อัปเดต! Virtual Bank ในไทยจะเปิดบริการเมื่อไร หลัง ธปท. แจ้งมี 2 เจ้าขอ “เลื่อน” ไปก่อน

Personal Finance

Finance and Banking

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

อัปเดต! Virtual Bank ในไทยจะเปิดบริการเมื่อไร หลัง ธปท. แจ้งมี 2 เจ้าขอ “เลื่อน” ไปก่อน

Date Time: 21 พ.ค. 2569 10:37 น.

Video

CoreWeave คือใคร ? จากขุดคริปโตฯสู่ Data Center โมเดลธุรกิจที่ฉลาด จนโลกงง | Digital Frontiers EP.59

Summary

ธปท. คาดหวัง Virtual Bank จะสร้างบริการใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิม

  • 3 บริษัทได้รับอนุญาตให้จัดตั้ง Virtual Bank: Ascend Money, KTB-AIS-OR, SCB
  • 2 ใน 3 บริษัทขอเลื่อนเปิดบริการ โดย CLICX จะเปิดตัวก่อน
  • CLICX เน้นกลุ่มลูกค้า Underserved โดยใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูล
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาด Virtual Bank จะเน้นตลาดเงินฝากในช่วงแรก

Latest


ในวงการคุยกันมาหลายปีว่า ไทยจะต้องมีธนาคารไร้สาขาหรือ Virtual Bank เพื่อมาตอบโจทย์กลุ่มที่ยังไม่ได้รับบริการทางการเงินที่เพียงพอและเหมาะสม (Underserved) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็คาดว่าการมี ใบอนุญาตฯ แบบใหม่นี้จะสร้างการแข่งขันจนเกิดบริการหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิมหรือไทยไม่เคยมีมาก่อน

Thairath Money อัปเดตทุกความคืบหน้าของ Virtual Bank พร้อมบทวิเคราะห์ว่า ของใหม่ๆ ที่คนไทยอาจจะได้ใช้บริการจะเป็นอย่างไร

Virtual Bank เปิดตัวไม่ทัน 
2 ใน 3 แห่งขอเลื่อนเปิดบริการ

ย้อนกลับไปเมื่อ มิ.ย. ปี 2568 กระทรวงการคลังประกาศรายชื่อผู้เห็นสมควรให้จัดตั้ง Virtual Bank 3 ราย (จากที่ขอมา 5 ราย) ได้แก่

  • บจ. เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง (อยู่ภายใต้ Ascend Money ในเครือซีพี) 
  • ธนาคารกรุงไทย (KTB), บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) หรือ AIS และ บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) 
  • บมจ. เอสซีบี เอกซ์ (SCB), WeTechnology Limited และ KakaoBank Corp.

เงื่อนไขสำคัญคือ ทั้ง 3 รายต้องจัดตั้ง เตรียมความพร้อมตามเกณฑ์ และต้องเปิดดำเนินการภายใน 1 ปีนับแต่ที่ได้รับความเห็นชอบ (19 มิ.ย. 2568) แต่ล่าสุดแบงก์ชาติออกมาอัปเดตว่า มี 2 แห่งที่ยื่น “ขอเลื่อน” เปิดให้บริการเพราะต้องการเวลาเพิ่ม เพื่อจัดการเรื่องต่างๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ โดย 1 รายคาดว่าจะเปิดบริการได้ภายในปี 2569 และอีก 1 รายจะเปิดให้บริการในปี 2570

แม้คนไทยอาจได้เห็นของใหม่ๆ จากทั้ง 3 ธนาคารช้าออกไป แต่ทั้ง 3 กลุ่มมีความพร้อมที่จะต่อยอดบริการใหม่ๆ ได้ เพราะแต่ละบริษัทก็มีธุรกิจ Banking, ระบบการชำระเงิน และมีฐานข้อมูลผู้ใช้งานจำนวนมากทะลุหลักสิบล้านรายกันทั้งนั้น อย่าง Ascend Money ที่มีแอปฯ TrueMoney มีผู้ใช้งานกว่า 34 ล้านคน

ส่วนธนาคารกรุงไทย ถ้านับรวมผู้ใช้งานผ่านช่องทางดิจิทัล ทั้งแอปฯ Krungthai NEXT (17 ล้านราย), เป๋าตัง (34 ล้านราย) และถุงเงิน (1.7 ล้านร้านค้า) ก็ทะลุ 40 ล้านคนเข้าไปแล้ว ด้าน SCB ยานแม่ของธนาคารไทยพาณิชย์ที่มีแอปฯ SCB Easy มีผู้ใช้งาน 18.1 ล้านราย แถมยังมีพันธมิตรจากจีน และเกาหลีใต้ที่ทำธุรกิจ Virtual Bank ในประเทศของตัวเองมาก่อน 

มีทั้งข้อมูล และมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจธนาคาร รวมถึงบริการด้านการเงินกันมามากมาย ต้องรอลุ้นว่าบริการใหม่ที่จะออกมาจะแตกต่างจากสิ่งที่คนไทยเคยเจอมากแค่ไหน?

ประเดิมเปิดคนแรก “CLICX” จากกลุ่ม KTB-AIS-OR

ล่าสุดมีข่าวว่าเดือน มิ.ย. 2569 นี้ Virtual Bank เจ้าแรกที่จะเปิดตัวคือ “CLICX” จากกลุ่ม KTB, AIS และ OR ซึ่งชูแนวคิด Bank in One CLICX คือจะเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโลกการเงินเข้ากับชีวิตจริง

ทั้งนี้ จะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เช่น คนที่รายได้ไม่ประจำ แม่ค้าออนไลน์ SME ฯลฯ ที่เดิมเจอข้อจำกัดด้านเอกสารรายได้ ประวัติทางการเงิน โดยจะปรับใช้ ข้อมูลทางเลือก, AI มาวิเคราะห์และประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าให้ดีขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะลดปัญหาหนี้นอกระบบและเศรษฐกิจนอกระบบลงได้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดแต่ละผลิตภัณฑ์ออกมา ซึ่งเดือน มิ.ย. 2569 นี้ คงได้เห็นแน่นอน

ช่วงแรก Virtual Bank ของไทยจะบุกตลาดไหน?

ในเรื่องนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในช่วง 3 ปีแรก Virtual Bank ของไทยน่าจะเร่งสร้างฐานลูกค้าผ่าน “เงินฝาก” ซึ่งอาจดึงดูดด้วยการให้อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าแบงก์พาณิชย์แบบดั้งเดิม จากนั้นค่อยขยายสู่สินเชื่อและผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุน เพื่อหารายได้หลักให้กับธนาคาร 

เหตุผลที่มองว่า Virtual Bank ในไทยจะรุกตลาดเงินฝากก่อน เพราะเห็นกรณีศึกษาในเกาหลีใต้ปี 2563 พบว่ายอดเงินฝากของ Virtual Bank ทยอยเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ 27 ล้านล้านวอน คิดเป็น 2.1% ของยอดคงค้างเงินฝากแบงก์พาณิชย์ในเกาหลีใต้ ซึ่งเกิดจากทางการให้ใบอนุญาต Virtual Bank ไป 2 ราย (เมื่อปี 2560)

ต่อมาในปี 2564 ทางการเพิ่มใบอนุญาต Virtual Bank เพิ่มอีก 1 ราย ทำให้การแข่งขัน “เข้มข้นขึ้น” สัดส่วนเงินฝากของ Virtual Bank ทั้ง 3 แห่ง เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่ามาที่ 110 ล้านล้านวอน คิดเป็น 6.6% ของยอดคงค้างเงินฝากโดยรวม แต่ภาพการเติบโตนี้ยังไม่เกิดขึ้นกับฝั่งสินเชื่อ เพราะ Virtual Bank ยังระมัดระวังในการให้สินเชื่อตามความเสี่ยงในของผู้กู้ในแต่ละราย

แต่ถ้าถามว่า เงินฝาก Virtual Bank ในเกาหลีใต้ให้ดอกเบี้ยดีกว่าแค่ไหน? จากการศึกษาพบว่า ให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าผลิตภัณฑ์เงินฝากของธนาคารพาณิชย์ทั่วไปประมาณ 0.3% ส่วนฝั่งดอกเบี้ยเงินกู้ยังให้ในระดับที่ใกล้เคียงกับตลาดในด้านการเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อ ให้กลุ่ม Underserved มีเคสในสิงคโปร์ ที่เขานำข้อมูลทางเลือก มารวมกับข้อมูลด้านรายได้และการชำระเงินผ่าน Application ของ Grab และ Singtel เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านเครดิต ซึ่งก็ช่วยเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อไม่มีหลักประกัน (Unsecured loan) ให้กับกลุ่มลูกค้า Underserved ที่เคยได้รับวงเงินสินเชื่อไม่เพียงพอต่อความต้องการ

หลังจากนี้คงต้องติดตามว่า Virtual Bank จะแข่งกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ดี ที่น่าสนใจ หรือจะเข้าถึงกลุ่ม Underserved ได้ดีแค่ไหน เพราะถ้าเทียบกับต่างประเทศแล้ว ไทยมีระบบการชำระเงินและบริการดิจิทัลที่โดดเด่นอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ยังขาดไปคือ ของดีที่ว่าไม่ใช่ทุกคนที่เข้าถึงได้ และโจทย์ใหญ่คือ ข้อมูลทางเลือกนอกระบบการเงินแบบไหน จะสามารถประเมินความเสี่ยงของผู้กู้ได้จริงๆ อย่างมีประสิทธิภาพตามที่ผู้ให้กู้ต้องการ

อ้างอิงข้อมูล ธปท., KBank, Ascend Money 


อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ