติไม่ตรงกัน" แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว ต่างมาจาก “เรื่องเงิน” แทบทั้งสิ้น 

งานวิจัยจาก Princeton โดย Kahneman & Deaton อธิบายปรากฏการณ์นี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า "เงินซื้อความสุขและลดความทุกข์ได้จริง แต่มีเพดานจำกัด" สื่อสารว่า เงินเปรียบเสมือนเบาะรองรับแรงกระแทก (Financial Buffer) ที่ช่วยตัดความเครียดรายวันออกไป เช่น ค่าเทอมลูก ค่าหมอ หรือค่าผ่อนรถ แต่เมื่อใดที่รายได้พ้นจุดที่ตอบสนองความจำเป็นพื้นฐานไปแล้ว เงินจะไม่ใช่ตัวขับเคลื่อนความสุขอีกต่อไป และมันคือเรื่องของ "Mindset การเงินที่ต้องเสมอกัน" 

ดัชนีความโสด vs รายได้และสินทรัพย์ 

สถิติจากกรมการปกครองปี 2568 เผยตัวเลขที่น่าศึกษา ว่ามีคนจดทะเบียนสมรสเพียง 275,659 คู่ ลดลงจากยุคก่อนโควิดที่เฉลี่ยสูงถึง 307,000 คู่ต่อปี ตอกย้ำ สังคมไทยกำลังเข้าสู่ "เศรษฐกิจคนโสด" (The Single Economy) อย่างเต็มรูปแบบ  ขณะที่จากการสำรวจของวิจัยกรุงศรีในกลุ่มคนเมืองพบว่า มีคนโสดสูงถึง 41% โดยให้เหตุผลหลักว่า "ยังไม่เจอคนที่ใช่" (41%) และ "รักอิสระ" (28%)

แต่ในความจริงอันเจ็บปวด ใครบอกว่าโปรไฟล์ไม่สำคัญ? ผลสำรวจเชิงเศรษฐมิติระบุชัดเจนว่า "รายได้ยิ่งสูง โอกาสโสดยิ่งลดลง" 

  • เงินเดือน: คนที่รายได้ 50,000 บาทขึ้นไป มีโอกาสมีคู่มากกว่าคนที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท ถึง 1.5 - 1.7 เท่า
  • ที่อยู่อาศัย: เป็นเจ้าของที่พักเอง โอกาสมีคู่พุ่ง 1.3 เท่า และถ้าอยู่ "บ้านเดี่ยว/ทาวน์เฮ้าส์" โอกาสสละโสดสูงกว่าคนอยู่คอนโดหรือห้องเช่าถึง 1.8 เท่า
  • เพศสภาพ: ผู้ชายรายได้ปานกลาง-สูง มีโอกาสมีคู่มากกว่าผู้หญิงถึง 1.3 เท่า

ปรากฏการณ์นี้ อาจอธิบายได้ด้วย ทฤษฎี Hypergamy ตามสัญชาตญาณมนุษย์มักมองหาคู่ครองที่มีสถานะทางการเงินเท่ากันหรือสูงกว่าเพื่อความมั่นคง และข้อมูลจาก Pew Research ยังระบุอย่างสอดคล้องว่า คนรุ่นใหม่ยุคนี้เลือก "ความมั่นคงทางการเงิน" เป็นคุณสมบัติอันดับหนึ่งในการเลือกคู่ เบียดแซงความต้องการมีลูกไปเรียบร้อยแล้ว

แต่ใช่ว่าคนโสดจะเป็นผู้แพ้เสมอไป ผลสำรวจย้ำชัดว่าคนโสดยืนยันเองถึง 2.2 เท่า ว่า "ชีวิตโสดไม่มีข้อเสียเลย" โดยมีอิสรภาพในการกิน เที่ยว ช้อปปิ้งตามใจตัวเองสูงถึง 58% และจัดการเวลาได้ยืดหยุ่นกว่าคนมีคู่เห็นๆ

สำรวจ 4 Money Personas เมื่อไลฟ์สไตล์การเงินสวนทาง

ก่อนจะจับมือใครสร้างอนาคต ลองมาเช็ก 4 นิสัยการเงิน (Money Personas) จาก ttb ดูว่าคุณและแฟนคือสายไหน?

  • Saver (สายเซฟ): รักความมั่นคง เห็นตัวเลขในบัญชีออมทรัพย์เพิ่มขึ้นแล้วอุ่นใจ ชอบเปรียบเทียบราคาและตั้งงบชัดเจน
  • Planner (สายแผน): จดทุกบาท อนาคตต้องเป๊ะ แบ่งสัดส่วนเงินออม-ลงทุน-ใช้จ่ายชัดเจน มีเป้าหมายชีวิตระยะยาว
  • Spender (สายเปย์): ใช้ก่อนคิดทีหลัง จ่ายด้วยอารมณ์ โปรโมชันและของมันต้องมีคือความสุขในการเยียวยาจิตใจ
  • Avoider (สายหนี): ไม่ชอบยุ่งกับตัวเลข กลัวการเช็กยอดเงินในบัญชี เลี่ยงการพูดเรื่องเงินกับคนรัก ไม่มีงบการเงินส่วนตัว

แมตช์คู่ "รอด หรือ ร่วง" 

  • Saver ปะทะ Spender: คู่นี้คือชนวนระเบิดเวลา ฝ่ายหนึ่งมองว่าอีกฝ่ายตระหนี่ ส่วนอีกฝ่ายก็มองว่าแฟนล้างผลาญ หากไม่ปรับความเข้าใจจะนำไปสู่พฤติกรรม "Financial Infidelity" หรือการปกปิดหนี้สิน/แอบซื้อของ ซึ่งเป็นสาเหตุท็อป 3 ของการหย่าร้างทั่วโลก
  • Planner จับคู่ Avoider: ฝ่ายแรกจะเหนื่อยกับการแบกรับภาระวางแผนชีวิตอยู่คนเดียว ในขณะที่อีกฝ่ายจะรู้สึกอึดอัดเหมือนมีผู้ปกครองคอยคุมพฤติกรรมตลอดเวลา

สูตรลับ "ศีลการเงินเสมอกัน" ฉบับกูรู

ทั้งนี้ ถ้าไม่อยากให้รักแท้พังเพราะแดชบอร์ดติดตัวแดง ข้อมูลจาก finnomena โดย wealthGuru แนะนำว่าคู่รักต้องกล้าเปิดอกคุยเรื่องเงินด้วยเทคนิคเหล่านี้

  1. Set Money Date: กำหนดวันคุยเรื่องเงินร่วมกันอย่างเป็นทางการ เดือนละครั้งก็ยังดี
  2. Money History Memory: เล่าภูมิหลังวัยเด็ก วิธีการใช้เงินของพ่อแม่ตัวเองให้อีกฝ่ายฟัง เพื่อเข้าใจตอไม้ของพฤติกรรมในปัจจุบัน
  3. Share Financial Pain: กล้าเปิดเผยความผิดพลาดทางการเงินในอดีตหรือหนี้สินที่มีอย่างตรงไปตรงมา
  4. Align Financial Goals: วางเป้าหมายระยะสั้น กลาง ยาว ร่วมกัน พร้อมทำงบประมาณค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่ชัดเจน

หากการครองคู่ตามหลักศาสนาอาจบอกว่าต้องมี "ศีลเสมอกัน" แต่ในโลกยุค 2026 คุณจำเป็นต้องมี "Mindset การเงินเสมอกัน" ด้วย

จะโสดหรือมีคู่ อยู่ที่ "ความพอใจ" หรือ "รายได้"

ส่วนข้อคำถามสำคัญที่ว่า จะโสดหรือมีคู่ อยู่ที่ "ความพอใจ" หรือ "รายได้" คงต้องบอกว่า ในยุคปัจจุบัน คำตอบอาจไม่ใช่แค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่เป็น "ความพอใจที่ถูกจำกัดหรือขับเคลื่อนด้วยรายได้" (Financial Autonomy) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 แง่มุมเศรษฐศาสตร์ที่น่าคิด 

  • The Single Premium (ต้นทุนคนโสด): การอยู่คนเดียวในยุคนี้มีราคาจ่ายที่แพงกว่า (ค่าส่วนกลางคอนโด ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าเน็ตที่หารกับใครไม่ได้) คนที่มีรายได้สูงจึงมี "สิทธิ์เลือก" ที่จะโสดได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใคร
  • ทฤษฎีของ Gary Becker (นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล): มนุษย์จะแต่งงานเมื่อ "ผลประโยชน์รวม" จากการแต่งงานสูงกว่าการอยู่เป็นโสด แต่เมื่อผู้หญิงยุคนี้มีรายได้สูงขึ้น พึ่งพาตัวเองได้ ช่องว่างผลประโยชน์ตรงนี้จึงลดลง พวกเธอจึงเลือกที่จะโสดหากไม่เจอคู่ที่ "ศีลการเงิน" เสมอกันจริงๆ
  • ความจนบังคับให้โสด (Involuntary Celibacy): ในมุมกลับกัน สำหรับคนอีกกลุ่ม การโสดไม่ได้เกิดจากความพอใจ แต่เกิดจากรายได้ไม่เอื้ออำนวย ไม่มีเงินพอที่จะออกไปเดต แต่งตัว หรือสร้างความมั่นคงเพื่อดึงดูดใครเข้ามาในชีวิต

ถ้าตอนนี้คุณยังโสด... บางทีคุณอาจจะยังไม่เจอคนที่ใช่ หรือจริงๆ แล้วเราแค่ยังผ่อนบ้านไม่หมด?

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney




Author

อุมาภรณ์ พิทักษ์

อุมาภรณ์ พิทักษ์
เศรษฐกิจ การเงิน ลงทุน และ อสังหาริมทรัพย์