หุ้นไทยร่วง 7 วันติด Market Cap. วูบ 1 ล้านล้าน เปิด 3 ธีมเอาตัวรอด ลดเสี่ยงพอร์ตลงทุน

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

หุ้นไทยร่วง 7 วันติด Market Cap. วูบ 1 ล้านล้าน เปิด 3 ธีมเอาตัวรอด ลดเสี่ยงพอร์ตลงทุน

Date Time: 4 พ.ย. 2569 13:45 น.

Video

เนเน่ไม่ได้เก่งในวันเดียว แต่แค่ 10 วัน ขึ้นแท่น พรีเซนเตอร์ 10 แบรนด์รวด | BrandStory EP.64

“Summary“

หุ้นไทยร่วงต่อเนื่อง 7 วันทำการ Market Cap. หายกว่า 1 ล้านล้านบาท รับแรงขายต่างชาติ–สถาบัน ท่ามกลางปัจจัยลบรุมเร้า บล.เอเซีย พลัส เปิด 3 ธีมลงทุนช่วยลดความผันผวนและประคองพอร์ตในตลาดขาลง

Latest


ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง หลังดัชนีปรับตัวลดลง 7 วันทำการติดต่อกัน ท่ามกลางแรงขายที่กระจายตัวในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไปกว่า 1 ล้านล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติ สถาบันในประเทศ และพอร์ตโบรกเกอร์ ต่างเดินหน้าขายสุทธิ

เปิดสถิติหุ้นไทยลบ 7 วันติด Market Cap. วูบ 1 ล้านล้าน

ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงขายต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค. 69 โดยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) ลดลงจาก 19.92 ล้านล้านบาท ณ วันที่ 26 ต.ค. เหลือ 18.81 ล้านล้านบาท ณ วันที่ 3 พ.ย. 69 หรือลดลงมากกว่า 1 ล้านล้านบาท

  • 27 ต.ค. ปิด 1,575.02 จุด ลดลง 4.01 จุด หรือ -0.25%
  • 28 ต.ค. ปิด 1,566.10 จุด ลดลง 8.92 จุด หรือ -0.57%
  • 29 ต.ค. ปิด 1,544.60 จุด ลดลง 21.50 จุด หรือ -1.37%
  • 30 ต.ค. ปิด 1,518.59 จุด ลดลง 26.01 จุด หรือ -1.68%
  • 2 พ.ย. ปิด 1,507.20 จุด ลดลง 11.39 จุด หรือ -0.75%
  • 3 พ.ย. ปิด 1,491.01 จุด ลดลง 16.19 จุด หรือ -1.07%

ก่อนที่การซื้อขายในช่วงเช้าวันนี้ (4 พ.ย. 69) จะปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 โดยร่วงลงหนักสุด 20.95 จุด และฟื้นตัวปิดตลาดช่วงเช้าที่ 1,489.66 จุด ลดลง -1.35 จุด หรือ -0.09% จากวันก่อนหน้า ซึ่งต้องติดตามกันต่อในช่วงที่เหลือของวันว่าจะสามารถพลิกกลับมาเป็นบวกได้หรือไม่

ฝ่ายวิจัยฯ บล. เอเซีย พลัส ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยแรงขายกระจายไปทั่วตลาด จาก 27 กลุ่มอุตสาหกรรม มีถึง 25 กลุ่มที่ปรับตัวติดลบ กลุ่มที่อ่อนแอที่สุดคือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รองลงมาคือกลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ ตามมาด้วยกลุ่มวัสดุก่อสร้าง มีเพียง 2 กลุ่มที่ยืนบวกได้ คือกลุ่มสื่อสาร และกลุ่มกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (PF&PEIT)

ซึ่งสาเหตุหลักมาจาก 3 ประเด็น ได้แก่

  • ผลประกอบการไตรมาส 3/69 ของหุ้นขนาดใหญ่หลายกลุ่มออกมาต่ำกว่าคาด
  • ปัจจัยลบเฉพาะตัวของ DELTA ที่ถูกกดดันจากความกังวลเรื่องแผนขยายโรงงานของบริษัทแม่ในมาเลเซีย และหุ้นโรงกลั่นได้รับผลกระทบจากมาตรการลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น
  • ราคาน้ำมันดิบย่อตัวแรง จากความคืบหน้าในการเจรจาลดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลลบต่อกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี

ทั้งนี้ ในช่วง 28 ต.ค.–3 พ.ย. นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 2,397 ล้านบาท พอร์ตโบรกเกอร์ขายสุทธิ 2,084 ล้านบาท และสถาบันในประเทศขายสุทธิ 1,873 ล้านบาทโดยนักลงทุนรายย่อยเป็นกลุ่มเดียวที่ซื้อสุทธิ 6,354 ล้านบาท

ขณะที่ในตลาด TFEX ต่างชาติถือสถานะ Short สุทธิ 52,633 สัญญา และสถานะคงค้าง (OI) เพิ่มขึ้นจาก 542,022 สัญญา เป็น 605,259 สัญญา บ่งชี้ว่ามีการเปิดสถานะ Short ใหม่ ไม่ใช่เพียงการปิดสถานะ Long ซึ่งยังเป็นสัญญาณเชิงลบต่อเนื่อง

เปิด 3 ธีมลงทุนเอาตัวรอดรับตลาดขาลง

ท่ามกลางตลาดหุ้นไทยที่เผชิญแรงขายต่อเนื่องและความผันผวนที่เพิ่มสูงขึ้น นักลงทุนอาจต้องปรับกลยุทธ์จากการเน้นสร้างผลตอบแทน มาเป็นการลดความเสี่ยงและประคองพอร์ตลงทุน โดยฝ่ายวิจัยฯ บล.เอเซีย พลัส แนะนำ 3 ธีมลงทุนที่น่าสนใจ เพื่อรับมือกับภาวะตลาดขาลงและกระจายความเสี่ยง ได้แก่

  • ธีมที่ 1 Anti-Commodity คือหุ้นที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานที่ลดลง ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้า (BGRIM, GPSC, GULF) ที่ต้นทุนก๊าซลดลง กลุ่มสายการบิน (THAI, BA) ที่ค่าน้ำมันเครื่องบินลดลง และ OSP ที่ต้นทุนบรรจุภัณฑ์และพลังงานลดลง
  • ธีมที่ 2 Anti-Yield คือหุ้นที่ได้ประโยชน์เมื่อ Bond Yield ชะลอลง เพราะต้นทุนทางการเงินลดลง ได้แก่ กลุ่มสินเชื่อรายย่อย (SAWAD, MTC) และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (LH, SC, SPALI)
  • ธีมที่ 3 Defensive & Quality คือหุ้นที่มีรายได้มั่นคงและได้รับผลกระทบจากวัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์ต่ำ ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาล (BDMS, BH) และกลุ่มค้าปลีก (CPN)


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ