
ที่ผ่านมานักลงทุนหุ้นไทยจำนวนไม่น้อยมักมองว่าตลาดหุ้นไทยอาจไม่ค่อยมี "หุ้นเทคโนโลยี" ให้เลือกลงทุนมากนัก เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ หรือตลาดในภูมิภาค ที่มีบริษัทซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์ม หรือเซมิคอนดักเตอร์ขนาดใหญ่เป็นตัวชูโรง ซึ่งภาพจำของหุ้นเทคฯ ไทยจึงมักวนอยู่กับธุรกิจโทรคมนาคมและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) พยายามแก้โจทย์นี้มาต่อเนื่อง ทั้งการเปิดทางให้บริษัทกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) เข้าระดมทุน ล่าสุดคือโครงการ BOI to IPO ที่ต้องการดึงบริษัทเหล่านี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย
และเมื่อบริษัทใหม่ๆ ทยอยเข้ามา โจทย์ถัดมาคือทำให้นักลงทุน "มองเห็น" หุ้นเทคฯ ได้ชัดขึ้น ซึ่งนำมาสู่การปรับโครงสร้างกลุ่มอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ ที่จะมีผลตั้งแต่ 1 มีนาคม 2570
สรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ธุรกิจเทคโนโลยีในตลาดทุนไทยเติบโตและเปลี่ยนแปลงเร็วมาก จากเดิมที่เน้นธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ได้ขยายไปสู่อุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มดิจิทัล และ AI มากขึ้น แต่การจัดกลุ่มแบบเดิมยังสะท้อนความหลากหลายนี้ไม่ชัดเจน
การจัดหมวดธุรกิจใหม่ในครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้ลงทุนมองเห็นภาพและเข้าใจธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มเทคโนโลยีได้ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถค้นหาและเปรียบเทียบหุ้นไทยกับบริษัทในธุรกิจเดียวกันในตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำของภูมิภาค และยังช่วยให้นักวิเคราะห์สามารถประเมินมูลค่าหุ้นโดยเปรียบเทียบกับบริษัทที่มีลักษณะธุรกิจใกล้เคียงกันได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น
นอกจากนี้ การจัดหมวดใหม่ยังเป็นการเตรียมรองรับบริษัทที่ทำธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ และสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนในอนาคต เช่น กองทุน Thematic หรือ Sector ETF
โดย ตลท. ได้รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในตลาดทุนประกอบการพิจารณาแล้ว และสอดคล้องกับพันธกิจ “Empowering Market Participants” และ “Trusted Marketplace” พร้อมมีแนวทางทบทวนการจัดกลุ่มของบริษัทจดทะเบียนเป็นระยะในอนาคต
สิ่งที่น่าจับตาที่สุดในการปรับครั้งนี้ คือกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี (Technology: TECH) เพราะเป็นกลุ่มที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุด จากเดิมมีเพียง 2 หมวด คือ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ETRON) และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)
ตอนนี้ขยายเป็น 4 หมวด เพื่อสะท้อนลักษณะธุรกิจที่สร้างรายได้หลักของบริษัทจดทะเบียน ได้แก่
ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร (Resources: RESOURC) จะเปลี่ยนชื่อเป็น พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities: ENERGY) แบ่งเป็น 2 หมวด คือ
เมื่อรวมทุกกลุ่ม บริษัทจดทะเบียนใน SET และ mai จะถูกแบ่งเป็น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม 30 หมวดธุรกิจ จึงเป็นที่น่าจับตาว่า เมื่อโครงสร้างใหม่มีผล 1 มี.ค. 2570 ตลาดหุ้นไทยจะมี "หุ้นเทคฯ" ที่เห็นภาพชัดเจนขึ้นอย่างที่ ตลท. ตั้งใจไว้หรือไม่
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney