ใช้ผิด ติดหนี้บาน! 10 เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับ "ดอกเบี้ย" บัตรเครดิต - กดเงินสด - สินเชื่อบุคคล

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ใช้ผิด ติดหนี้บาน! 10 เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับ "ดอกเบี้ย" บัตรเครดิต - กดเงินสด - สินเชื่อบุคคล

Date Time: 6 มี.ค. 2569 21:30 น.

Video

หุ้นไทยกำลังฟื้น vs หุ้นนอกกำลังลง เลือกอะไรดี? | Money Issue EP.47

Summary

จากหนี้ก้อนเล็กก็กลายเป็นก้อนใหญ่ได้ ถ้าเราไม่เข้าใจ “สินเชื่อ” ที่เรากำลังใช้อยู่ แต่เงื่อนไขหลักๆ มีอะไรบ้าง Thairath Money รวบรวม 10 เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับ บัตรเครดิต, บัตรกดเงินสด  และสินเชื่อส่วนบุคคล มาไว้ที่นี่แล้ว

Latest


ประเด็นเรื่อง "ดอกเบี้ยบัตรเครดิต" ในไทยที่หลายคนมองว่าสูงเกินไป หรือมีวิธีคำนวณที่ดูซับซ้อนจนน่าปวดหัว เป็นเรื่องที่ผู้ใช้สินเชื่อทุกคนต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้เรากลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่จนจ่ายไม่ไหว

แน่นอนว่าบัตรฯ ทั้งหลายที่เราได้ "วงเงินสินเชื่อมาใช้ล่วงหน้า" ไม่ได้มีแค่บัตรเครดิต ยังมีบัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล ถ้าจะใช้เราก็ต้องเข้าใจเงื่อนไขให้เคลียร์เสมอ เพราะไม่งั้นหนี้บาน…

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนเรามีตัวอย่างจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ถ้าเรามีบัตรเครดิตที่กดเงินสด (สินเชื่อส่วนบุคคล) ออกมาใช้ได้ เรากดไปที่ 15,000 บาท โดยมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ 25% ต่อปี พอสิ้นเดือนเราจ่ายขั้นต่ำที่ 3% ต่อเดือน หรือราว 450 บาท ถ้าจ่ายแบบนี้ไปเรื่อยๆ ต้องใช้เวลาถึง 18 ปี 3 เดือนหนี้ก้อนนี้ถึงจะหมด

เงินต้น 15,000 บาท แต่ส่วนดอกเบี้ยอยู่ที่ 29,000 บาท

เห็นไหม ว่าจากหนี้ก้อนเล็กก็กลายเป็นก้อนใหญ่ได้ ถ้าเราไม่เข้าใจ “สินเชื่อ” ที่เรากำลังใช้อยู่ แต่เงื่อนไขหลักๆ มีอะไรบ้าง Thairath Money รวบรวม 10 เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับ บัตรเครดิต, บัตรกดเงินสด  และสินเชื่อส่วนบุคคล มาไว้ที่นี่แล้ว  

1. ดอกเบี้ย 0% ต่อปี มีจริง… แต่ได้กี่วัน กี่เดือน?

สำหรับบัตรเครดิต “ไม่มีดอกเบี้ย” ถ้าเราจ่ายเงินเต็มจำนวนตามที่รูดใช้จ่ายไป ส่วนใหญ่จะมีระยะปลอดดอกเบี้ย (Grace Period) ราว 45-55 วัน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละธนาคารสำหรับบัตรกดเงินสด, สินเชื่อส่วนบุคคล ถ้าสถาบันการเงินมีโปรโมชันดอกเบี้ย 0% มักระบุเลยว่าให้กี่เดือน ถ้าเราไม่จ่ายคืนตรงเวลา ก็จะถูกชาร์จดอกเบี้ย

2. บัตรเครดิต - บัตรกดเงินสด - สินเชื่อส่วนบุคคล คิดดอกเบี้ยได้กี่ %

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นคนกำหนด เพดานสูงสุดว่าสินเชื่อที่กำกับดูแลอยู่จะคิดดอกเบี้ยได้เท่าไร หลักๆ แบ่งเป็น 

  • บัตรเครดิต - ไม่เกิน 16% ต่อปี
  • สินเชื่อส่วนบุคคล (รวมถึงบัตรกดเงินสด) - ไม่เกิน 25% ต่อปี

3. ดอกเบี้ยคิดรายวัน 

ถึงเพดานดอกเบี้ยของสินเชื่อแต่ละแบบจะกำหนดไว้แล้ว แต่การใช้ บัตรเครดิต, บัตรกดเงินสด, สินเชื่อส่วนบุคคล เมื่อเราผิดนัดชำระ หรือ ผ่อนขั้นต่ำ จะถูกคิดคำนวณดอกเบี้ย “รายวัน” 

4. ผ่อนขั้นต่ำ ไม่ฟรี คิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่รูดจ่าย?

เคยไหมที่หลายคนรูดช้อปเพลิน พอสิ้นเดือนบิลบัตรเครดิตมาถึงมือก็จ่ายไม่ไหว และเลือกจ่ายขั้นต่ำไป… แต่อาจลืมดูไปว่าโดนดอกเบี้ยไปเท่าไร ซึ่งเราจะถูกคิดเป็นรายวัน เช่น

อาร์ม มีบัตรเครดิตที่สรุปยอดทุกวันที่ 17 ในแต่ละเดือน และกำหนดจ่ายหนี้วันที่ 2 เดือนถัดไป

- เมื่อ 18 พ.ค. 2569 อาร์มรูดจ่ายค่าแว่นตาไป 10,000 บาท 
- จะไปสรุปยอดวันที่ 17 มิ.ย. 2569 
- มีกำหนดจ่ายหนี้วันที่ 2 ก.ค. 2569 ซึ่งอาร์มเลือกจ่ายขั้นต่ำ 10% หรือ 1,000 บาท 

แม้หนี้ส่วนเงินต้นของอาร์มจะเหลือ 9,000 บาท แต่ในงวดถัดไป 2 ส.ค. 69 อาร์มต้องจ่ายดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่วันรูดซื้อแว่นตาอีก 260.38 บาทมาจากดอกเบี้ย 2 ส่วน 

1) ส่วนเงินต้น 10,000 บาท ต้องเสียดอกเบี้ย 197.26 บาท 
ซึ่งคำนวณจาก 10,000 (เงินต้น) x 16% (ดอกเบี้ย) x 45 (จำนวนวันตั้งแต่ 18 พ.ค. - 1 ก.ค.) และหารด้วย 365 วัน
2) ดอกเบี้ยที่ค้างจ่าย ต้องเสียอีก 63.12 บาท  
ซึ่งคำนวณจาก 9,000 (หนี้ที่เหลืออยู่) x 16% (ดอกเบี้ย) x 16 (จำนวนวันตั้งแต่ 2-17 ก.ค.) และหารด้วย 365 วัน

5. จ่ายช้าไม่กี่วัน ทำไมดอกเบี้ยเยอะจัง?

กรณีนี้ใกล้เคียงกับข้อ 3 คือถ้าเราจ่ายหนี้ “ช้ากว่ากำหนด” ก็ต้องเสียดอกเบี้ยเพิ่มและมากกว่าที่คิด ขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น 

- ในวันที่ 2 มี.ค. 2569 ส้มโอ รูดซื้อมือถือเครื่องใหม่รวม 80,000 บาท 

- มีกำหนดจ่ายหนี้ในวันที่ 15 เม.ย. 2569แต่ส้มโอลืม และไปจ่ายคืนวันที่ 30 เม.ย. 2569  

ดังนั้น ทางบัตรเครดิตจะคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน (16% ต่อปี) นับตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. 2569 ถึง 30 เม.ย. 2569 รวมแล้ว 60 วัน ส้มโอจะต้องเสียเงินเพิ่ม 2,104 บาท (80,000 x 16% x 60 / 365) ซึ่งช่วงก่อนหน้านั้น ทางบัตรฯ ต้องส่งพนักงานมาโทรตาม ส้มโอต้องจ่ายค่าทวงถามหนี้ + VAT 7% หรือราว 107 บาทเพิ่มไปอีก

6. กดเงินสดด้วยบัตรเครดิตจ่ายดอกเบี้ยแพงกว่า?

แม้บัตรเครดิต อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 16% ต่อปีต่ำกว่าบัตรกดเงินสด แต่ถ้านำบัตรไปกดถอนเงินสดจากตู้ ATM (หรือโอนเข้าบัญชี) มักเสียค่าใช้จ่ายสูงกว่าบัตรกดเงินสด เพราะจะมี 

  • ค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า 3% 
  • VAT 7%
  • ดอกเบี้ยคิดแบบรายวันนับตั้งแต่วันที่ถอนมาใช้

ตอนกดเงินสดมาได้เต็มก้อน แต่ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะไปโผล่ในบิลรอบถัดไป ไม่จ่ายก็เสียดอกเบี้ยไปเรื่อยๆ ที่สำคัญคือ การเบิกถอนเงินสดจากบัตรเครดิตบางผู้ให้บริการจะจัดเป็น สินเชื่อส่วนบุคคล ดอกเบี้ยก็จะสูงกว่า

7. ผ่อนดอกเบี้ย 0% เช็กก่อนว่าคุ้มจริงไหม

เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ หรือของชิ้นใหญ่ ทุกวันนี้มีโปรโมชันให้รูดจ่ายด้วยบัตรเครดิตสามารถผ่อนดอกเบี้ย 0% ได้ แต่จุดที่ต้องระวัง คือ 

  • ผ่อน 0% ได้กี่เดือน ส่วนใหญ่มักมีให้เลือก 3, 4, 6 หรือ 10 เดือน ขึ้นอยู่กับโปรโมชันหน้าร้าน ซึ่งเราต้องวางแผนให้ดีว่าผ่อนไหวตลอดสัญญาไหม เพราะถ้า "ผิดนัดชำระ" แม้แต่งวดเดียว ก็ต้องเจออัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิต
  • เช็กเทียบกับ ราคาเงินสด เพราะบางร้านค้าอาจตั้งราคา "ผ่อน 0%" สูงกว่า "ราคาเงินสด" ซึ่งส่วนต่างนั้นก็คือดอกเบี้ยแฝงที่เขาบวกไปแล้วนั่นเอง

8. อยากกู้สินเชื่อส่วนบุคคล ต้องดูว่าเจอดอกเบี้ยแบบไหน?

สินเชื่อส่วนบุคคล (Ploan) มีหลายแบบให้เลือก และอัตราดอกเบี้ยไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของผู้กู้เอง บางกรณีอาจไม่ได้กู้จากธนาคารหรือบริษัทบัตรเครดิต 

แต่สิ่งที่ต้องเช็กให้ดีคือเป็นอัตราดอกเบี้ยเป็นแบบคงที่ (Flat Rate) หรือ แบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) ถ้าเป็นอย่างหลัง เราอาจทยอยโป๊ะหนี้เพิ่มเติมได้ เพราะจะช่วยให้เงินต้นลดลงเร็วขึ้น

9. มีหนี้ดอกสูง รีไฟแนนซ์ ได้

แบงก์ชาติอธิบายคำว่า Refinance ไว้ว่าเป็น การปิดสินเชื่อจากเจ้าหนี้เดิม และย้ายไปใช้สินเชื่อของเจ้าหนี้ใหม่ที่ให้เงื่อนไขดีกว่า เช่น อัตราดอกเบี้ยถูกลง เป็นต้น

แต่บางกรณีเราอาจรีไฟแนนซ์ในธนาคารเดิม แต่เปลี่ยนประเภทสินเชื่อก็ได้ เช่น จากบัตรเครดิตที่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี แต่เราขอสินเชื่อส่วนบุคคลกับธนาคารนี้ได้ดอกเบี้ย 10% ต่อปี ผ่อนยาว 2 ปี ก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน

10. “รวมหนี้” ลดดอกเบี้ยได้ 

เราสามารถนำหนี้บัตรเครดิตมารวมกับหนี้บ้านได้! ด้วยมาตรการแก้หนี้ระยะยาวของ ธปท. ที่ช่วยให้ผู้กู้ที่มีประวัติชำระดี 'รวมหนี้' (Debt Consolidation) ได้ง่ายขึ้น เช่น 

เอก มีสินเชื่อบ้านและหนี้บัตรเครดิต 50,000 บาทกับธนาคารเดียวกัน และมูลค่าบ้านปัจจุบันครอบคลุมยอดหนี้ทั้งหมด 

เอก สามารถขอรวมหนี้เพื่อจ่ายดอกเบี้ยในอัตราสินเชื่อบ้าน (มักเฉลี่ยราว 3-5% ต่อปี) ซึ่งถูกกว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ 16% ต่อปีตามเงื่อนไขของธปท. เราสามารถรวมหนี้ข้ามธนาคารได้ด้วย ขึ้นอยู่กับธนาคารนั้นๆ ว่ามีเงื่อนไขอย่างไร

สุดท้ายนี้ บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้เราได้ แต่ก็มีต้นทุนดอกเบี้ยสูง ก่อนจะใช้สินเชื่อเหล่านี้ ต้องคิดและวางแผนให้ดีว่ามีจ่ายหนี้คืน เพื่อให้เราไม่ตกอยู่ในวงจร “หนี้ดอกเบี้ยสูง” ในระยะยาว



อ้างอิงข้อมูล ธปท., ตลท., KTC, กรุงศรี คอนซูมเมอร์, MAKE by KBank

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ