สรุปเทคนิคจัดการหนี้ “บัตรเครดิต-สินเชื่อ"  วางแผนให้ดีก่อนสงกรานต์ปี 2569

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

สรุปเทคนิคจัดการหนี้ “บัตรเครดิต-สินเชื่อ" วางแผนให้ดีก่อนสงกรานต์ปี 2569

Date Time: 6 เม.ย. 2569 09:00 น.

Video

Claude AI ปลอดภัยสุดในโลก ? อ่านเกม Anthropic จริยธรรม หรือกลยุทธ์ธุรกิจ | Digital Frontiers EP.60

Summary

คนไทยเน้นความคุ้มค่ามากขึ้น ลดการใช้จ่ายสินค้าแบรนด์หรูและร้านอาหารหรู

  • ยอดใช้จ่ายร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเพิ่มขึ้น 9% และโรงพยาบาลรัฐบาลเพิ่มขึ้น 7%
  • เทรนด์การผ่อนชำระเติบโตขึ้น ผู้บริโภคเปลี่ยนจากจ่ายเต็มเป็นแบ่งจ่าย
  • แนะนำวางแผนงบประมาณสงกรานต์, กันเงินสดรอจ่าย, หลีกเลี่ยงดอกเบี้ย, และเลือกผ่อน 0%
  • ควรศึกษาเงื่อนไขการใช้บัตรเครดิตและสินเชื่อต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมการชำระหนี้

Latest


ก่อนจะไปถึงเทศกาลใหญ่ประจำปีอย่างสงกรานต์ กระเป๋าสตางค์ของหลายคนอาจ "แฟ่บ" กว่าที่คิด เพราะเจอพิษจากราคาน้ำมันพุ่ง ข้าวของแพง ไหนจะเศรษฐกิจที่ภาพรวมดูแย่ลงทำให้คนรัดเข็มขัดมากขึ้น เรื่องเหล่านี้ทำให้พฤติกรรมของคนไทยเปลี่ยนไป


Insight คนไทยปี 2569 ประหยัดขึ้นแต่ไม่หยุดใช้!

ล่าสุดมีข้อมูลเชิงลึกจากกรุงศรี คอนซูมเมอร์ พบว่า คนไทยหันมาเน้นความคุ้มค่ามากขึ้น ลดการใช้จ่ายในหมวดสินค้าฟุ่มเฟือย สะท้อนได้จากปี 2568 ที่ผ่านมา ยอดใช้จ่ายสินค้าแบรนด์หรู (Luxury Fashion) และหมวดร้านอาหาร Fine Dining ลดลง ซึ่งยอดใช้จ่ายไปโผล่ที่ร้านอาหาร Fast Food ซึ่งเติบโต 9%

ไม่ใช่แค่นั้นในหมวดสุขภาพ ยอดใช้จ่ายในโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ยังลดลง แต่โรงพยาบาลรัฐบาลยอดใช้จ่ายเติบโตขึ้น 7% ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนความระมัดระวังในการใช้จ่าย และลูกค้าความต้องการทางเลือกชำระเงินที่คุ้มค่ายิ่งขึ้น นอกจากนี้ "เทรนด์การผ่อนชำระ" เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคไม่ได้หยุดซื้อ แต่เปลี่ยนจาก "จ่ายเต็ม" มาเป็น "แบ่งจ่าย" เพื่อบริหารสภาพคล่องมากขึ้น 

รับมือเทศกาลเปย์ฉ่ำ "ใช้บัตรยังไงให้คุ้ม"

การใช้บัตรเครดิตในช่วงสงกรานต์ให้คุ้มค่าที่สุด ไม่ใช่แค่การรูดแลกพอยต์ แต่คือการ "คุมเกม" ไม่ให้หนี้พอกพูนหลังจบเทศกาล นี่คือ 4 เทคนิคจัดการหนี้ที่ใช้งานได้จริง:

1. วางแผน "งบประมาณสงกรานต์" และตั้งค่าวงเงินจำกัด

ก่อนเริ่มทริป ให้กำหนด "เพดานการใช้จ่าย" ว่าสงกรานต์นี้จะจ่ายไม่เกินเท่าไร เช่น ไม่เกิน 15,000 บาท อาจแบ่งเงินใส่บัญชีออมทรัพย์แยกไว้ให้รู้ว่าใช้เงินได้เท่านี้

สำหรับบัตรเครดิต เราสามารถเข้าไปในแอปพลิเคชัน ตั้งค่าวงเงินชั่วคราว (Daily Limit) ให้ต่ำลง วิธีนี้อาจจะช่วยป้องกันการ "รูดเพลิน" หรือการตัดสินใจซื้อของชิ้นใหญ่โดยไม่ยั้งคิดในช่วงบรรยากาศพาไป

2. ใช้เทคนิค "กันเงินสดรอจ่าย" 

ทุกครั้งที่รูดบัตรเครดิต ให้กดโอนเงินสดจำนวนเท่ากับที่รูดไป เข้าไปเก็บไว้ในบัญชีออมทรัพย์แยกต่างหาก (เช่น บัญชีเงินฝากดิจิทัลที่ให้ดอกเบี้ยสูง) วิธีนี้จะทำให้เราเห็นยอดเงินคงเหลือที่แท้จริงในมือ และเมื่อถึงกำหนดชำระบิล เราจะมีเงินก้อนนี้พร้อมจ่ายเต็มจำนวนทันทีโดยไม่ต้องไปหยิบยืมจากที่อื่น

3. ระวังกับดัก "ดอกเบี้ย" และการจ่ายขั้นต่ำ

เงินฟรีไม่มีในโลก… ยิ่งสำหรับบัตรเครดิตแล้ว  ถ้าจ่ายช้ากว่ากำหนด หรือจ่ายขั้นต่ำเจออัตราดอกเบี้ย 16% ต่อปี หากมียอดค้างชำระ 30,000 บาท แล้วจ่ายเพียงขั้นต่ำ ดอกเบี้ยจะถูกคำนวณตั้งแต่วันแรกที่เรารูดซื้อสินค้า ไม่ใช่เริ่มคำนวณหลังวันครบกำหนดชำระ

นอกจากนี้ ถ้าจ่ายช้า ยังต้องเจอค่าธรรมเนียมทวงถามหนี้: หากจ่ายช้ากว่ากำหนดเพียง 1 วัน เราอาจต้องเสียค่าธรรมเนียมทวงถามหนี้ (ประมาณ 50-100 บาทต่อรอบบิล) รวมถึง VAT 7% เพิ่มไปอีก

4. เลือก "ผ่อน 0%" อย่างมีกลยุทธ์

หากต้องซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ เช่น ยางรถยนต์ใหม่ก่อนเดินทาง หรือของขวัญให้ผู้ใหญ่ ให้เลือกใช้โปรแกรม ผ่อน 0% แทนการจ่ายเต็ม เพื่อกระจายภาระค่าใช้จ่ายออกไป 3-10 เดือน แต่มีข้อแม้ว่า "ยอดผ่อนรวมทุกบัตรต่อเดือน ต้องไม่เกิน 10-20% ของรายได้สุทธิ" เพื่อไม่ให้กระทบกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ ถึงจะรูดบัตรเหมือนกัน แต่สินเชื่อแต่ละประเภทมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่างกัน เช่น บัตรเครดิตจะมีเพดานดอกเบี้ยที่ 16% ต่อปี, ถ้าใช้บัตรกดเงินสดรูดผ่อนซื้อของ อาจเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลที่ดอกเบี้ยสูงกว่า 20% ต่อปี เป็นต้น 

สุดท้าย ไม่ว่าจะใช้สินเชื่อรูปแบบไหน เราควรอ่านรายละเอียด เงื่อนไขในการจ่ายคืน อย่างชัดเจน เพื่อจะเตรียมเงินให้พอจ่ายตอนสิ้นเดือน และพอจ่ายเงินกู้ทุกบาทที่เรารูดใช้ไป



อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ