2 แบงก์ใหญ่แจ้งผลงานปี 65 ธ.กรุงเทพโชว์กำไร 2.93 หมื่นล้าน ด้านกสิกรไทยชี้สินเชื่อดิจิทัลโตแรง

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

2 แบงก์ใหญ่แจ้งผลงานปี 65 ธ.กรุงเทพโชว์กำไร 2.93 หมื่นล้าน ด้านกสิกรไทยชี้สินเชื่อดิจิทัลโตแรง

Date Time: 20 ม.ค. 2566 09:55 น.

Video

“ตะวันออกกลาง” ความหวังใหม่ดันรายได้ท่องเที่ยว เปิดอินไซด์จากทริป Etihad สายการบินเชื่อมโลก | BrandStory EP.28

Summary

2 ธนาคารใหญ่ประกาศกำไรปี 65 แบงก์กรุงเทพ กำไรโต 10% ผลจากทิศทางดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายลดลง ด้านกสิกรไทยประกาศกำไร 3.5 หมื่นล้านบาท ลดลง 6% จับตาสินเชื่อดิจิทัลขยายตัวดี

2 ธนาคารใหญ่ประกาศกำไรปี 65 แบงก์กรุงเทพ กำไรโต 10% ผลจากทิศทางดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายลดลง ด้านกสิกรไทยประกาศกำไร 3.5 หมื่นล้านบาท ลดลง 6% จับตาสินเชื่อดิจิทัลขยายตัวดี

ธนาคารกรุงเทพ ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิสำหรับปี 2565 จำนวน 29,306 ล้านบาท เพิ่มข้ึน 10.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มข้ึน 24.4% ตามการเพิ่มข้ึนของปริมาณเงินให้สินเชื่อและการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ย ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มข้ึนเป็น 2.42% สอดคล้องกับทิศทางของอัตราดอกเบี้ยและการบริหารจัดการสภาพคล่องของธนาคาร ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 30% ส่วนใหญ่เกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงินซึ่งเป็นไปตามสภาวะตลาด และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลงจากธุรกิจหลักทรัพย์และบริการประกันผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวม ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมจากการอำนวยสินเชื่อและบริการการค้าระหว่างประเทศเพิ่มข้ึน


สำหรับอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 49.7% ท้ังน้ีธนาคารพิจารณาต้ังสำรอง ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดข้ึนจำนวน 32,647 ล้านบาท ลดลง 4.4% จากปีก่อน ธนาคารยังคงยึดหลักความระมัดระวังในการต้ังสำรอง โดยพิจารณาความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า


ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2565 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,682,691 ล้านบาท เพิ่มข้ึน 3.6% จากสิ้นปี 2564 ส่วนใหญ่เพิ่มข้ึนจากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และสินเชื่อกิจการต่างประเทศ สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ที่ 3.1% ทั้งน้ีจากการที่ธนาคารยึดหลักการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังและรอบคอบอย่างต่อเนื่อง ทำให้อัตราส่วน ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 260.8% ธนาคารมีเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2565 จำนวน 3,210,896 ล้านบาท เพิ่มข้ึน 1.7% จากสิ้นปี 2564 และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ 83.5% ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนช้ันที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนช้ันที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงของ ธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่ร้อยละ 19.1 ร้อยละ 15.7 และร้อยละ 14.9 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด


ด้านธนาคารกสิกรไทยได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า สําหรับผลการดำเนินงาน ปี 2565 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกําไรสุทธิจํานวน 35,770 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจํานวน 2,283 ล้านบาท หรือ 6.00% โดยกําไรจากการดําเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้มีจํานวน 98,504 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.72% เมื่อเทียบกับปีก่อน


เป็นผลจากการดําเนินการตามยุทธศาสตร์ของธนาคารและทิศทางอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และมีอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin : NIM) ที่สูงขึ้นอยู่ในระดับ 3.33% ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพทําให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดําเนินงานอื่นๆ ต่อรายได้จากการดําเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) ดีขึ้นอยู่ที่ระดับ 43.15% อย่างไรก็ตามธนาคารและบริษัทย่อยพิจารณาตั้งสํารองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected credit loss : ECL) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนในระดับสูง เพื่อให้สอดคล้องกับหลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง และเหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจํานวน 13,608 ล้านบาท หรือ 11.40% ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อตามการเติบโตของเงินให้สินเชื่อใหม่ในกลุ่มลูกค้าบุคคล และกลุ่มลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี โดยเน้นการนําเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อผ่านดิจิทัลเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการนําข้อมูลมาใช้วิเคราะห์ในการปล่อยสินเชื่อซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของธนาคาร ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงจํานวน 3,700 ล้านบาท หรือ 8.42% ส่วนใหญ่เกิดจากค่าธรรมเนียมรับจากการจัดการกองทุน ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ และรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยที่ลดลงซึ่งเป็นไปตามสภาวะตลาด


โดยค่าใช้จ่ายจากการดําเนินงานอื่นๆ เพิ่มขึ้นจํานวน 3,709 ล้านบาท หรือ 5.22% หลักๆ จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณธุรกิจ และค่าใช้จ่ายทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการของลูกค้า.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ