ถอดประสบการณ์ โค้ชหนุ่ม-ซีเค เจิง จาก “ความจำเป็น” สู่ “บทเรียนการเงิน”

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ถอดประสบการณ์ โค้ชหนุ่ม-ซีเค เจิง จาก “ความจำเป็น” สู่ “บทเรียนการเงิน”

Date Time: 19 ก.พ. 2569 17:34 น.

Video

 จ่ายแพง เรียนหนัก แต่ทักษะไม่ตรงตลาด ถกการศึกษาไทยในยุค AI ? | Digital Frontiers EP.54 Special Talk

Summary

บนเวที Thairath Money Campus Tour 2026 “โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์" และ "ซีเค เจิง" ชี้บทเรียนการเงินที่เริ่มจาก “ความจำเป็น” พร้อมตั้งคำถาม ทำงานตามฝันหรือความถนัด พร้อมให้มุมมองลงทุนอสังหาฯ ทองคำ และ Bitcoin

บนเวที Thairath Money Campus Tour 2026: มันนี่เดบิวต์ อัปสกิลเรื่องเงิน บทสนทนาเรื่อง “เงิน” ไม่ได้เริ่มต้นจากคำว่า “มั่งคั่ง” แต่เริ่มจากคำว่า “จำเป็น” เมื่อ จักรพงษ์ เมษพันธุ์ หรือ “โค้ชหนุ่ม” และ ซีเค เจิง ซีอีโอ Fastwork ต่างถ่ายทอดเส้นทางชีวิตและประสบการณ์ที่บีบให้ต้องเรียนรู้เรื่องการเงิน

พร้อมชวนคนรุ่นใหม่ตั้งคำถามสำคัญว่า ควร “ทำงานตามความฝัน” หรือ “ทำงานตามความถนัด” และให้มุมมองการลงทุนในสินทรัพย์ยอดนิยม ตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ ไปจนถึง Bitcoin เพื่อปรับใช้ในการลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายและจังหวะชีวิตของแต่ละคน


ถอดประสบการณ์ “จุดเริ่มต้น” สนใจเรื่องเงิน

สำหรับทั้งสองคน จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้เรื่องการเงินไม่ได้มาจากความอยาก “ร่ำรวย” แต่เกิดจากสถานการณ์ที่บีบให้ต้องอยู่รอด ท่ามกลางข้อจำกัดทั้งด้านรายได้ ภาระหนี้สิน และโอกาสในชีวิตที่ไม่เท่ากัน

โค้ชหนุ่ม เล่าว่า หากย้อนกลับไปปี 2540 ยุควิกฤติต้มยำกุ้ง ตนเรียนจบคณะวิศวกรรมมาในยุคที่หางานยากลำบาก แถมที่บ้านยังมีหนี้สินถึง 18 ล้านบาท ตอนนั้นได้เงินเดือนเริ่มต้นเพียง 14,000 บาท เท่านั้น แถมต้องส่งให้ที่บ้านเดือนละ 12,000 บาท

แม้จะทำงานหนักทุกวัน และมีสารพัดอาชีพเสริมในหาเงินเพิ่ม แต่ก็พบความจริงที่โหดร้ายว่า "หาเงินให้ตายก็ไม่พอใช้หนี้" หากขาด "ความรู้ทางการเงิน" นั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ต้องหันมาตั้งหลักศึกษาเรื่องการเงินอย่างจริงจัง

ด้าน ซีเค เจิง เล่าว่า เหตุผลที่สนใจเรื่องเงินมาจากความขาดแคลน ที่สอนให้รู้ค่าของเงินมากขึ้น โดยเล่าย้อนกลับไปช่วงที่ตนเติบโตในสหรัฐอเมริกา ตนอยู่กับ “โฮสต์แฟมิลี่” และไม่มีเงินจะไปกิน Starbucks หรือนั่งแท็กซี่ไปดูหนัง แบบเพื่อนๆ ทำให้รู้ว่า "ถ้าไม่มีเงิน ก็ไม่มีอิสระ" จึงเริ่มทำงานพาร์ทไทม์ เช่น ตัดหญ้าหรือพาหมาเดินเล่น เพื่อแลกเงิน 15-20 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ทำงานนี้สอนให้รู้ว่าเมื่อเราเอา "เวลา" ไปแลก "เงิน" เราจะยิ่งเห็นคุณค่าของเงินมากขึ้น และยิ่งทำให้ไม่ใช้เงินมากขึ้นด้วย และตระหนักได้ว่าทางเดียวที่จะทำให้เงินไม่หมดไป คือต้องเริ่ม "ลงทุน


หาเงินให้เป็น ก่อนคิดจะลงทุน

แม้โลกยุคใหม่จะเปิดโอกาสให้ใครก็ตามสามารถเริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินจำนวนไม่มาก แต่ทั้งสองกูรูต่างสะท้อนมุมมองตรงกันว่า สำหรับคนที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของชีวิตการทำงาน การโฟกัสที่ “การเพิ่มรายได้” อาจสำคัญกว่าการเร่งสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน

โค้ชหนุ่ม ให้มุมมองว่า แม้ทุกคนจะสามารถเข้าสู่ตลาดลงทุนได้ด้วยเงินจำนวนน้อย แต่สิ่งที่ได้รับอาจเป็นเพียง “การร่วมสนุก” เท่านั้น เพราะในช่วงที่รายได้ยังต่ำ อัตราการเติบโตของเงินจากการทำงานมักสูงกว่าผลตอบแทนจากการลงทุนเสียอีก

หากต้องการมีเงินหลักล้าน จำเป็นต้องสร้างผลกระทบในวงกว้าง เช่น การขายสินค้าชิ้นละ 10 บาท ให้ได้ 100,000 ชิ้น ซึ่งในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีและตลาดดิจิทัลช่วยให้การเข้าถึงผู้คนจำนวนมากเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก

ซีเค เสริมว่า โลกวันนี้เปิดโอกาสให้ใครก็ตามสามารถ “สร้างบางสิ่ง” ได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเขียนโค้ดหรือการใช้เครื่องมือดิจิทัลต่างๆ หากคุณคือคนแรกที่ลงมือทำในสิ่งที่คนอื่นยังไม่กล้า โอกาสในการก้าวนำก็มีสูงมาก 

และโลกยุคนี้โอกาสเปิดกว้างมาก โค้ดคอมพิวเตอร์กลายเป็นภาษาพื้นฐาน หากมีความกล้าที่จะริเริ่มทำในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำ และมีความขยัน ก็จะโดดเด่นและนำหน้าคนอื่นได้ทันที

พร้อมแนะนำว่า อย่าเพิ่งเอาเวลาไปเครียดกับการลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ควรลงทุนกับตัวเอง และสร้างมูลค่าให้ตัวเองก่อน


"ทำงานตามความฝัน" vs "ทำงานตามความถนัด"

อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตของคนทำงานยุคใหม่ คือควรเลือกเดินตามแพชชั่น หรือเลือกเส้นทางที่ทำเงินได้ก่อน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เส้นทางชีวิตอาจไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงทางใดทางหนึ่ง

โค้ชหนุ่ม แนะนำว่า การเลือกเส้นทางชีวิตไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง “แพชชั่น” กับ “ความมั่นคงทางการเงิน” เพราะทั้งสองอย่างสามารถเดินควบคู่กันได้ โดยเฉพาะในช่วงวัยที่ยังไม่มีภาระมาก งานที่เลี้ยงชีวิตอาจไม่ใช่งานในฝันเสมอไป  แต่สามารถใช้เวลานอกเหนือจากนั้นไปพัฒนาหรือทำงานในสิ่งที่รักได้

ขณะที่ ซีเค มองว่าทักษะสำคัญที่สุดในโลกการทำงานคือ Self-Awareness หรือการรู้ว่าตัวเองเก่งอะไร และควรวางตัวเองไว้ในจุดไหน เพราะสินค้าชนิดเดียวกัน อาจมีมูลค่าต่างกันขึ้นอยู่กับบริบท พร้อมย้ำว่า การทำงานหนักเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องทำงานอย่างชาญฉลาด และทำให้ผู้อื่นรับรู้ถึงความสามารถนั้นด้วย

"อย่าวางน้ำไว้ที่เซเว่น วางน้ำไว้ที่ร้านเหล้าครับ มูลค่ามันสูงกว่า... สินค้าอันเดียวกัน เปลี่ยนแค่สถานที่ มูลค่ามันก็เปลี่ยน" ซีเค เจิง


มุมมองลงทุน “อสังหาฯ-ทองคำ-บิตคอยน์”

ในช่วงสุดท้าย ทั้งสองได้แบ่งปันมุมมองต่อสินทรัพย์ยอดนิยม ตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ ไปจนถึงบิตคอยน์ ซึ่งล้วนมีบทบาทและความเหมาะสมแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงของชีวิตทางการเงิน ดังนี้

อสังหาริมทรัพย์    

โค้ชหนุ่ม มองว่า ต้องแยก "การซื้อเพื่ออยู่อาศัย" กับ "การลงทุน" ออกจากกัน ในมุมมองการลงทุน ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ซื้อบ้านยากขึ้น ด้วยราคาอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นเร็ว ดังนั้น ธุรกิจปล่อยเช่าจึงยังมีโอกาสเติบโต แต่ถ้าใครลงทุนไม่เป็น มันอาจจะไม่ทำเงิน

ด้าน ซีเค มองว่า คนรุ่นใหม่ต้องการ "สภาพคล่อง" การซื้ออสังหาริมทรัพย์จะทำให้เงินจม และอาจเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย โดยแนะนำว่าควรเช่าอยู่ไปก่อนเพื่อตามหาโอกาสในชีวิตที่อาจเกิดขึ้นในสถานที่ต่างๆ พร้อมนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่งอกเงย

ทองคำ

โค้ชหนุ่ม มองว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ถือเป็น “ตัวประกันของพอร์ต” ไม่ได้เน้นหวังผลเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่เอาไว้เป็นตัวซัพพอร์ตเวลาสินทรัพย์อื่นร่วง และไม่แนะนำให้ทุ่มสุดตัว

ด้าน ซีเค มองว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีค่ามากว่า 5,000 ปี ดังนั้น มันจะยังมีค่าต่อไป และเป็นเกราะป้องกันเงินเฟ้อ ในมุมมองของราคา ทองคำอาจไม่ได้ปรับตัวขึ้น แต่เป็นมูลค่าของเงินกระดาษต่างหากที่ลดลง แต่มุมมองการลงทุนส่วนตัวชอบ Productive Asset มากกว่า

Bitcoin (BTC)

โค้ชหนุ่ม มองว่า หัวใจสำคัญของ Bitcoin คือ Trust หรือความเชื่อมั่น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาบิตคอยน์พยายามสร้างฐานให้มีมากขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนจากการที่คนเริ่มให้การยอมรับมากขึ้น จนเริ่มไปเป็นทุนสำรองของประเทศ

ส่วน ซีเค มองว่า Bitcoin จำกัดปริมาณไว้ที่มี 21 ล้านเหรียญ ดังนั้น มูลค่าในอนาคตจะเพิ่มขึ้นคล้ายกับทองคำเมื่อเทียบกับเงินสดอยู่แล้วในทางทฤษฎี เพราะ Bitcoin พยายามทำให้ตัวเองเป็น “Store of Value” หรือสินทรัพย์ที่สามารถรักษามูลค่าได้ และมองว่าสินทรัพย์ใดที่คนรุ่นใหม่ให้ค่ามากขึ้น สิ่งนั้นจะมีมูลค่ามากขึ้นในอนาคตด้วย


อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ