เจาะพอร์ต 2.8 ล้านล้าน! ผ่าผลตอบแทน 10 ปี “กองทุนประกันสังคม” ท่ามกลางสมรภูมิรื้อโครงสร้าง

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เจาะพอร์ต 2.8 ล้านล้าน! ผ่าผลตอบแทน 10 ปี “กองทุนประกันสังคม” ท่ามกลางสมรภูมิรื้อโครงสร้าง

Date Time: 27 ม.ค. 2569 11:29 น.

Video

ยุคนี้เก็บเงินอย่างเดียวไม่พอ! Gen Z มั่งคั่งได้ไง? กับ ท็อป Bitkub | Thairath Money Night Stand EP.29

Summary

เจาะพอร์ต 2.8 ล้านล้าน! ผ่าผลตอบแทน 10 ปี “กองทุนประกันสังคม” ท่ามกลางสมรภูมิรื้อโครงสร้าง ดราม่าความยั่งยืน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่คนทำงานทั้งประเทศจับตามอง เมื่อเงินออมก้อนใหญ่ที่สุดของชีวิตอย่าง “กองทุนประกันสังคม” กำลังถูกตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ท่ามกลางกระแสข่าวการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่

ล่าสุดวันนี้ (27 มกราคม 2569) มีความเคลื่อนไหวสำคัญจาก บอร์ดประกันสังคม ที่นัดประชุมเคาะแผนนโยบายการลงทุนฉบับใหม่ หรือ “SAA เฟส 2” (ปี 2570-2574) ที่เตรียมปรับสูตรพอร์ตลงทุนแบบพลิกโฉม เพิ่มเพดานสินทรัพย์เสี่ยงขึ้นเป็น 50% เท่ากับสินทรัพย์มั่นคง (50:50) เพื่อหนีตายจากผลตอบแทนที่อาจไม่พอกับรายจ่ายในอนาคต

ขณะที่ฟากการเมือง “ตรีนุช เทียนทอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สั่งรื้อระบบประกันสังคมเป็นวาระเร่งด่วน โดยชูโมเดล “ความอิสระ” แบบ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เพื่อสร้างระบบที่ยั่งยืนให้ผู้ประกันตนทุกมาตรา

เปิดตัวเลขจริง พอร์ต 2.8 ล้านล้าน ในมือประกันสังคม

ข้อมูลอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคม (ณ 31 ธ.ค. 2568) แสดงให้เห็นภาพรวมดังนี้ 

  • เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น: 2,859,400 ล้านบาท
  • สัดส่วนความปลอดภัย: 69.01% ยังเป็น "หลักทรัพย์มั่นคงสูง" (พันธบัตร, เงินฝาก)
  • สัดส่วนความเสี่ยง: 30.99% ลงทุนใน "หลักทรัพย์เสี่ยง" (หุ้นไทย-ต่างประเทศ, ทองคำ, อสังหาฯ)
  • พื้นที่ลงทุน: เน้นในประเทศเป็นหลัก 60.47% และไปต่างประเทศ 39.53%
  • ที่มาของเงิน: มาจากเงินสมทบพวกเรา 1.7 ล้านล้านบาท และเป็น "กำไรสะสม" สูงถึง 1.1 ล้านล้านบาท (สะท้อนว่าการลงทุนที่ผ่านมาก็สร้างดอกผลได้ไม่น้อย)

สถิติการเติบโต 10 ปี กองทุนขยายร่างเกือบเท่าตัว

หากดูย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2559 จะเห็นว่าขนาดกองทุนโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด หรือ อาจกล่าวได้ว่า ในรอบ 10 ปี เงินกองทุนขยายตัวขึ้นเกือบ 100% 

  • ปี 2559: เงินลงทุนรวม 1,570,302 ล้านบาท
  • ปี 2560 : เงินลงทุนรวม 1,762,095 ล้านบาท
  • ปี 2561 : เงินลงทุนรวม  1,908,787 ล้านบาท 
  • ปี 2562 : เงินลงทุนรวม 2,095,393 ล้านบาท
  • ปี 2563: เงินลงทุนรวม 2,184,407 ล้านบาท
  • ปี 2564 : เงินลงทุนรวม 2,282,490 ล้านบาท
  • ปี 2565 : เงินลงทุนรวม 2,271,818 ล้านบาท
  • ปี 2566 : เงินลงทุนรวม 2,439,912 ล้านบาท
  • ปี 2567: เงินลงทุนรวม 2,657,245 ล้านบาท
  • ปี 2568 : เงินลงทุนรวม 2,859,400 ล้านบาท 

เจาะกำไร กองทุนประกันสังคม รายปี ปีไหนรุ่ง ปีไหนร่วง? 

กำไรที่รับรู้ (ผลตอบแทน) มีความผันผวนตามจังหวะตลาด โดยในแต่ละปี กองทุนสร้างรายได้จาก 2 แหล่งหลัก คือ ดอกเบี้ย/กำไรจากตราสารหนี้ และ เงินปันผล/กำไรจากตราสารทุน 

  • ปี 2559: ผลตอบแทนรวม  52,736 ล้านบาท
  • ปี 2560 : ผลตอบแทนรวม 58,453 ล้านบาท
  • ปี 2561 : ผลตอบแทนรวม 55,600 ล้านบาท 
  • ปี 2562 : ผลตอบแทนรวม 85,633 ล้านบาท
  • ปี 2563: ผลตอบแทนรวม 59,188 ล้านบาท
  • ปี 2564 : ผลตอบแทนรวม 62,927 ล้านบาท
  • ปี 2565 :ผลตอบแทนรวม 73,551 ล้านบาท
  • ปี 2566 : ผลตอบแทนรวม 58,418 ล้านบาท
  • ปี 2567: ผลตอบแทนรวม 71,960 ล้านบาท

ทั้งหมดจะเห็นได้ว่า  ปีที่ท็อปฟอร์มที่สุด  คือปี 2562 ทำกำไรทะลุ 85,633 ล้านบาท ส่วนปีที่แผ่วลง เช่นปี 2561 และ 2566 ที่กำไรหล่นมาอยู่ที่ประมาณ 5.5 - 5.8 หมื่นล้านบาท

ขณะสถานการณ์ล่าสุดปี 2568 ผลตอบแทนรวม มากกว่า 80,000 ล้านบาท (ตามการเปิดเผยล่าสุดของ สำนักงานประกันสังคม) 

เปิดมุมมองกูรู สะท้อนปัญหา “กองทุนประกันสังคม” คนละมุม

หนึ่งในคำถามสำคัญของการรื้อโครงสร้างกองทุนประกันสังคม คือ ตัวเลขผลตอบแทนจากการลงทุนสะท้อนความจริงของพอร์ต 2.8 ล้านล้านบาทมากน้อยแค่ไหน ?

ล่าสุด “ ภัณฑิรา เวอร์การา” อนุกรรมการที่ปรึกษาการลงทุนสินทรัพย์นอกตลาด กองทุนประกันสังคม ชี้ว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผลตอบแทนดีหรือแย่ แต่อยู่ที่ระบบรายงานของไทยซึ่งยังใช้ Statutory reporting ที่รับรู้เฉพาะกำไร-ขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ (realized) โดยไม่สะท้อนมูลค่าทางเศรษฐกิจของสินทรัพย์ทั้งพอร์ต ทำให้ไม่สามารถประเมินสุขภาพกองทุนได้จริง

กรณีรายงานกำไร 80,000 ล้านบาท และผลตอบแทน 6.31% ในปี 2568 หากคำนวณบนฐานสินทรัพย์ 2.8 ล้านล้านบาท ผลตอบแทนเชิงเศรษฐกิจควรอยู่ราว 1.76 แสนล้านบาท สะท้อนว่า “ตัวเลขผลตอบแทน” ที่เห็นอาจขาดหายไปเกือบแสนล้านบาท ไม่ใช่เพราะเงินหาย แต่เพราะวิธีการรับรู้บัญชีที่ไม่เป็นสากล ทำให้ตัวเลขสะท้อนจังหวะการขายมากกว่าประสิทธิภาพบริหารพอร์ตจริง

ภัณฑิรา ระบุว่า กองทุนขนาดใหญ่อย่างประกันสังคมควรใช้การรายงานแบบ mark-to-market เช่นเดียวกับกองทุนชั้นนำทั่วโลก เพื่อให้เห็นมูลค่าทั้งกอง ความเสี่ยง และความผันผวน โดยเฉพาะเมื่อสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาดเพิ่มขึ้น หากยังขาดระบบประเมินมูลค่าที่ชัดเจน อาจทำให้ความเสี่ยงที่แท้จริงของพอร์ตถูกบดบังโดยไม่รู้ตัว

ด้าน ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ให้แง่คิดเรื่องนโยบาย ว่า หากประเมินจาก เพดานความเสี่ยง “ประกันสังคมไทย”ได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3.5% ขณะที่โลกได้ 7-9% เพราะเราโดนล็อกไม่ให้เสี่ยงเกินไป

ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะเรายึดติดกับหุ้นไทยมานานเกินไป ทั้งที่หุ้นต่างประเทศให้โอกาสโตมากกว่า ส่วนจุดที่ต้องจี้ คือ "ธรรมาภิบาล" ในการเลือกดีลลงทุน เช่น ทำไมถึงไปลงในโครงการอสังหาฯ บางแห่งที่สังคมสงสัย? และทำไมไม่ยอมจ้างมืออาชีพเก่งๆ มาบริหารจัดการให้คุ้มค่ากว่านี้ 

“อาจต้องเลิกดูแค่ ตัวเลขกำไร แล้วเปลี่ยนมาจี้ที่ นโยบายการจัดสรรสินทรัพย์ ,ผลตอบแทนสินทรัพย์แต่ละประเภท และ ความเป็นมืออาชีพและธรรมาภิบาล ของผู้บริหารกองทุนเพื่อให้เงินของพวกเราทุกคน งอกเงยได้สมศักดิ์ศรีของกองทุนระดับประเทศ “

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney





Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ