Speed Economy ดันอีคอมเมิร์ซโตไว KTC ชี้ 4 เดือน ยอดจ่ายผ่านบัตรโต 16% ลูกค้ารูดสั้น ขยันซื้อ

Personal Finance

Finance and Banking

ชญานิษฐ์ เชื้อกสิการ (โฟม)

ชญานิษฐ์ เชื้อกสิการ (โฟม)

Tag

Speed Economy ดันอีคอมเมิร์ซโตไว KTC ชี้ 4 เดือน ยอดจ่ายผ่านบัตรโต 16% ลูกค้ารูดสั้น ขยันซื้อ

Date Time: 20 พ.ค. 2569 19:55 น.

Video

ปลุก “ต่อมเอ๊ะ” ยังไง ไม่ให้เป็นเหยื่อมิจฉาชีพหลอกลงทุน? กับ ดร.เอ็ม - ดร.กร | Money Issue EP.51

Summary

ยุค Speed Economy 4 เดือนแรก ยอดจ่ายผ่านบัตร KTC โต 16% คนไทยเน้นซื้อบ่อย แต่ยอดทีละน้อย ด้านตลาด E-Commerce ไทยมูลค่ากว่า 1.6 ล้านล้านบาท


ใครจะไปคิดว่า…จากวันที่เราต้องเดินถือกระเป๋าสตางค์ คอยกดเงินสด หรือยืนต่อคิวจ่ายเงินหน้าร้าน วันนี้โลกการใช้จ่ายของคนไทยเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพียงแค่ไถหน้าฟีด เห็นรีวิวสั้น ๆ หรือไลฟ์ขายของไม่กี่นาที เราก็สามารถกดสั่งซื้อ จ่ายเงิน และรอสินค้ามาส่งถึงหน้าบ้านได้ภายในวันเดียว นั่นก็เพราะโลกเปลี่ยนผ่านจากยุค Traditional สู่ Online และก้าวสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless) อย่างเต็มรูปแบบในปัจจุบัน 

ข้อมูลจาก Priceza ระบุว่า ตลาด E-Commerce ไทยในฝั่ง B2C ปี 2026 จะมีมูลค่ากว่า 1.6 ล้านล้านบาท และยังเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยราว 10–20% ต่อปี ขณะที่ภาพรวม Digital Economy ซึ่งรวมธุรกรรม B2B อย่างการซื้อรถยนต์ ประกัน หรือบริการต่าง ๆ ผ่านออนไลน์ อาจขยายไปแตะระดับ 6-7 ล้านล้านบาทในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า 

“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกับ สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย และ สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย จัดเวทีเสวนา KTC FIT Talk ครั้งที่ 24 ภายใต้หัวข้อ “Speed Economy: โอกาสและความท้าทายของอีคอมเมิร์ซ และคนทำคอนเทนต์” เพื่อสะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัลที่เกิดขึ้นจริงในระบบ 

อีคอมเมิร์ซไทยสู่ “Economic Ecosystem” แข่งกันที่เข้าใจลูกค้า  

กุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวว่า วันนี้เราอยู่ในยุคของ ‘Speed Economy’ ที่ความเร็วไม่ได้หมายถึงแค่การจัดส่งสินค้า แต่หมายถึง ‘ความเร็วในการตัดสินใจ ความเร็วในการเข้าถึงผู้บริโภค และความเร็วในการปรับตัวของธุรกิจ 

การตัดสินใจซื้อเกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่วินาที จากเดิมที่ผู้บริโภคอาจใช้เวลาค้นหา เปรียบเทียบ และตัดสินใจนาน แต่วันนี้เพียงแค่ไถหน้าจอ เห็นคอนเทนต์ รีวิว หรือไลฟ์ขายสินค้า ก็สามารถกดซื้อได้ทันที Customer Journey จึงสั้นลงอย่างมาก

อีคอมเมิร์ซจึงไม่ได้เป็นเพียงช่องทางการขายอีกต่อไป แต่กลายเป็น Economic Ecosystem ที่เชื่อมโยงผู้บริโภค ผู้ประกอบการ SME ครีเอเตอร์ / KOL แพลตฟอร์ม โลจิสติกส์ และภาคบริการดิจิทัลเข้าด้วยกันทั้งระบบ สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจดิจิทัลยังเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย ส่วนในระดับสากล United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific (UNESCAP) มองว่า Asia-Pacific เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดด้าน E-Commerce/ Digital Trade และ Cross-border E-Commerce โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

ณัฐสิทธิ์ สุนทราณู ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า ข้อมูลสมาชิกเคทีซีสะท้อนชัดว่า คนไทยมีพฤติกรรมในการซื้อสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซ - เดลิเวอรี่ แพลตฟอร์ม ‘ซื้อบ่อยขึ้น’ แต่ซื้อทีละน้อย โดยข้อมูลของเคทีซีพบว่าจำนวนรายการอีคอมเมิร์ซ - เดลิเวอรี่เติบโตเฉลี่ย 25%  

สะท้อนการเติบโตของ Micro spending หรือการใช้จ่ายย่อยระหว่างวัน ที่ไม่ได้แค่ซื้อของออนไลน์เพียงอย่างเดียว แต่กำลังใช้ชีวิตผ่านการใช้จ่ายออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ โดยเคทีซีทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มสำคัญ เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop และบริการฟู้ดดิลิเวอรี่ เช่น Grab, LINE MAN, ShopeeFood, Robinhood เป็นต้น

ข้อมูลการใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์ม E-Commerce และ Food Delivery เติบโตขึ้นกว่า 25% ในช่วง 4 เดือนแรกของปี สะท้อนว่า “การซื้อทีละน้อย แต่ซื้อบ่อย” กำลังกลายเป็นพฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภค ความเร็ว ความสะดวก ความคุ้มค่า และความปลอดภัย จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันในยุคนี้ ผู้บริโภคต้องการทุกอย่างแบบ Real-Time ตั้งแต่โปรโมชั่นที่ใช้ได้ทันที ไปจนถึงระบบชำระเงินที่รวดเร็วภายในคลิกเดียว

“สำหรับพฤติกรรมการใช้จ่ายออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต ปัจจุบันยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้งอยู่ที่ประมาณ 800–1,000 บาท โดยหมวดสินค้ายอดนิยมอันดับต้น ๆ คือ Beauty & Cosmetics ตามด้วยแฟชั่น เสื้อผ้า และสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน ส่วนแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมในการช้อปปิ้งเยอะสุดคือ Shopee” 

ณัฐสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ในอีกด้านหนึ่ง ความเร็วที่เพิ่มขึ้น ก็ทำให้ “ความปลอดภัย” กลายเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน ทั้งแพลตฟอร์ม E-Commerce และสถาบันการเงินต่างต้องเร่งพัฒนาระบบป้องกันความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนธุรกรรมแบบทันที ระบบตรวจจับความผิดปกติ หรือบัตรเครดิตดิจิทัลที่เปลี่ยนรหัส CVV อัตโนมัติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคในยุคที่ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากขึ้นเรื่อย ๆ

“ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มียอดใช้จ่ายออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต KTC เฉพาะอีคอมเมิร์ซ เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ช่วงแคมเปญใหญ่ของแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะเทศกาล Double Day อย่าง 12.12 ยังคงเป็นช่วงเวลาที่มีมูลค่าการใช้จ่ายพุ่งสูงที่สุดของปี สำหรับสัดส่วนการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในปัจจุบันเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 40-45% ของการใช้จ่ายทั้งหมด จากในอดีตที่มีเพียง 10-20% ทั้งนี้ปี 2569 ตั้งเป้าหมายมียอดใช้จ่ายเติบโต 18% ท่ามกลางการแข่งขันของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ยังคงร้อนแรง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุค “ซื้อไว จ่ายไว และใช้ชีวิตอยู่บนออนไลน์” อย่างเต็มรูปแบบ

สุวิตา จรัญวงศ์ อุปนายกด้านจรรยาบรรณและการกำกับดูแลวิชาชีพ สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย และ CEO บริษัท เทลสกอร์ จำกัด กล่าวว่า การเติบโตของเศรษฐกิจออนไลน์ ยังทำให้ “Creator Economy” กลายเป็นอีกหนึ่งแรงขับสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย ปัจจุบันมูลค่าตลาดคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยอยู่ที่ประมาณ 45,000 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เพราะแบรนด์ต่าง ๆ กำลังมองหาช่องทางใหม่ในการเข้าถึงผู้บริโภคผ่านคอนเทนต์ ไลฟ์คอมเมิร์ซ และอินฟลูเอนเซอร์

ปัจจุบัน Creator Economy กำลังเปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับ ‘การมองเห็น’ เพียงอย่างเดียว ไปสู่การให้ความสำคัญกับ ‘ความน่าเชื่อถือ’ และความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภคมากขึ้น ครีเอเตอร์จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างคอนเทนต์ แต่มีบทบาทในการเชื่อมโยงข้อมูล ประสบการณ์ และความไว้วางใจกับการตัดสินใจของผู้บริโภคในโลกดิจิทัล

“ตัวตนจึงกลายเป็นสินทรัพย์สำคัญที่สุดของครีเอเตอร์ยุคนี้ เพราะในโลกที่ AI สามารถสร้างภาพ เสียง หรือแม้แต่ไลฟ์ปลอมได้ ความจริงใจและความน่าเชื่อถือจึงยิ่งมีมูลค่า ผู้บริโภคเริ่มมองหา Creator ที่มีตัวตนจริง ตรวจสอบได้ และสามารถสร้างทั้ง Engagement และ Conversion ได้พร้อมกัน ไม่ใช่เพียงยอดวิวหรือยอดผู้ติดตามจำนวนมาก เนื่องจากอัลกอริทึมในปัจจุบันหันมาให้ความสำคัญกับค่าความผูกพัน (Engagement) ของเนื้อหาเป็นหลัก ช่องขนาดเล็กที่มีผู้ติดตามหลักหมื่นจึงสามารถสร้างยอดขายที่ดีได้หากคอนเทนต์มีคุณภาพ” 

ในมุมของผู้ประกอบการ SME การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงเป็นทั้ง “โอกาส” และ “ความท้าทาย” พร้อมกัน ผู้ที่อยู่รอดอาจไม่ใช่คนที่ใหญ่ที่สุด แต่คือคนที่ “ปรับตัวได้เร็วที่สุด” โดยเฉพาะการเข้าสู่ Live Commerce ที่วันนี้เริ่มมีสัดส่วนกว่า 20-30% ของยอดขายออนไลน์ทั้งหมด ผู้ประกอบการที่ยังไม่เริ่ม อาจกำลังเสียโอกาสสำคัญในยุคที่การขายแบบ Interactive กลายเป็นมาตรฐานใหม่

อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจครีเอเตอร์ ก็ทำให้หลายฝ่ายเริ่มมองเรื่องมาตรฐานและกฎระเบียบมากขึ้น ทั้งเรื่องกฎหมาย การรีวิวสินค้า การโฆษณา สินทรัพย์ดิจิทัล หรือการคุ้มครองผู้บริโภค สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยจึงเริ่มเข้ามามีบทบาทในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อให้ Ecosystem นี้เติบโตอย่างยั่งยืน

ท้ายที่สุดแล้ว โลกของ Speed Economy อาจไม่ใช่การแข่งขันว่า “ใครเร็วที่สุด” หรือ “ใครราคาถูกที่สุด” อีกต่อไป แต่คือการแข่งขันของคนที่สามารถสร้าง “ความเชื่อใจ” และ “ความสัมพันธ์” กับผู้บริโภคได้ดีที่สุด เพราะในยุคที่ทุกอย่างซื้อได้เพียงปลายนิ้ว ความแตกต่างที่แท้จริง อาจไม่ใช่ตัวสินค้า แต่คือ “ความรู้สึก” ที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ คนขาย หรือครีเอเตอร์คนนั้นต่างหาก ที่จะกลายเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในอนาคต

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney