คู่มือภาษีฉบับอินฟลูเอนเซอร์ มีรายได้จากรีวิว-ปักตะกร้า กับ 5 สัญญาณเตือนที่บอกว่าต้อง "ยื่นภาษี"

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

คู่มือภาษีฉบับอินฟลูเอนเซอร์ มีรายได้จากรีวิว-ปักตะกร้า กับ 5 สัญญาณเตือนที่บอกว่าต้อง "ยื่นภาษี"

Date Time: 18 มี.ค. 2569 10:36 น.

Video

 จ่ายแพง เรียนหนัก แต่ทักษะไม่ตรงตลาด ถกการศึกษาไทยในยุค AI ? | Digital Frontiers EP.54 Special Talk

Summary

คู่มือภาษีฉบับอินฟลูเอนเซอร์ สำหรับคนมีรายได้จากรีวิว ปักตะกร้า และ Affiliate Marketingเช็ก 5 สัญญาณเตือนสำคัญว่าเมื่อไรเข้าข่าย “ต้องยื่นภาษี” ก่อนเสี่ยงโดนเรียกเก็บย้อนหลังโดยไม่รู้ตัว

ในยุคที่การ "ปักตะกร้า" หรือการ "รีวิว" กลายเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริมของคนไทยจำนวนมาก หลายคนอาจกำลังสร้างรายได้เข้าบัญชีอย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้ตัวว่า กิจกรรมเหล่านี้ มีเรื่องของ “ภาษี” ซุกซ้อนอยู่ 

ไม่ว่าเราจะเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ที่มีผู้ติดตามหลักพัน หลักล้าน หรือเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำ Affiliate แนะนำสินค้า /ให้คำปรึกษาต่างๆ  ฉะนั้น การเข้าใจระบบภาษีคือ "เกราะป้องกัน" ชั้นดีที่จะช่วยให้เราบริหารรายได้ได้อย่างมั่นคงและไม่ต้องกังวลกับการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง 

อย่างกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับ หญิงแย้ - นนทพร ธีระวัฒนสุข อินฟลูเอนเซอร์ และนักแสดงสาว ที่เปิดเผยว่าตนเองเคยโดนภาษีย้อนหลังสูงถึง 2.8 ล้านบาท เมื่อปีก่อน ซึ่งเหตุส่วนหนึ่งยังมาจาก การเก็บเอกสารไม่ครบถ้วนด้วย 


คุณคือ "ผู้มีเงินได้" ในกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์หรือไม่?

นิยามของอินฟลูเอนเซอร์ในมุมภาษีนั้นกว้างกว่าการมีชื่อเสียง หรือ มีผู้ติดตามมหาศาล หากแต่ข้อมูลของกรมสรรพากร ชี้ว่า หากเรามีรายได้จากช่องทางสื่อดิจิทัล (Facebook, TikTok, YouTube ฯลฯ) และรายได้นั้นมาจากกิจกรรมดังต่อไปนี้ เราก็มีหน้าที่ต้องยื่นภาษีทันที 

  • รายได้จากการสนับสนุน: ค่าโฆษณา, สปอนเซอร์, พรีเซนเตอร์ 
  • รายได้จากการช่วยขาย: Affiliate Marketing (นายหน้าปักตะกร้า), ค่าคอมมิชชั่น 
  • รายได้จากตัวตน: ค่าวิทยากร, การให้คำปรึกษา (Coaching), ค่าปรากฏตัว 
  • รายได้จากแพลตฟอร์ม: ส่วนแบ่งค่าโฆษณา (AdSense), ของขวัญ/Stars, แฟนคลับบริจาค 
  • รายได้ที่ไม่ใช่เงินสด: สินค้าที่ได้รับมาใช้ฟรี ทริปท่องเที่ยว หรือของรางวัล ต้องนำมาตีมูลค่าเป็นเงินเพื่อรวมเสียภาษีด้วย

โครงสร้างภาษีที่ต้องเผชิญ (The Big Four)

ทั้งนี้ การวางแผนภาษีที่มีประสิทธิภาพ ต้องเริ่มจากการรู้จักประเภทภาษีที่เกี่ยวข้องก่อน ซึ่งมีทั้งหมด 4 ส่วน ได้แก่ ..

  1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (PIT): สำหรับผู้ที่รับงานในนามตัวเอง 

  2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT): เมื่อรายได้สูงขึ้นจนการจดทะเบียนบริษัทคุ้มค่ากว่าในแง่ของอัตราภาษีและค่าใช้จ่าย 

  3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): จุดตายที่หลายคนพลาด หากรายได้รวมเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน มิเช่นนั้นจะมีโทษปรับที่รุนแรงมาก 

  4. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT): ภาษีที่ผู้จ้าง (แบรนด์/เอเจนซี่) หักไว้ 2-3% ก่อนจ่ายให้เรา ซึ่งเราสามารถนำหลักฐานนี้มา "เครดิต" หรือใช้หักออกจากภาษีที่ต้องจ่ายจริงตอนสิ้นปีได้ 


กลยุทธ์การยื่นภาษี รายได้หลายทางจัดการอย่างไร?

  • กลุ่มคนทำงานประจำที่มีรายได้เสริม: หากคุณมี เงินเดือนประจำ จากการเป็นพนักงานบริษัท ถือเป็นเงินได้ตาม มาตรา 40(1) ซึ่งต้องใช้แบบ ภ.ง.ด. 91 ในการยื่นภาษีประจำปี โดยสามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
  • กลุ่มรับงานอิสระ นายหน้า และสปอนเซอร์: รายได้จากการ รับจ้างรีวิวสินค้า งานโฆษณา การโปรโมตแบรนด์ หรือค่าคอมมิชชั่นจากนายหน้า (Affiliate) จัดเป็นเงินได้ตาม มาตรา 40(2) ต้องใช้แบบ ภ.ง.ด. 90 ในการยื่นภาษี โดยการหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจะคิดในอัตรา 50% แต่เมื่อนำไปรวมกับเงินได้มาตรา 40(1) แล้ว จะหักได้สูงสุดรวมกันไม่เกิน 100,000 บาท
  • กลุ่มรายได้จากค่าลิขสิทธิ์และแพลตฟอร์ม: สำหรับรายได้ที่เป็น ค่าลิขสิทธิ์ (Royalties) เช่น รายได้จาก YouTube AdSense หรือสื่อออนไลน์อื่น ๆ ถือเป็นเงินได้ตาม มาตรา 40(3) ซึ่งต้องยื่นด้วยแบบ ภ.ง.ด. 90 โดยคุณสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ทั้งแบบเหมาหรือหักตามจริงหากมีหลักฐานค่าใช้จ่ายครบถ้วน
  • กลุ่มขายของออนไลน์และงานบริการเฉพาะทาง: หากคุณมีรายได้จากการ ขายสินค้าแบรนด์ตัวเอง การขายคอร์สออนไลน์ หรือรายได้อื่น ๆ จะถูกจัดอยู่ใน มาตรา 40(8) ซึ่งมีความพิเศษคือต้องยื่นภาษี 2 รอบ ได้แก่ ภ.ง.ด. 94 สำหรับรายได้ครึ่งปี (มกราคม-มิถุนายน) และยื่นรวมสรุปปีด้วย ภ.ง.ด. 90 โดยกลุ่มนี้เลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 60% หรือจะเลือกหักตามจริงก็ได้ตามความเหมาะสมของต้นทุน

อย่างไรก็ดี ข้อควรระวังที่ต้องจำให้แม่น คือ หากเรามีรายได้ตาม ม.40(5)-(8) เกิน 60,000 บาท (สำหรับคนโสด) ในครึ่งปีแรก ต้องยื่นภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) ภายในเดือนกันยายนด้วย


วางแผนบริหารภาษีปี 2569 และยื่นภาษีโค้งสุดท้าย 

สำหรับใครที่ยังไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายได้ ของปีภาษี 2568 ที่จะหมดเขต แบบออนไลน์ 8 เม.ย.2569 ให้รีบรวบรวมหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวี) และสเตทเมนต์เงินเข้าทั้งหมด หากคำนวณแล้วภาษีที่ถูกหักไว้ "มากกว่า" ภาษีที่ต้องจ่ายจริง จะได้มีสิทธิยื่นขอคืนภาษีได้ โดยกรมสรรพากร ยังแนะให้ใช้ ระบบ Digital Tax อย่าง E-Withholding Tax ผ่านธนาคาร เพื่อลดภาระการเก็บเอกสารกระดาษและช่วยให้ข้อมูลภาษีถูกส่งตรงไปยังสรรพากรอย่างถูกต้อง ลดข้อผิดพลาดในการตรวจสอบ 

สรุปแล้ว การทำอาชีพอินฟลูเอนเซอร์อย่างมืออาชีพ ไม่ใช่แค่การสร้างคอนเทนต์ที่ปัง แต่คือการบริหาร "หลังบ้าน" ให้เป๊ะ เพื่อให้รายได้ที่คุณเหนื่อยหามาได้นั้น มั่นคงและปลอดภัยจากข้อกฎหมายนั่นเอง 

ที่มา : กรมสรรพากร 

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ