
ธปท. ออกใบอนุญาต Virtual Bank ให้ 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ CLICX, BankX และ Ascend Money เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินแก่กลุ่มรายได้น้อยและผู้ไม่มีสลิปเงินเดือน
“เลือกเลขบัญชีเงินฝากเองได้!”
นี่ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ๆ ที่เกิดจาก Virtual Bank ซึ่งแบงก์แรกที่เปิดตัวไปคือ CLICX Bank และภายในปี 2569 นี้จะมีอีก 2 ธนาคารที่ต้องเปิดให้บริการ ซึ่งหลายคนก็รอดูอยู่ว่าจะมีอะไรใหม่ๆ ออกมาให้คนไทยได้ใช้บ้าง
“ธนาคาร” ธุรกิจที่มีรากฐานในไทยมายาวนาน แม้ทุกวันนี้ประชาชนสามารถเปิดบัญชีเงินฝากหรือขอสินเชื่อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เข้าถึงบริการทางการเงินของแบงก์ได้ง่ายๆ เป็นที่มาของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และออกใบอนุญาตใหม่ Virtual Bank หรือธนาคารไร้สาขา เพราะเชื่อว่า “ของใหม่” จะมาเข้าถึง “กลุ่มลูกค้าใหม่” ด้วย
สรัชดา ศรทรง นักวิเคราะห์หุ้นกลุ่มธนาคารบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKPS เล่าว่า ในไทยมี Virtual Bank 3 เจ้าที่ได้ใบอนุญาต คือ
1. CLICX ที่เปิดตัวไปเมื่อ 19 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา โดยเกิดจากความร่วมมือของ ธนาคารกรุงไทย (KTB), บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) หรือ AIS และ บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR)
จุดเด่นคือ จะมีฐานลูกค้าในไทยรวมกันกว่า 99.3 ล้านบัญชี เชื่อว่าจะพัฒนาบริการที่น่าสนใจให้กับลูกค้ากลุ่ม SME, กลุ่ม Mass เพราะเป็นแบงก์ที่มีส่วนผสมมาจากคนทำธุรกิจธนาคาร, โทรคมนาคม และค้าปลีกเข้าด้วยกัน
2. BankX มาจากความร่วมมือของ บมจ. เอสซีบี เอกซ์ (SCB), WeTechnology Limited จากจีน และ KakaoBank Corp. จากเกาหลีใต้ ซึ่งพันธมิตร 2 เจ้านี้มีธุรกิจ Virtual Bank ในต่างประเทศน่าจะมี Use Case ที่น่าสนใจและปรับใช้กับไทยได้
จุดเด่นคือ น่าจะเน้นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันโดยใช้ AI มาช่วยพิจารณาได้ดี รวมถึงผลิตภัณฑ์ด้าน Wealth (บริหารความมั่งคั่ง) แบบเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ฐานลูกค้าในไทย 15.5 ล้านบัญชี และถ้าดูจากฐานลูกค้าในต่างประเทศรวมกันกว่า 450 ล้านบัญชี (Kakao - 26.24 ล้านบัญชี, WeBank 430 ล้านบัญชี)
3. บจ. เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง อยู่ภายใต้ Ascend Money ในเครือซีพี สะท้อนว่าบริษัทจะมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจรายย่อยจาก TrueMoney Wallet และบริการอื่นๆ ในเครือมาทั้งหมด
จุดเด่นคือ มีฐานลูกค้าในไทยราว 32 ล้านบัญชี มี Wallet ที่เชื่อมกับ Buy Now Pay Later (ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง) รวมถึง Merchant Finance (สินเชื่อสำหรับร้านค้า)
สรัชดา คาดว่าทั้ง 2 เจ้าที่เหลือจะเปิดตัวและให้บริการได้ภายในปี 2569 ตามเงื่อนไขของ ธปท. โดยเชื่อว่าภายใน 5-6 ปี พอร์ตสินเชื่อของ Virtual Bank รวมทั้ง 3 บริษัทจะอยู่ที่ราว 200,000 ล้านบาท และยังคิดเป็นไม่ถึง 1% ของสินเชื่อแบงก์ในไทย
ทั้งนี้ เชื่อว่ากลุ่มลูกค้าที่ทั้ง 3 Virtual Bank จะเข้ามาตอบโจทย์ได้ดีคือ กลุ่มที่รายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน กลุ่มที่ไม่มีสลิปเงินเดือน หรือยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อในปัจจุบัน
เมื่อเป็นธนาคารไร้สาขา หลายฝ่ายมองว่าต้นทุนในการทำธุรกรรมจะต่ำลงด้วย สรัชดา มองว่า ในช่วงแรก Virtual Bank ยังต้องลงทุนในระบบ และโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ ดังนั้นอาจยังต้องลงทุนค่อนข้างสูง และโจทย์สำคัญคือ การทำต้นทุนให้ไม่สูง ดังนั้นทั้ง 3 บริษัทน่าจะเริ่มที่ธุรกิจเงินฝาก เพื่อหาเงินทุนที่ต้นทุนไม่สูงมาก จากนั้นจะขยายไปที่สินเชื่อ ค่าธรรมเนียม หรือรายได้จากธุรกิจประกันภัยมากขึ้น
ล่าสุดที่ CLICX เปิดแคมเปญเงินฝากที่ให้ดอกเบี้ยสูงสุด 4% ต่อปี แต่มีการจำกัดที่วงเงิน 20,000 บาทแรก และจำกัดสิทธิ์ที่ 100,000 สิทธิ์ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นเพื่อลองตลาดที่ดี โดยต้นทุนการหาลูกค้าจะอยู่ที่ 150 บาท/คน ถือว่าเป็นฐานในการดึงลูกค้าที่ต้นทุนต่ำ
ทั้งนี้ โจทย์หลักของ Virtual Bank คือการคุมต้นทุนในระยะยาว ผ่านการบริหารความเสี่ยงในธุรกิจ โดยเฉพาะเมื่อหาเงินฝากเข้ามาได้แล้ว ต้องเลือกกลุ่มลูกค้าที่เหมาะสม แม้จะเป็นกลุ่ม Unbanked Underserved ที่แบงก์ชาติอยากกระตุ้นให้เข้าถึงบริการทางการเงิน แต่ขั้นตอนการติดตามทวงถามหนี้โดยที่ไม่มีสาขา ก็อาจทำให้ Virtual Bank ต้องเลือกประเภทสินเชื่อที่เหมาะกับรูปแบบของตัวเอง เช่น สินเชื่อไม่มีหลักประกัน เป็นต้น
หมายเหตุ: สินเชื่อในระบบธนาคารไทยรวม SFIs อยู่ที่ 22.5 ล้านล้านบาท ส่วนเงินฝากอยู่ที่ 25 ล้านล้านบาท (ณ ก.พ. 2569)
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney