ปมเลือกตั้งชลบุรี "หีบบัตร" ที่ถูกตั้งคำถาม สู่ "ต้นทุนชีวิต" ที่คนไทยต้องแบก

Personal Finance

Financial Planning

Tag

ปมเลือกตั้งชลบุรี "หีบบัตร" ที่ถูกตั้งคำถาม สู่ "ต้นทุนชีวิต" ที่คนไทยต้องแบก

Date Time: 11 ก.พ. 2569 10:05 น.

Video

สรุปการยื่นภาษี สิทธิ์ลดหย่อนล่าสุด! กับ ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ (iTAX) | Thairath Money Night Stand EP.27

Summary

สรุปประเด็นร้อนเลือกตั้ง 2569 น้ำผึ้งหยดเดียวที่ชลบุรี? กับกระแสเรียกร้องนับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ ทำไมความโปร่งใสทางการเมือง ถึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นตัวแปรต่อเศรษฐกิจและเงินในกระเป๋าเรา

หากการเลือกตั้ง คือ หมุดหมายสำคัญ การเริ่มต้นใหม่ของ “ประเทศไทย” แต่ในหลายพื้นที่ขณะนี้ บรรยากาศ กลับเต็มไปด้วยคำถาม เมื่อมีรายงานและภาพปรากฏในสื่อโซเชียล ถึงเหตุการณ์ที่ประชาชนตั้งข้อสังเกต ไม่ว่าจะเป็นกรณี หีบบัตรเลือกตั้งที่พบร่องรอยการเปิดหรือไม่มีสายรัดนิรภัย ระหว่างการเคลื่อนย้าย ไปจนถึงตัวเลข ผลคะแนนรวมที่ดูไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ ในบางหน่วย

รวมถึงข้อถกเถียงเรื่องมาตรฐานการพิจารณนา "บัตรดี-บัตรเสีย" ที่ทำให้เกิดความกังวลใจว่าเสียงของประชาชนได้ถูกสะท้อนออกมาอย่างเที่ยงธรรมหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีที่ถูกจับตามองอย่างมากใน “ชลบุรี เขต 1”  พื้นที่ของ นายสุชาติ ชมกลิ่น จากพรรคภูมิใจไทย ที่ภาพการตั้งข้อสงสัยของประชาชนในพื้นที่ได้กลายเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเรียกร้อง "นับคะแนนใหม่" จนทาง กกต. ต้องขอเวลาถึง 2 วัน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่าง

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของคะแนนแพ้-ชนะ แต่มันคือ "น้ำผึ้งหยดเดียว" ที่กำลังทดสอบความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศ เพราะในโลกของเศรษฐกิจ ความโปร่งใสทางการเมืองคือรากฐานของความเจริญและมั่งคั่ง

ทำไมการนับคะแนนที่คลุมเครือ ถึงเกี่ยวโยงกับโอกาสของเรา?

เมื่อกระบวนการที่สำคัญที่สุดอย่างการเลือกตั้งถูกตั้งคำถาม สิ่งแรกที่จะหายไปคือ "ความเชื่อมั่น" ซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักของเศรษฐกิจ และโอกาสของ “ผู้คน”

  • ดัชนีคอร์รัปชันลด เท่ากับ โอกาสเศรษฐกิจหาย: ความไม่ชัดเจนในการเลือกตั้งส่งผลโดยตรงต่อดัชนีการรับรู้ทุจริต (CPI) ซึ่งนักลงทุนทั่วโลกใช้ตัดสินใจ ภายใต้รายงาน CPI ปี 2568 ล่าสุดที่ไทยอยู่ที่ 33/100 คะแนน (อันดับ 116 ของโลก) ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 42 คะแนน หากภาพลักษณ์ความโปร่งใสยิ่งลดลง เม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่ควรจะเข้ามาสร้างงานและรายได้ ก็พร้อมจะเบนเข็มไปประเทศอื่นทันที
  • ความเชื่อมั่นที่สั่นคลอนคือต้นทุนที่แพงที่สุด: เมื่อกติกาไม่เป็นที่ยอมรับ ความขัดแย้งย่อมตามมาและกลายเป็นอุปสรรคต่อการเดินหน้าเศรษฐกิจดิจิทัลหรือนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ต้องการเสถียรภาพเป็นพื้นฐาน
  • คนทำงานต้องแบก "ต้นทุน" ที่รั่วไหล: หากการเมืองเริ่มต้นด้วยความคลุมเครือ นโยบายเศรษฐกิจหลังจากนั้นย่อมถูกตั้งคำถามว่าทำเพื่อใคร? เมื่อทรัพยากรประเทศไม่ถูกจัดสรรอย่างมีประสิทธิภาพ คนที่ต้องทำงานหนักเพื่อแบกรับค่าครองชีพและภาษีก็คือ "พวกเราทุกคน"

โครงสร้างโปร่งใส นักลงทุนเชื่อมั่น 

เรื่องนี้ สอดคล้องกับความคาดหวังของภาคอุตสาหกรรม ที่นักธุรกิจส่วนใหญ่ ( FTI CEO Poll ครั้งที่ 48 ประจำเดือนมกราคม) ระบุว่า ให้ความสำคัญกับคุณลักษณะของนักการเมืองในด้านความซื่อสัตย์สุจริต ปราศจากประวัติการทุจริตเป็นอันดับแรก 

พร้อมเสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เนื่องจากการทุจริตถือเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาเชิงโครงสร้างในหลายด้าน ทั้งการเพิ่มต้นทุนแฝงในการดำเนินธุรกิจ บั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และลดความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการกระจายอำนาจการบริหารจัดการ โดยจัดให้มีระบบควบคุมและป้องกันการทุจริตเชิงโครงสร้างที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ในทุกระดับ

การเมืองไทยกับ "บิล" ที่เราต้องจ่าย

จะเห็นได้ว่า ทุกความไม่โปร่งใสมีราคาที่ต้องจ่าย และสุดท้ายบิลใบนี้จะถูกส่งมาถึงมือประชาชนทุกคนในรูปแบบของต้นทุนชีวิตที่พุ่งสูงขึ้น

  • ค่าไฟ-ค่าน้ำมัน-ค่าทางด่วน ที่พ่วง "ค่าส่วนต่าง" เพราะเมื่อรัฐบาลขาดความโปร่งใส การประมูลโครงการโครงสร้างพื้นฐานมักไม่ได้จบที่ "ผู้ที่ให้ผลประโยชน์ดีที่สุดแก่ประชาชน" แต่จบที่ "เครือข่ายผลประโยชน์" ต้นทุนแฝงจากการทุจริตเหล่านี้จะถูกบวกกลับเข้าไปในค่าบริการที่พวกเราต้องจ่ายทุกเดือน
  • ภาษีที่หายไปในรอยรั่ว เพราะเงินภาษีของเราแทนที่จะถูกนำมาสวัสดิการ เรียนฟรี หรือการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ กลับต้องถูกหักไปเป็น "ค่าตงฉิน" ในโครงการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานหรือเกินความจำเป็น
  • หนี้สาธารณะที่ลูกหลานต้องแบก การกู้เงินมาทำนโยบายที่เน้นสร้างภาพแต่ตรวจสอบไม่ได้ คือการทิ้งภาระหนี้ก้อนโตไว้ให้คนทำงานต้องชดใช้ในอนาคต ผ่านการจัดเก็บภาษีที่เข้มงวดขึ้นในวันที่เศรษฐกิจอาจจะไม่โตเท่าเดิม

หากแต่ความจริงที่น่าตกใจกว่า ยังมาในรูปแบบทางอ้อม เพราะเมื่อประเทศคอร์รัปชันสูง ธุรกิจโตยาก นักธุรกิจต้องจ่ายใต้โต๊ะตลอดเวลา โอกาสที่ “เงินเดือน” จะขึ้น ก็ยากไปด้วย เพราะกำไรถูกกินไปกับต้นทุนที่มองไม่เห็น ไม่ต่างอะไรกับการที่เราต้องแบกต้นทุนประเทศที่รั่ว ในขณะที่คุณภาพชีวิตกลับเท่าเดิมหรือแย่ลง

สุดท้ายแล้ว การเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ในหลายพื้นที่ ที่พบความผิดปกติ และมีพยาน-หลักฐานที่ชัดเจน ตามกฏหมายที่เปิดช่องให้ จึงอาจไม่ใช่การประท้วงเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือการเรียกร้องให้ระบบกลับมา "น่าเชื่อถือ" อีกครั้ง เพราะการเลือกตั้งที่โปร่งใสคือจุดเริ่มต้นเดียวที่จะทำให้ฟันเฟืองเศรษฐกิจไทยกลับมาหมุนได้อย่างเต็มกำลัง และมั่นใจได้ว่าหยาดเหงื่อจากการทำงานของเรา จะไม่ถูกใช้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับ "ความไม่โปร่งใส" ของประเทศนี้ เมืองนี้ นั่นเอง .

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

อุมาภรณ์ พิทักษ์

อุมาภรณ์ พิทักษ์
เศรษฐกิจ การเงิน ลงทุน และ อสังหาริมทรัพย์